ข่าว

ศาลรธน.แจงสื่อฟ้องมือแพร่คลิปแล้ว

ศาลรธน.แจงสื่อฟ้องมือแพร่คลิปแล้ว

02 พ.ย. 2553

ศาลรธน. ร่อนหนังสือแจงสื่อ แจ้งความเอาผิดอาญาคนแพร่คลิป 2 ชุดแล้ว กรรมการสอบคลิปเตรียมเสนอรายงาน 3-4 พ.ย. นี้ แต่ยังอุบใครเกี่ยวข้อง

เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 2 พ.ย.ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้นำเอกสารเผยแพร่มาให้สื่อมวลชน โดยเนื้อหาในเอกสารระบุว่า ทางสำนักงานได้ดำเนินการตามมติที่ประชุมของคณะตุลาการฯ โดยการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ทั้งกรณีเหตุการณ์เผยแพร่คลิปชุดแรก และชุดที่ 2 เพื่อให้ดำเนินคดีทางอาญากับกลุ่มบุคคลที่ได้ดำเนินการ

 ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา นายเชาวนะ ไตรมาส เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ศิววงศ์ ดำรงสัจจ์สิริ พงส.(สบ2) กก.1 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่นำคลิป “พฤติกรรมศาลรัฐธรรมนูญไทย” จำนวน 3 คลิปไปเผยแพร่ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิด ตามมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โดยการเข้าแจ้งความครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามมติที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ทำการสอบสวนแล้ว

 สำหรับมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ระบุว่า ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คือ1.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

 2.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน 3.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา 4.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ 5.เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามข้อ 1, 2, 3 หรือ4

กก.สอบคลิปเตรียมสรุป3-4พ.ย.แต่อุบพันใคร

 นายสนิท จรอนันต์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีคลิปการหารือของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการฯได้มีการดำเนินการใกล้ที่จะสรุปเรื่องได้แล้ว คาดว่าในวันที่ 3 - 4 พ.ย.นี้ ก็น่าจะเสร็จสามารถส่งผลการสอบฯ ให้กับนาย เชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้และเมื่อเลขาธิการได้รับแล้วก็จะนำรายงานให้กับตุลาการฯ ซึ่งก็ต้องแล้วแต่ตุลาการฯว่าจะเห็นควรดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้การสอบของเราเป็นเพียงประมวลเรื่องราวและใครเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง หากมีเจ้าหน้าที่ของเราเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการ ทางวินัยอย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเราได้สอบใครไปแล้วบ้าง

                  “เราได้สอบบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ได้รับอนุญาตเข้าไปทำหน้าที่ในการประชุมทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุวันเวลาได้ว่าเป็นวันใดช่วงใด เพราะตรงนี้ต้องเข้าคณะกรรมการฯและมาวิเคราะห์กันอีกครั้ง เพื่อชี้ให้ชัดว่าเป็นวันไหนแน่ และยังมีอีกหลายประเด็นที่เรายังต้องมาประชุมกันอีก และผลสอบของเราถ้าเกี่ยวข้องเราก็ไม่อะไรที่ต้องคลางแคลงใจ เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นในหน่วยงานของเรา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เขาต้องหาในความผิดที่เราได้ไปแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วว่าใครเป็นคนทำคลิป และนำไปเผยแพร่ ” นายสนิทกล่าว

 นายสนิท กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าคลิปดังกล่าวที่ออกมานั้นเป็นการใช้กล้องอะไร ซึ่งเมื่อหลายวันก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้ามาตรวจดูแลทำเหตุการณ์จำลองเหมือนในคลิป ก็ยังงงๆกันอยู่ว่าใช้ถ่ายจากอะไร ซึ่งทางตำรวจก็กลับนำไปใช้วิธีการทางเทคนิคก่อนพิสูจน์ทราบ

             ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของศาลใช่หรือไม่ นายสนิท กล่าวว่า ใช่ อันนั้นเป็นการสอบของทางตำรวจเพราะเราได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้วว่าใครเป็นผู้ทำและใครเป็นคนเผยแพร่ และทางตำรวจเขาได้ตั้งคณะกรรมการฯของเขาขึ้นมาตรวจสอบทั้งนี้ทางตำรวจจะดูทั้ง 5 คลิป และเราจะดูในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานที่เกิดกับหน่วยงานเราเท่านั้นคือคลิปที่ 3 - 5 ซึ่งต้องแยกประเด็นในการดำเนินการ      

             เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่สาวที่สนิทกับนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ได้ลางานไปนั้นได้กลับมาทำงานหรือยัง นายสนิท กล่าวว่า ยังไม่กลับเข้ามาทำงาน แต่คงไม่กระทบต่อผลการสอบและก็ยังไม่ทราบว่าเขาจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ยังสรุปไม่ได้

ปชป.โต้พรรคไม่ได้ประโยชน์คลิปฉาวศาลรัฐธรมนูญ

 นพ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีคลิปฉาวศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้มีกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ประโยชน์ เพราะการพิจารณาคดียุบพรรคล่าช้าออกไป ตนขอยืนยันว่าประชาธิปัตย์ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ยังต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาคดีไปตามข้อมูลและหลักฐานในระยะเวลาอันสั้น เรายึดมั่นในตัวบทกฎหมายที่ถูกต้อง และขั้นตอนที่สุจริต เราเคารพต่อการตัดสินของศาล และเชื่อว่าสถาบันศาลจะตัดสินด้วยความเที่ยงธรรม แม้ว่าจะมีกระแสกดดันโดยเฉพาะการสร้างกระบวนการกดดันว่าหากไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดียวกับพรรคการเมืองอื่นที่ถูกยุบไปก่อนหน้านี้จะเป็นสองมาตรฐาน

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยมีความพยายามที่จะให้ข่าวในลักษณะสร้างความสงสัยต่อการพิจารณาของศาล ดังนั้นคนที่ไม่เกี่ยวข้องน่าจะรอให้การพิจาณาเป็นไปตามกระบวนการของศาล และไม่ควรสร้างกระบวนการที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ มีการแบ่งหน้าที่กันเล่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะนายจุรนต์ ฉายแสง สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่แสดงจุดยืนสอดรับกันว่ามีการพิจารณา 2 มาตรฐาน โดยเรียกร้องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลาออกทั้งคณะ เพื่อสร้างกระแสสังคมให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อลดความน่าเชื่อถือ ทำให้บ้านเมืองไม่อยู่ในพื้นฐานกฎกติกา ทั้งนี้ ทางพรรคมั่นใจในตุลาการศาลว่ามีความหนักแน่นพอไม่ตกเป็นเครื่องมือของคนที่มาคุกคามด้วยวิธีการต่าง ๆ

 ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอาจมีคลิปวีดีโอออกมาอีกนั้น ถือว่าเป็นพฤติกกรรมที่ไม่หยุดข่มขู่ และกดดันกระบวนการพิจารณาของศาลให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ และหากศาลไม่ดำเนินการตามทิศทางที่นายจตุพรต้องการ ก็จะมีกลุ่มที่ไม่ทราบฝ่ายใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำลายองค์กรศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรใดก็ตามที่ไม่ทำตามต้องการ ทั้งนี้ตนในฐานะประธานกมธ.การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตว่า ในกรณีนายจตุพรที่รู้ล่วงหน้าคลิป จะเข้าข่ายว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ และพฤติกรรมดังกล่าวของนายจตุพรจะเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนหรือไม่ เพราะฉะนั้นตนจะติดตามเรื่องดังกล่าวกับพนักงานสอบสวนว่าการกระทำดังกล่าวจะสามารถตั้งข้อหาว่ามีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องได้หรือไม่

 นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้ตุลาการดำเนินการเรื่องกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการเผยแพร่คลิปให้กระจ่าง รวมทั้งให้เปิดเผยว่ามีใครที่ไปติดต่อกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการตัดสินคดีให้เป็นไปตามทิศทางที่ตนเองต้องการ การทำเช่นนี้ไม่เพียงทำลายตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่เป็นการทำลายตุลาการทั้งระบบ ตนขอเรียกร้องให้ตุลาการเอาความจริงออกมาพูด อย่าเป็นราชสีห์ที่พ่ายแพ้ต่อเล่ห์หมาจิ้งจอก