
เที่ยว "สงกรานต์ทรงคนอง" 13-15 เม.ย. ย้อนยุค 100 ปี...วิถีชีวิตชาวมอญโบราณ
ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การหารายได้เข้าสู่ท้องถิ่นด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริม "การท่องเที่ยว" ดูจะเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นทุกขณะ เพราะนอกจากจะเป็นช่องทางนำรายได้มาสู่ชุมชนแล้ว ยังทำให้ชุมชนของตนเป็นที่รู้จัก และทำให้เกิดการพัฒนาพื้นที่มากขึ้นอีกด้วย
เช่นเดียวกับ วัชระ เติมวรรธนภัทร์ นายก อบต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่มุ่งพัฒนาท้องถิ่นของตนเพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพฯ อย่างเต็มที่
สำหรับจุดแข็งของ ต.ทรงคะนอง คือ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็น "พื้นที่ชุ่มน้ำ" เหมาะแก่การทำเกษตร โดยมีพื้นที่ "เกาะกระเพาะหมู" ซึ่งได้รับการยกฐานะให้เป็นปอดแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ และสมุทรปราการ โดยมี "ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง" เป็นแม่เหล็กดึงดูดชั้นดี
อบต.ทรงคนอง ยังเตรียมปรับปรุงฟื้นฟูวัดโบราณ 4 แห่ง ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ได้แก่ วัดโปรดเกศเชษฐาราม วัดคันลัด วัดจากแดง และวัดป่าเกศ ซึ่งแต่ละวัดก็มีประวัติความเป็นมา และรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันออกไป
วัดโปรดเกศเชษฐาราม เป็นพระอารามหลวงที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ส่วนผนังทั้ง 4 ด้านของพระอุโบสถจะมีภาพวาดภิกษุณีซึ่งหาดูได้ยาก เป็นฝีมือของช่างในสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ยังมีพระนอนองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายในวัด ซึ่งเป็นพระนอนองค์ใหญ่เพียงแห่งเดียวใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
วัดคันลัด เป็นวัดมอญเพียงวัดเดียวใน ต.ทรงคนอง ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระพุทธรูป "หลวงพ่อพระพุทธมัณฑะเลย์" ที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งชาวมอญให้ความเคารพนับถือกันมาก
นอกจากนี้ ยังมี "สุสานช้างเดิม" เนื่องจากสมัยก่อนบริเวณวัดจะเป็น "ป่าช้าช้าง" โดยมีการนำช้างหลวงที่ตายแล้วมาฝังไว้บริเวณนี้ ทำให้มีการขุดพบโครงกระดูกช้างอยู่เป็นระยะ ส่วนโดยรอบวัดก็มีชุมชนชาวมอญซึ่งยังคงวิถีชีวิตแต่โบราณไว้ได้อย่างน่าชื่นชม
วัดจากแดง เป็นวัดสายวิปัสสนา และมี "พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ" ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงด้านหน้าวัด ซึ่งมักจะมีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนมากราบสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอยู่เสมอ
วัดป่าเกศ มีพระประธานที่มีอายุเก่าแก่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ประดิษฐานอยู่ 2 องค์ ได้แก่ หลวงพ่อโต และ หลวงพ่อใหญ่ ซึ่งชาวบ้านให้ความเคารพสักการะเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีโบสถ์เก่าแก่อายุหลายร้อยปีสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งยังมีรูปสลัก "พระนารายณ์ทรงสุบรรณ" ซึ่งหาดูได้ยาก และมีความสวยงามเป็นอย่างมาก
นอกจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คือ วัดทั้ง 4 แห่ง อบต.ทรงคนองยังจัดการ "ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์" ในพื้นที่ตั้งแต่หมู่ 1-4 ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวที่กรมป่าไม้ยกให้ อบต.ทรงคนอง เป็นผู้ดูแลโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม
อบต.ทรงคนอง บริการจัดการพื้นที่แห่งนี้ด้วยการส่งเสริมให้ชาวบ้านรวมกลุ่มสร้างอาชีพด้วยการสนับสนุนให้ปลูก "พืชสมุนไพร" เพื่อเป็นอาหารเลี้ยงชุมชน และสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง
บริเวณสวนสมุนไพรยังส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวด้วยการ "ปั่นจักรยาน" เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความเป็นธรรมชาติที่ประหยัดพลังงาน ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ปัจจุบันมีแปลงสมุนไพร 2 แปลง ซึ่งมีเนื้อที่ 5 ไร่ และ 3 ไร่ โดยจะปลูกพืชสมุนไพร เช่น ไพล ฟ้าทะลายโจร เป็นต้น โดยกรมป่าไม้เป็นผู้สนับสนุนไพลกล้าไม้ และมีภาคเอกชนให้ความสนใจที่จะให้การสนับสนุนด้วย
ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะมีการส่งเสริมให้ปลูกไม้ประจำถิ่น หรือ "ไม้ 2 น้ำ" เช่น ต้นตีนเป็ด ต้นโพธิ์ทะเล ต้นจามจุรี ต้นลำพู เป็นต้น
ความพิเศษของแปลงไม้น้ำเหล่านี้ โดยเฉพาะบริเวณต้นลำพู ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ จะจัดทำเป็น "สวนหิ่งห้อยบก" ขณะนี้เริ่มมีหิ่งห้อยเข้ามาบ้างแล้ว โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้วยการปั่นรถจักรยาน และจัดให้มีการขายสินค้าพื้นบ้านตามสองข้างทาง
นายก อบต.ทรงคนอง ฝากเชิญชวนว่า ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนนี้ จะมีการจัดงาน ย้อนยุค 100 ปี วิถีชีวิตชาวมอญโบราณ โดยมีการจัดกิจกรรม เช่น การสาธิตกวนกาละแม-ข้าวเม่าทอด รวมทั้งการละเล่นต่างๆ นอกจากนี้ยังมีบริการรถสามล้อบริการฟรีให้นักท่องเที่ยวด้วย
โดยจุดแรกจะเริ่มต้นที่บริเวณสวนสุขภาพลัดโพธิ์ จากนั้นจะพาไปเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ โดยมีมัคคุเทศก์คอยให้บริการ 2 ชุด
ชุดแรก จะเป็นมัคคุเทศก์ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างชาติ ชุดที่สอง จะเน้นบรรยายให้ความรู้ตามวัด โดยจะนำเด็กนักเรียนในพื้นที่มาฝึกอบรม
โครงการดังกล่าวจะทำต่อเนื่องจนถึง "งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง" ในระหว่างวันที่ 17-19 เมษายนนี้ โดยจะจัดให้เป็น "สัปดาห์การท่องเที่ยวแบบชาวมอญ"
อบต.ทรงคนอง จะพานักท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวมอญริมน้ำ เช่น ตลาดชาวมอญ บ้านเรือน และความเป็นอยู่ของชาวมอญในสมัยโบราณมาแสดงเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ความรู้และซึมซับบรรยากาศชุมชนชาวมอญโบราณอย่างเต็มที่
"สุธินันท์ คงสินธ์"



