ข่าว

หาดใหญ่อ่วม"นาทวี-สะเดา"เริ่มลด

หาดใหญ่อ่วม"นาทวี-สะเดา"เริ่มลด

03 พ.ย. 2553

"ถาวร"รับน้ำเชี่ยวสูงเรือไม่พออุปสรรคการช่วยเหลือ "เกษตรฯ" เผยปริมาณน้ำท่วมหาดใหญ่หนักกว่าปี 31 และ 43 ชี้คลองระบายน้ำ ร.1 ช่วยรับน้ำและระบายน้ำลดความรุนแรง ขณะที่ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเหตุลุ่มน้ำตอนบนไหลลงมาสมทบ ตรังประกาศ8อำเภอพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่ว

 (2พ.ย.) นายดนัยวิทย์ สายบัณฑิต ผอ.ชลประทาน จ.สงขลา กล่าวช่วงเย็นว่า ขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่ จ.สงขลา ที่ถูกน้ำท่วมก่อน ระดับน้ำเริ่มลดลงชั่วโมงละ 1-2 ซม. ส่วนตัวเมืองหาดใหญ่ยังทรงๆ อยู่ ส่วนต้นๆ ที่ท่วมก็เริ่มลด ที่ท่วมหนักก็หน้าห้างบิ๊กซี ส่วนตัวเมืองหาดใหญ่นั้น คาดว่า 2-3 วันระดับน้ำจะลดลง ตอนนี้ยังดีที่ไม่มีฝนตกลงมาซ้ำ

 อย่างไรก็ตาม ทางชลประทานได้ส่งเครื่องสูบน้ำ 15 เครื่อง เครื่องผลักดัน 11 เครื่อง เครืองปั๊มน้ำขนาดใหญ่อีกจำนวนหนึ่งไปที่หาดใหญ่ เพื่อเร่งระบายน้ำลงทะเลสาบสงขลาให้เร็วที่สุด แต่ที่ยากคือคลองสายหลักทั้ง คลองร.1 และคลองอู่ตะเภา ก็ยังมองไม่เห็น เพราะน้ำเต็มหมด ส่วนพื้นที่ อ.นาทวี อ.สะเดานั้น น้ำเริ่มลดแล้ว

"ถาวร"รับน้ำเชี่ยวสูงเรือไม่พออุปสรรคการช่วยเหลือ

 นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ก็ค่ำแล้ว การส่งทหารเข้าไปช่วยก็ลำบาก เพราะบางจุดน้ำเชี่ยว แม้แต่รถจีเอ็มซีก็ไม่สามารถเข้าได้เพราะระดับน้ำสูงมาก ส่วนเรือก็มีจำกัด แต่ก็ได้มีการส่งทหารส่งออกไป 8 สายเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน ซึ่งมีบางส่วนที่ไม่ยอมออกมาจากบ้านเพราะห่วงข้าวของ ซึ่งไม่ทราบจะทำอย่างไร เพราะทุกคนต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันที่มีการประกาศเตือน ส่วนการปฏิบัติการต้องยอมรับว่าเกินขีดความสามารถ ซึ่งจุดที่สามารถเอาเฮลิคอปเตอร์ลงได้ไม่เป็นปัญหา

 อย่างไรก็ตาม ทางแม่ทัพภาค 4 ได้นำ ฮ.มาสนับสนุน 4 ลำ และเรือท้องแบน 24 ลำมาถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ 12 แล้ว และในครึ่งชม.นี้ ตนได้เชิญหน่วยทหารพัฒนา ผู้ว่าฯสงขลา มาหารือเพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ ในช่วงเย็นสัญญาณมือถือค่อนข้างดีขึ้น แต่ไฟฟ้าดับหมดตั้งแต่ตี 1

หาดใหญ่แนวโน้มน้ำเพิ่มสูงเหตุน้ำตอนบนไหลสมทบ 

 นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลาว่า วันนี้ (2 พ.ย. 53) ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานภายหลังจากได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่นในทะเลอ่าวไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. เป็นต้นมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอย่างอำเภอหาดใหญ่ ด้วยปริมาณน้ำจำนวนมากได้ไหลลงสู่ลำคลองธรรมชาติ และคลองระบายน้ำของกรมชลประทาน ทำให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำทั้งในเขตและนอกเขตเทศบาลนครหาดใหญ่

 สถานการณ์ล่าสุด (2 พ.ย.) ในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา วัดปริมาณฝนเฉลี่ย 2 วัน ได้ถึง 373 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าจำนวนมากไหลลงสู่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ทำให้ระดับน้ำในคลองสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกินขีดจำกัดของคลองที่จะรับได้ ทำให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นบริเวณกว้าง วัดปริมาณน้ำไหลผ่านในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาเมื่อเวลา 07.00 น.เช้าวันนี้(2 พ.ย.) ได้สูงถึง 1,623.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยได้ระบายลงสู่คลองอู่ตะเภา ในเกณฑ์ 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายลงสู่คลองระบายน้ำ ร.1 ในเกณฑ์ 663.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 ทั้งนี้ถือได้ว่าปริมาณน้ำดังกล่าว เป็นปริมาณน้ำที่มากกว่าปี 2531(839 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) และยังมากกว่าปี 2543(970.85 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)ด้วย ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีการดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ หรือการก่อสร้างคลองระบายน้ำ ร.1 เกิดขึ้น นับได้ว่าในปีนี้ ถึงแม้ปริมาณน้ำจะสูงมาก แต่คลองระบายน้ำ ร.1 ได้ช่วยแบ่งรับน้ำและระบายน้ำที่ไหลหลากและท่วมขังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความรุนแรงของอุทกภัยที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างมาก

   "สำหรับแนวโน้มระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาที่บ้านบางศาลา(สถานีX.90) ระดับน้ำเริ่มทรงตัว ส่วนระดับน้ำในตัวเทศบาลนครหาดใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำท่าจากลุ่มน้ำทางตอนบนไหลลงมาสมทบ คาดการณ์ว่า หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่ ปริมาณน้ำจะเริ่มทรงตัวและลดระดับลงในระยะต่อไป หากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างไร กรมชลประทาน จะแจ้งให้ทราบต่อไป"

   รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ยังได้เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา (2 พ.ย. 53) ว่า  ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุด   (2 พ.ย. 53) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน ณ จุดสำคัญๆ ดังนี้ จังหวัดนครสวรรค์  2,538 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลดลงจากวานนี้ 52 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) เขื่อนเจ้าพระยา 3,411 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที(ลดลงจากวานนี้ 124 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) เขื่อนพระรามหก 456 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลดลงจากวานนี้  78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) และที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,316 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลดลงจากวานนี้ 24 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) แนวโน้มปริมาณน้ำเหนือบริเวณตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง

 สำหรับในทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง กรมชลประทาน  ได้สูบและระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก จำนวน 0.58 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สูบและระบายลงแม่น้ำบางปะกง จำนวน 4.38 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สูบและระบายลงอ่าวไทยผ่านสถานีสูบน้ำคลองชายทะเล 11.28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ 0.99 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน รวมสูบและระบายลงอ่าวไทย จำนวน 12.27 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

 นอกจากนี้ กรมชลประทาน ได้ใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ  ในการบริหารจัดการน้ำเหนือ โดยอาศัยจังหวะในช่วงที่น้ำทะเลลง ผลักดันน้ำเหนือให้ไหลลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น ในอัตราวันละ 47 ล้านลูกบาศก์เมตร

 ส่วนผลการตรวจวัดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุด วานนี้ (1 พ.ย.) มีดังนี้ สถานี C.4 สะพานพุทธฯ 1.83 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.67 ม. (ตลิ่ง 2.50 ม.รทก.) เวลา 14.00 น., สถานี C.12 กรมชลประทาน สามเสน วัดได้ 2.05 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.95 ม. (ตลิ่ง 3.00 ม.รทก.) เวลา 16.00 น. และสถานี C.22A ปากเกร็ด วัดได้ 2.42 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.02 ม.(ตลิ่ง 2.46 ม.รทก.) เวลา 16.30 น. อย่างไรก็ตาม  ยังคงมีปริมาณน้ำเหนือสมทบกับน้ำที่ท่วมขังอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ลักษณะดังกล่าวนี้ จะยังคงทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างอยู่ในเกณฑ์มากต่อไปอีกระยะหนึ่ง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวลำน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ให้เฝ้าระวังและหมั่นตรวจสอบคันกั้นน้ำให้มีความมั่นคงแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้ง ขอให้ติดตามรายงานสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทาน จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

คูคลองพัทลุงเพียบช่วยระบายน้ำ

 พระมหาสันทรรศน์ ฐิตวิริโย วัดคูหาสวรรค์ จ.พัทลุง กล่าวว่า น้ำมาเมื่อคืนแรงมาก พายุเข้า ต้นไม้ใหญ่หักโค่นใส่บ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า ซึ่งขณะนี้น้ำเริ่มลดแล้วเนื่องจากจังหวัดพัทลุงมีคูคลองจำนวนมาก จึงระบายน้ำได้เร็ว ซึ่งเมื่อช่วงเช้าในเมืองและรอบนอกไฟดับ เนื่องจากสายไฟขาด ต้นไม้หัก แต่ไฟฟ้าขณะนี้ใช้ได้แล้ว ส่วนสัญญาณโทรศัพท์ซึ่งติดขัดช่วงแรก ขณะนี้ก็ใช้ได้แล้ว

ตรังประกาศ8อำเภอพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วมคร่าแล้ว1ราย

 จังหวัดตรัง สรุปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมล่าสุดว่า ได้เพิ่มขึ้นเป็น 8 อำเภอ 4 เทศบาล 50 ตำบล 234 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.รัษฎา  อ.ห้วยยอด  อ.วังวิเศษ  อ.เมือง  อ.นาโยง  อ.ย่านตาขาว  อ.ปะเหลียน และ อ.กันตัง ขณะเดียวสำหรับบ้านเรือนของประชาชน ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตรังตอนล่าง จำนวน 3 ตำบล คือ   ต.นาตาล่วง ต.หนองตรุด และ ต.บางรัก   อ.เมือง  ซึ่งจะเป็นจุดรองรับน้ำจากด้านบน อ.รัษฎา และห้วยยอด คาดว่าในคืนนี้ (2 พฤศจิกายน) น้ำเหนือจะไหลลงมาถึง ทำให้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่ลุ่มอย่างแน่นอน ซึ่งทางอำเภอ รวมทั้ง อบต.ในพื้นที่ก็เตรียมการรับมืออย่างเต็ม

 รายงานข่าวแจ้งว่า  ล่าสุดทางจังหวัดตรัง ได้ประกาศให้พื้นที่ 8 อำเภอ จากทั้งหมด 10 อำเภอ เป็นเขตประสบภัยพิบัติฉุกเฉินจากภาวะน้ำท่วมแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปยอดจำนวนครัวเรือน รวมทั้งตัวเลขประชากร และพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ แต่เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตเนื่องจากจมน้ำแล้ว จำนวน 1 คน คือ นายเปลื้อง เหมือนแก้ว อายุ 58 ปี   ที่เสียชีวิต  จากการจมน้ำ

ธนาคารกรุงเทพปิดให้บริการทั้ง23สาขาในจังหวัดสงขลา

 นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดพายุดีเปรสชันในอ่าวไทยตอนล่าง ส่งผลให้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยหนักที่สุด เป็นเหตุให้ธนาคารกรุงเทพ ที่มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 23 สาขาในจังหวัดสงขลา ไม่สามารถเปิดให้บริการตามปกติได้ ทางด้านสาขาอื่นๆ ในจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียงยังคงเปิดให้บริการเป็นปกติเพื่อรอดูสถานการณ์อีกครั้ง