ข่าว

หวั่นเอสเอ็มอีไทยเสียเปรียบแข่งขัน

หวั่นเอสเอ็มอีไทยเสียเปรียบแข่งขัน

03 พ.ย. 2553

หอการค้าไทยชี้เอสเอ็มอีไทยยังขาดความพร้อมในการแข่งขัน ในเวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เหตุขาดการเข้าถึงแหล่งทุน ขณะที่การจัดอันดับความสามารถด้านการขนส่งของไทยลดลงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

 นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจความพร้อมและความเข้าใจของภาคการผลิตและภาคบริการไทยต่อการแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พบว่าผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่โดยเฉพาะเอสเอ็มอี 79.5% ยังไม่เข้าใจรายละเอียดของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ว่าจะมีผลดีผลเสียต่อธุรกิจอย่างไร โดยภาคเกษตรกรเองในขณะที่ประเทศไทยเปิดเสรีการขายข้าวกลับไม่รู้จักและไม่เข้าใจเออีซีมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคอุตสาหกรรม และบริการ เนื่องจากขาดการประชาสัมพันธ์และไม่มีความต่อเนื่องจึงต้องการให้ภาครัฐเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้มากกว่าที่ผ่านมา

 ขณะที่การสื่อสารข้อมูลพบว่าเน้นการนำเสนอเชิงวิชาการมากเกินไป ทำให้เกิดความเข้าใจยาก และยังทำให้เห็นถึงผลประโยชน์ไม่ชัดเจน ซึ่งผู้ประกอบการไทยก็ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องการเปิดเสรีภาคบริการ กรอบการลดภาษีศุลกากร มาตรฐานสินค้าอาเซียน การเคลื่อนย้ายแรงงาน และการขจัดมาตรการที่มิใช่ภาษี ส่วนความพร้อมของธุรกิจไทยกับการแข่งขันในเออีซี พบว่าเอสเอ็มอี 40.6% ไม่พร้อมที่จะแข่งขัน โดยเฉพาะในธุรกิจบริการสื่อสารคมนาคม สุขภาพและสปา ก่อสร้าง ค้าส่งค้าปลีก ขนส่ง และการศึกษา ขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนมากมีความพร้อมในการแข่งขันกับประเทศต่างๆ

 ทั้งนี้ จากการจัดอันดับความสามารถการแข่งขันด้านการขนส่ง หรือโลจิสติกส์ ในภูมิภาคอาเซียน ในปี 2010 ของธนาคารโลก พบว่าไทยมีขีดความสามารถลดลงจากอันดับ 31 ในปี 2007 มาอยู่ที่อันดับ 35 ขณะที่ฟิลิปปินส์มีความสามารถแข่งขันเพิ่มขึ้นจากอันดับ 65 มาอยู่ที่ 44 และพม่าจากอันดับ 147 เป็น 133

 อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจ พบว่าเอสเอ็มอี  59.4% คิดว่าการเข้าสู่เออีซีจะมีประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ 72.8% เห็นว่ามีประโยชน์ต่อธุรกิจมาก จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลและชี้แจงข้อดีข้อเสีย รวมทั้งแนะนำการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558