
ตำรวจ:ลูกไก่ในกำมือนักการเมือง
ระยะนี้ประเทศไทยอยู่ในยุคเสื่อมทรามของนักการเมือง ข้าราชการประจำ และเจ้าหน้าที่รัฐเกือบทุกประเภทแล้ว
ดูได้จากคำให้สัมภาษณ์ หรือการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของกลุ่มบุคคลดังกล่าว เมื่อเกิดเหตุอื้อฉาวทุจริต การประพฤติมิชอบ ขัดจริยธรรม คุณธรรม และการบริหารราชการบ้านเมืองอย่างผิดกฎหมาย หรือไร้ธรรมาภิบาลในหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบ หรือไปกระทบต่อภาพลักษ์ของแก๊งตน
ไม่ว่าจะเป็นแก๊งการเมือง แก๊งข้าราชการ หรือแก๊งเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ
ล้วนแสดงออกในแนวทางเดียวกัน คือปฏิเสธข่าวอื้อฉาว โยนความผิดให้ผู้อื่น ใช้เจ้าหน้าที่รัฐกดดันเล่นงานผู้ออกมาเปิดเผยข้อมูลอย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมกับสร้างเรื่องใหม่ เพื่อแย่งพื้นที่ข่าวในสื่อมวลชนจนกว่าเรื่องอื้อฉาวจะซาลง
ในสุภาษิตจีนโบราณเรียกว่า "ใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว" บวกกับวิธี "ตีกลอง กลบเสียงปี่"
กรณี พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร กินดีหมี แฉพฤติกรรมของนักการเมืองระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ของพรรครัฐบาลในภาคใต้ อันเป็นสาเหตุต้องย้ายตนออกจากการปฏิบัติราชการในท้องที่เดิม เพื่อปกป้องธุรกิจผิดกฎหมายมูลค่ารวมเป็นร้อยล้านบาทต่อเดือน มาเก็บกรุ นัยว่าเป็นห่วงสวัสดิภาพของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์อย่างยิ่ง เพราะคงโดนสหบาทาจากทุกฝ่ายที่อยู่ในพวกตรงกันข้าม
โปรดติดตามดังนี้
1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มาตรา 31 "บุคคลผู้เป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ และพนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรของรัฐ ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป เว้นแต่ที่จำกัดไว้ในกฎหมายหรือกฎที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเมือง สมรรถภาพ วินัย หรือจริยธรรม"
2.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ 2547 นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก.ตร. กตช.เท่ากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตำรวจใน สตช.นายอภิสิทธิ์คนเดียวกับหัวหน้านักการเมือง ที่ ส.ส.ในสังกัดที่อยู่ในภาคใต้หลายคนออกมาตอบโต้ พล.ต.ต.วิสุทธิ์อย่างดุเดือด ในเรื่องผิดกฎหมาย และการโยกย้าย
3.โฆษก สตช.ออกมายืนยัน สำทับเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจว่า "มีหลักเกณฑ์ มีขั้นตอน ข้อบังคับต่างๆ ตามกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว" หลังจากที่ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวว่าต้องพิจารณาเรื่องวินัย มิฉะนั้นจะปกครองตำรวจไม่ได้" ทำให้ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ตกอยู่ในสภาพ "ลูกไก่ในกำมือของนักการเมือง" ทันที
คมพิทักษ์ราษฎร์



