ข่าว

พระราชทานถุงยังชีพช่วยชาวหาดใหญ่

พระราชทานถุงยังชีพช่วยชาวหาดใหญ่

02 พ.ย. 2553

"ในหลวง-ราชินี"รับสั่งทหารเบิกท้องพระคลังพระตำหนักทักษิณฯ นำถุงยังชีพพระราชทานซับน้ำตาชาวหาดใหญ่ อภิสิทธิ์ตรวจน้ำท่วมหาดใหญ่มอบถุงยังชีพ ขณะที่ระดับน้ำปัตตานีสูงขึ้นต่อเนื่องสั่งอพยพคน กรมประชาสัมพันธ์ใช้แผนพระอินทร์ 2 บูรณาการทำงานระหว่างสำนักประชาสัมพั

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 2 พ.ย.53 ที่ศาลาสิริกาญจนาภิเษก พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.นราธิวาส พ.อ.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ พร้อมด้วย พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 46 ได้ร่วมอำนวยการในการเบิกเครื่องอุปโภคและบริโภคจากท้องพระคลังของพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ โดยให้กำลังพลจากกรมทหารพรานที่ 46 พร้อมด้วยกำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ศิลปาชีพ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ทำการนำเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้งรวมทั้งผลไม้ และเครื่องนุ่งห่มมาบรรจุเป็นถุง จำนวน 5,000 ชุด เพื่อสนองพระกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 ทั้งนี้จะได้กระจายความช่วยเหลือไปยังประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลาและสตูลอีกด้วย  โดยถุงยังชีพพระราชทานจำนวน 5,000 ชุด เจ้าหน้าที่ได้มีการลำเลียงขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ทยอยเดินทางนำถุงยังชีพไปหย่อนตามจุดที่ประชาชนต้องประสบกับภาวะน้ำท่วมอย่างหนักเป็นการเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณกว่า 3 แสนคนแล้ว

อภิสิทธิ์ตรวจน้ำท่วมหาดใหญ่มอบถุงยังชีพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รอขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังค่ายทหารคอหงษ์อยู่นั้น  ได้เยี่ยมนายชาติ สุขเกรียง ผู้ป่วยเลือดออกในสมอง ซึ่งถูกอพยพไปยังดาดฟ้าของ รพ.หาดใหญ่เพื่อรอเคลื่อนย้ายไปยังรพ.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ โดยได้สอบถามถึงอาการป่วยและให้กำลังใจ จากนั้นเดินทางมายังค่ายทหารคอหงษ์ และรับฟังการบรรยากยสรุปจาก พ.อ.จริญ อมรแก้ว รองผอ.ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑทหารบก 42  ซึ่งสรุปสถานการณ์ถึงการช่วยเหลือที่ทางทหารได้เข้าไปดูแลผู้ประสบอุทกภัย จากนั้น นายกรัฐมนตรีขึ้นรถจีเอ็มซี และต่อเรือท้องแบนเพื่อไปมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่เทศบาลเมืองหาดใหญ่

สถาบันพระปกเกล้ารินน้ำใจสู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

    ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าร่วมกับนายกสมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า นายมหรรณพ  เดชวิทักษ์ และประธานนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตร การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 13 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ขอเชิญชวนศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน สถาบันพระปกเกล้า ทุกรุ่น ทุกหลักสูตร  ร่วมงาน “ราตรีประดับดาว” ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 8 พ.ย.นี้  ที่อิมแพค เมืองทองธานี  ห้อง จูบิลลี่ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

 นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ นายกสมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า แถลงว่า การจัดงาน “ราตรีประดับดาว”  ซึ่งโดยปกติเป็น งานคืนสู่เหย้า ของศิษย์เก่าพระปกเกล้า แต่เนื่องจากวันจัดงานในปีนี้เป็นช่วงที่พี่น้องร่วมชาติส่วนใหญ่กำลังประสบกับสถานการณ์วิกฤติอุทกภัยน้ำท่วม คณะผู้จัดงาน ราตรีประดับดาว จึงมีแนวคิดที่จะนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดมอบให้สถาบันพระปกเกล้านำไปช่วยบรรเทาทุกข์ให้พี่น้องชาวไทยต่อไป

 ดังนั้น หากลูกศิษย์สถาบันพระปกเกล้าทุกคน สนับสนุนการจัดงานอันมีจิตเป็นกุศลครั้งนี้ คณะผู้จัดงาน จึงขอเชิญให้ทุกท่านมาร่วมงานนี้โดยพร้อมเพรียงกัน ตลอดจนช่วยกันหารายได้ให้ได้มากที่สุดตามความสามารถของแต่ละคนก็จะมีส่วนช่วยให้การดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ครั้งนี้เป็นไปอย่างได้ผลมากยิ่งขึ้น

ระดับน้ำปัตตานีสูงขึ้นต่อเนื่องสั่งอพยพคน

 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปัตตานี ว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปัตตานี หลังจากที่พายุดีเพรสชั่น ทั้งลม-ฝน กระหน่ำเมื่อคืนที่ผ่านมา(1พ.ย.) ส่งผลให้บ้านเรือนราฎร ที่อยู่ริมทะเล ในพื้นที่ อ.ยะริ่ง อ.เมือง อ.หนองจิก อ.สายบุรี ได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านแหลมนก ตำบลบานา อ.เมือง น้ำจากทะเลหนุน และมีคลื่นสูงกระหนำ ต้องอพยพคนอย่างเร่งด่วน เกือยเอาชีวิตไม่รอด โดยทั้งหมดถูกอพยพไปที่มัสยิด-วัด บ้านญาติ ห่างจากพื้นที่เดิมประมาณ 2กิโลเมตร

 จากการตรวจสอบพบว่า ผลกระทบจากพายุดังกล่าว ทำให้เรือประมงชายฝั่งขอชาวบ้าน (เรือกอและ) จมน้ำประมาณ40-50ลำ ขณะเดียวกันพายุยังได้พัดเข้าฝั่ง ซัดบ้านเรือนราษฎร ทำให้บ้านเรือนและเครื่องใชไฟฟ้า และ รถจยย.เสียหายอีกนับ100 คัน ส่วนชาวบ้านไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

 ขณะเดียวกันได้รับรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน โดยเหตุเกิดที่ตำบล ตันหยงลูโล๊ะ อ.เมือง ต้นไม้ใหญ่ล้มทับบ้าน ทำให้ นายอับดุลมามะ ตาดเห อายุ 39 ปี ถูกต้นไม้ทับเสียชีวิต ส่วนที่ในเขตเทศบาลเมืองถนนปากน้ำ อ.เมือง อยู่ริมแม่น้ำ กระแสน้ำได้พัดพาเด็กชายอายุ2 ปี และพี่ชายอายุ 18ปี ถูกกระแสน้ำพัดยังไม่ทราบชะตากรรม

 ล่าสุด นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าฯ ปัตตานี  ได้ประกาศให้พื้นที่บริเวณริมแม่น้ำปัตตานี เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติ พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนอพยพไปอยู่ที่สูงแล้ว เนื่องจากน้ำจากตอนบน จังหวัดยะลา และน้ำป่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำปัตตานี อย่างรวดเร็ว และกำลังไหลลงแม่น้ำปัตตานี ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ โดย เฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ตำบล ปะกาฮารัง และ ตำบลบาราเฮาะ อำเภอเมือง ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มระดับน้ำสูง1.20 เมตร ท่วมบ้านราฎรและถนนเชื่อมในหมู่บ้าน ไม่สามารถสัญจรได้ ต้องใช้เรือสัญจรเท่านั้น

 ล่าสุด ผู้ว่าฯปัตตานี ได้นำอาสาสมัคร-ตำรวจ-ทหาร ออกช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแล้ว

กรมประชาฯใช้แผนพระอินทร์2น้ำท่วมใต้

 นายธีระพงษ์ โสดาศรี รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยถึงแผนการทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ กรณีเกิดฝนตกหนักและอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 สงขลา โดยกรมประชาสัมพันธ์ได้มอบหมายให้สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 สุราษฎร์ธานีและสำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 สงขลา ปรับผังรายการวิทยุและโทรทัศน์เป็นอันเดียวกัน เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ประชาชน รายงานสภาพอากาศ การคาดการณ์สภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ตามแผนพระอินทร์ 2 โดยจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่ช่วยเหลือพร้อมหมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อ และติดตามความต้องการของประชาชนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขอย่างทันท่วงที

 กรณีไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ หากหน่วยงานในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ที่ใดที่มีไฟฟ้าดับ ก็จะมีหน่วยงานนอกพื้นที่อุทกภัยออกอากาศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคเหนือบางส่วนที่สถานการณ์อุทกภัยได้คลี่คลายแล้ว ก็มีแผนประชาสัมพันธ์ฟื้นฟู ว่ารัฐบาลได้เข้าไปให้การช่วยเหลืออย่างไร รวมทั้งการอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือในพื้นที่ การฟื้นฟูจิตใจ การดูแลสุขภาพของผู้ประสบภัย เป็นต้น

 รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้ประสานงานกับสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรับทราบมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลโดยตลอด ขณะเดียวกันขอเชิญชวนประชาชนบริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่หน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งหน่วยงานสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ทุกแห่ง เพื่อจะได้รวบรวมนำส่งสำนักนายกรัฐมนตรีนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ต่อไป