
เล่าสู่กันฟัง-มาเที่ยวเชียงใหม่กันเถอะครับ
นิตยสารเพื่อการท่องเที่ยวชื่อดังระดับนานาชาติประกาศผลการลงคะแนนเสียงจากผู้อ่าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก โหวตให้เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากกรุงเทพมหานคร
โดยพิจารณาจากทัศนียภาพ ความสวยงาม ศิลปวัฒนธรรม อาหาร แหล่งช็อปปิ้ง ความเป็นมิตรของผู้คน และความคุ้มค่าเงิน” คือข่าวเล็กๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา จำได้ว่าความรู้สึกแรกที่ได้คือ ความไม่แน่ใจว่ามีการแปลที่คลาดเคลื่อนอะไรหรือเปล่า เพราะเท่าที่คิดเอาเองเดาว่ายังไม่น่าจะขนาดนั้น แม้จะมีความชื่นชอบเชียงใหม่และมักจะหาโอกาสขึ้นไปเที่ยวทุกปีและปีละหลายๆ หนก็ตาม
เมื่อสองวันก่อนจึงได้ขึ้นไปพิสูจน์ด้วยตนเอง ก็พบว่าเชียงใหม่วันนี้กำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจริงในหลายๆ ด้าน หลังจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองในประเทศและในตัวจังหวัดเอง ที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งที่เป็นคนไทยด้วยกันและจากต่างประเทศลดลงอย่างมากต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ส่งผลให้ชาวเชียงใหม่ทั้งจังหวัดพลอยเดือดร้อน เพราะรายได้จากนักท่องเที่ยวซึ่งเคยอยู่ที่ปีละ 4-5 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นรายได้หลักหรือประมาณ 40% ของจังหวัด ที่หล่อเลี้ยงผู้คนทุกอาชีพทั้งทางตรงและทางอ้อมหดหายไปอย่างที่ไม่เคยปรากฏ
มีโอกาสได้พูดคุยกับ สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ในงานปิดการแข่งขันหมากล้อมอุดมศึกษาชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะที่ปรึกษาการจัดงานครั้งนี้ ทำให้ได้รู้ความจริงมากมายที่น่าสนใจจนต้องเอามา "เล่าสู่กันฟัง”
เขาบอกว่าขณะนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวของเชียงใหม่เริ่มค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ นักท่องเที่ยวทยอยกันกลับมา คนไทยก็มามากขึ้น โดยมีหลินปิงเป็นแม่เหล็กสำคัญ ส่วนต่างชาติก็เริ่มกลับมาบ้างแล้ว ดูได้จากอัตราการเข้าพักในโรงแรมต่างๆ เพิ่มขึ้นจากที่เคยตกต่ำอยู่ที่ 10-20% ในหลายๆ ปีที่ผ่านมานับแต่เกิดวิกฤติการณ์ เพิ่มเป็น 50-60% ในปัจจุบัน
และเพื่อเป็นการสร้างจุดขายใหม่ๆ ดึงดูดให้ผู้คนมาเชียงใหม่กันมากขึ้น ในปีนี้ ปีหน้า และปีโน้นก็จะมีกิจกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย นอกเหนือจากงานประเพณีที่จัดกันมาเหมือนเดิมๆ เช่น หลังจากงานลอยกระทงซึ่งที่ไหนๆ ก็จัดในปลายเดือนนี้แล้ว ในเดือนธันวาคมจะมีการจุดพลุเฉลิมพระเกียรตินานาชาติที่สวยสดงดงามโดยความร่วมมือของกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตามด้วยงานแสดงบอลลูนนานาชาติ งานมหกรรมอาหาร งานกอล์ฟเฟสติวัลที่ตีกอล์ฟราคาถูกทุกสนาม งานแกรนด์เซลลดทั้งจังหวัด งานสวนพฤกษศาสตร์แฟร์ เป็นต้น
ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นการสร้างให้เชียงใหม่เป็น "นครแห่งการจัดประชุมนานาชาติ” โดยขณะนี้ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขนาดใหญ่มูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาทกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีหน้า ศูนย์ประชุมใหม่นี้จะจุคนได้ถึงกว่า 1 หมื่นคน มีห้องประชุมหลากหลายขนาดพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น ที่จอดรถจอดได้กว่า 3,000 คัน ซึ่งเมื่อรวมกับศักยภาพด้านที่พักหลากหลายรูปแบบและหลากหลายราคา ตั้งแต่โรงแรมระดับ 6 ดาวเรื่อยไปจนถึงรีสอร์ท เกสต์เฮ้าส์ราคาไม่แพง ที่มีจำนวนห้องพักรวมกันถึงกว่า 4 หมื่นห้อง และองค์ประกอบด้านอื่นๆ ก็เชื่อว่าความเป็นผู้นำทางด้านนี้น่าจะมีความเป็นไปได้สูง
“ที่ผ่านมา เราก็ได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐมาโดยตลอด ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะขอวิงวอนมายังพี่น้องชาวไทยทุกภาคก็คือ ขออย่าได้มองว่าเชียงใหม่เป็นพื้นที่ทางการเมือง เพราะจริงๆ แล้วชาวเชียงใหม่ก็เหมือนกับพี่น้องทุกจังหวัดที่รักชาติบ้านเมืองเหมือนคนไทยทุกคน มาเที่ยวเชียงใหม่กันเถอะครับ พวกเรารอต้อนรับท่านอยู่เหมือนเดิม" นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนของคนเหนือและแววตาแห่งความคาดหวัง
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



