
เตือน5-6พ.ย.ดีเปรสชั่นถล่มใต้อีกระลอก
"คชอ"แถลงหาดใหญ่จมปริมาณน้ำท่วมสูง 2- 3 เมตร เตือน 5-6 พ.ย. ดีเปรสชั่นถล่มอีกระลอก คาด 1-2 วันน้ำทรงตัวระบายไม่ได้เหตุน้ำทะเลหนุนสูง นักเรียนหาดใหญ่วิทยาคาร 400 คนส่งอาหารช่วยแล้ว ห่วงอีสาน 4 - 7 พ.ย.น้ำจากลำน้ำชีไหลเข้าอีก ราชทัณฑ์ เผย มีเรือนจำกว่
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 พ.ย.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานคณะกรรมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้พายุดีเปรสชั่นที่เข้าเมื่อคืนนี้ได้ออกไปทางชายฝั่งทะเลอันดามัน แต่มีอิทธิพลทำให้เกิดฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุง และนครศรีธรรมราช ซึ่งที่หนักมากที่สุด คือ จ.สงขลา พื้นที่หาดใหญ่น้ำท่วมสูง 2- 3 เมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ รพ.หาดใหญ่ ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้า คชอ.ได้ประสานกับกองทัพเรือ ภาคที่ 2 และหน่วยมณฑลทหารบกที่ 42 ในการส่งกำลังช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 559 ราย ผู้ป่วยหนักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู 70 ราย ขณะนี้ลำเลียงออกไปอยู่ที่ รพ.มอ.แล้ว 15 ราย
นายอภิรักษ์ กล่าวว่า สำหรับความช่วยเหลือ คชอ.ได้ประสานในการส่งอุปกรณ์ช่วยเหลือ โดยเมื่อเช้านายกฯ ได้ปล่อยขบวนคาราวาน มีเรือท้องแบน เรือยาง สุขา ถุงยังชีพ โดยในช่วงบ่าย 15.00 น. ส่งชุดแรกโดยเครื่องบิน C130 ที่ บน. 6 มีเรือท้องแบน 100 ลำ ถุงยังชีพ 2,000 ชุด เป็นชุดที่อยู่ได้ 10 วัน จำนวน 1,000 ชุด และ 7 วัน จำนวน 1,000 ชุด ส่วนอีก 9,000 ชุดได้ส่งออกโดยรถเมื่อเช้านี้ คาดว่าจะถึงที่หมายภายในคืนนี้ ขณะที่กองทัพเรือ ได้ส่งเรือรบหลวงจักรนฤเบศ ที่จะออกจากท่าสัตหีบ เวลา 16.00 น. ซึ่งได้แจ้งไปทางสื่อมวลชนและเครือข่ายต่างๆ หากต้องการส่งอุปกรณ์และถุงยังชีพสามารถส่งไปได้
สถานการณ์โดยภาพรวม พื้นที่ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะระดับน้ำยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง แม้อิทธิพลพายุดีเปรสชั่นอาจเริ่มลดลงบ้าง โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คชอ.ได้ประสานไปยังศูนย์ปฏิบัติส่วนหน้าเขต 12 จ.สงขลา ซึ่งมีนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย อยู่บัญชาการในพื้นที่ กับนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นายไพร พัฒโน ทราบว่าความต้องการหลักในวันนี้ ส่วนใหญ่คือต้องการอาหาร ถุงยังชีพ ปัญหาหลักประชาชนหลายคนติดอยู่ในพื้นที่ไม่สามารถออกมาได้ แม้เทศบาลนครหาดใหญ่จะมีการประกาศยกธงแดง และมีการอพยพประชาชนบางส่วนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยบริเวณเทศบาลนคร จึงต้องเร่งระดมส่งอาหาร นอกจากนี้ ยังได้ประสานกรมชลประทาน ส่งเครื่องสูบน้ำ เครื่องดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ขณะเดียวกัน ทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้งเตือนว่าให้เข้าระวังวันที่ 5-6 พ.ย. ซึ่งจะมีพายุดีเปรสชั่น เข้ามาอีกระลอก ซึ่งหากมีข้อมูลที่ชัดเจนจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง
นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้คาดว่าสถานการณ์น้ำที่ท่วมในภาคใต้ จะยังคงทรงตัวอยู่ในช่วง 1-2 วันนี้ ที่ไม่สามารถระบายน้ำได้ เพราะยังมีน้ำทะเลหนุนสูง หวังว่าสถานการณ์ฝนที่ลดลงแล้วจะไม่ซ้ำเติมลงไปอีก แต่ในบางพื้นที่คาดว่าจะสามารถกู้พื้นที่ได้ โดยเฉพาะโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาคาร ที่มีเด็กนักเรียนติดอยู่ 400 คน ได้ประสานส่งอาหารเข้าไปแล้ว และโรงพยาบาล ที่พยายามจะส่งกำลังบำรุงและอาหารเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกฯ ได้กำชับให้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ และการเพิ่มความปลอดภัยด้วย
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันนี้คาดว่าจะมีปริมาณน้ำจากลุ่มแม่น้ำมูลเข้ามาสูงสุด โดยผ่านเข้ามาที่ จ.สุรินทร์ และ อ.ราศีไศล จ.ศรีสะเกษ ขณะนี้ได้เร่งระบายออก 2 ฝั่งแม่น้ำมูล ทำให้ปริมาณน้ำในวันนี้ไม่สูงมากนัก ยังถือว่าอยู่ต่ำกว่าตลิ่งที่ระดับคันกั้นน้ำ 112 เมตร ประมาณ 4 เซนติเมตร แต่คาดว่าจะต้องเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. เป็นต้นไป และจะหนักอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. เพราะจะมีปริมาณน้ำจากลำน้ำชีไหลจะเข้ามา แต่การคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะสูงอยู่ที่ 40-50 เซนติเมตรโดยประมาณ ฉะนั้นสถานการณ์อยู่ในภาวะเฝ้าระวัง ยกเว้นในบางพ้นที่ของขอนแก่น และมหาสารคาม ซึ่งปริมาณน้ำในแม่น้ำชียังเอ่อล้นตลิ่ง ส่วนปริมาณน้ำในลุ่มแม่น้ำมูลใน จ.ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ที่ได้รับผลกระทบ
นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ส่วนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาภาคกลาง ในพื้นที่ใต้เขื่อนเป็นต้นมา ได้แก่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี และปทุมธานี คชอ.ได้หารือถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่มีน้ำท่วมบ้านมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป จะเร่งให้ความช่วยเหลือด้านสุขา เรือท้องแบน ถุงยังชีพ พร้อมกันนี้ได้ประสานให้จังหวัด และปภ.ส่วนหน้าช่วยดูแลเรื่องสภาพความเป็นอยู่
ราชทัณฑ์เผยมีเรือนจำกว่า10แห่งภาคใต้ถูกน้ำท่วม
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักทำให้เกิดความน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด ส่งผลให้เรือนจำในพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมกว่า 10 แห่ง โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่าเรือนจำที่จังหวัดปัตตานีมีระดับน้ำท่วมสูง และการระบายน้ำยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งโรงครัวถูกน้ำท่วมทำให้มีอุปสรรคเรื่องการประกอบอาหารที่ต้องอาศัยส่งอาหารจากเรือนจำที่จังหวัดยะลาเป็นการชั่วคราว ส่วนเรือนจำที่จังหวัดสงขลา และพัทลุง ก็ได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากสถานการณ์พายุเข้าตั้งแต่เมื่อคืน โดยในช่วงบ่ายวันนี้(2 พ.ย. ) ตนได้มอบหมายให้รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบสถานการณ์และเร่งแก้ไขปัญหาแล้ว
“ภาพรวมเรือนจำถือว่าการที่พายุพัดเข้าพื้นที่ภาคใต้ ทำให้ฝนตกหนักครั้งนี้ส่งผลให้เรือนจำมีน้ำท่วมหลายแห่ง ต่างจากสถานการณ์น้ำเหนือและอีสานที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เนื่องจากพายุเข้ามาด้วยความเร็วมาก แต่เชื่อว่าสถานการณ์ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะเรือนจำมีมาตรการรองรับอยู่แล้ว ” นายชาติชาย กล่าว
นายชาติชาย กล่าวว่า การแก้ไขสถานการณน้ำท่วมขณะนี้ยังสามารถรับมือได้ด้วยการใช้เครื่องสูบน้ำออก และใช้กระสอบทรายกั้น ส่วนการคุมขังนักโทษนั้นจะไม่ใช้วิธีอพยพนักโทษออกจากเรือนจำ เพราะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก อีกทั้งแต่ละเรือนจำก็มีนักโทษอยู่ในการดูแลมากอยู่แล้ว แต่จะใช้วิธีขยับนักโทษจากชั้นล่างขึ้นไปรวมกันชั้นบน หรือการย้ายแดนไปอยู่รวมกัน ซึ่งยังสามารถบริหารจัดการพื้นที่คุมขังของตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแม้ขณะนี้เจ้าหน้าที่เรือนจำบางส่วนต้องรับหน้าที่ในการดูแลพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแต่จะไม่มีปัญหาเรื่องการควบคุมผู้ต้องขัง เนื่องจากสถานการณ์เช่นนี้ทำให้แม้กระทั่งนักโทษก็ให้ความร่วมมือในการช่วยกันป้องกันพื้นที่อย่างเต็มที่ สำหรับเรือนจำที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้มีดังนี้ เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เรือนจำกลางสงขลา เรือนจำกลางยะลา เรือนจำกลางปัตตานี และเรือนจำจ.นราธิวาส เป็นต้น
รองผู้ว่าฯยะลาเร่งนำสิ่งของช่วยผู้ประสบภันน้ำท่วม
ที่หมู่ 2 บ้านทุ่งเหรียง ต. ยุโป อ. เมือง จ. ยะลา นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ออกไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ สำหรับที่บ้านทุ่งเหรียงได้เกิดภาวะน้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร โดยเฉพาะที่โรงเรียนบ้านทุ่งเหรียง ซึ่งขณะนี้ ทางจังหวัดได้อพยพราษฎรไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว
นายอภินันท์ กล่าวว่า ขณะนี้เกิดน้ำท่วมขึ้นในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ ของจังหวัดยะลา ทั้งสิ้น 28 ตำบล 53 หมู่บ้าน มีครัวเรือนที่ประสบกับอุทกภัยประมาณ 1,000 ครัวเรือน ถนนได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 16 สาย โรงเรียนในพื้นที่เขตพื้นที่การประถมศึกษายะลา เขต 1 ปิดเรียน 25 โรง โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านทุ่งเหรียง ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมขัง และเป็นพื้นที่ปลายน้ำ ซึ่งทางจังหวัดจะต้องให้ความดูแลอีกสักระยะหนึ่ง เพราะน้ำจะลงมาที่นี่ทั้งหมด และจาการประสานงานไปยังเขื่อนส่งน้ำปัตตานี พบว่า ขณะนี้สามารถระบายน้ำได้ดี หากไม่มีฝนตกลงมา 2 – 3 วัน คิดว่า สถานการณ์น้ำจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางจังหวัดยะลาได้เรียกประชุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดภาวะฝนตกลงมาในพื้นที่อีก ส่วนที่บริเวณคันกั้นน้ำที่บริเวณวิทยาลัยอาชีวะศึกษายะลา ซึ่งได้มีการชำรุดนั้น โดยตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทางเทศบาลนครยะลาได้นำกระสอบทรายไปกั้นไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว น้ำไม่สามารถไหลเข้ามาในตัวเมืองยะลาได้ พร้อมกันนี้ ให้เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยายะลาเฝ้าติดตามสถานการณ์สภาวะอากาศอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากมีเมฆฝนเข้ามา ทางจังหวัดจะประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบทันที และถ้าไม่มีพายุดีเปรสชั่น และเมฆฝนที่เข้ามาทางประเทศมาเลเซีย คาดว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดยะลาก็จะดีขึ้น



