
อภิสิทธิ์รับแก้แดนไทย-เขมรต้องล่าช้า
"นายกฯ"รับแก้ปัญหาเขตแดน"ไทย-เขมร"ต้องล่าช้า หลังรัฐสภาไม่สามารถลงมติได้ รับที่ผ่านมาเคยชี้แจงผู้นำเขมรแล้วว่าปัญหาเรื่องนี้จะต้องใช้เวลานาน กลาโหมแจงทหารไม่เกี่ยวเอ็มโอยูที่พธม.ค้าน เผยเจบีซี กต.ดูแลไม่เกี่ยวทหาร ชี้ถกจีบีซีคุยแค่เรื่องมั่นคง
(2พ.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวหลังการประชุมครม.กรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมประท้วงที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาเพื่อประท้วงรัฐสภาที่จะลงมติ MOU ไทยและกัมพูชา 2543 รวมทั้งไม่ยอมรับการทำงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนไทย - กัมพูชา ( JBC ) จนรัฐสภาไม่สามารถลงมติได้ และต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมขึ้นว่า ตอนนี้มีการตั้งคณะกรรมาธิการฯและกระบวนการยังเดินต่อไปได้ ยอมรับว่าช้าลงแต่ตนบอกกับกัมพูชาแล้วว่าสิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการภายในของไทย และกัมพูชาต้องเข้าใจด้วย
เมื่อถามว่าเรื่องนี้เป็นการเมืองในประเทศและจะแก้ไขอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ใช่ ทั้งนี้กัมพูชาก็มีปัญหาการเมืองในประเทศเช่นกัน ตนได้คุยกับสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชาแล้วว่า เรื่องนี้ต้องประคับประคองไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ต่างฝ่ายต่างต้องรักษาสิทธิของตัวเอง และต้องเข้าใจว่าประชาชนของแต่ละประเทศต่างมีความรู้สึกที่รุนแรง ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ เพราะหากรัฐบาลแก้ไขสิ่งใดแล้วประชาชนยอมรับไม่ได้ ก็แก้ไม่สำเร็จในเรื่องแบบนี้
ตอนนี้สองประเทศเข้าใจดีว่ามีกระบวนการภายในและเรื่องที่ต้องไปบริหารภายในทั้งนั้น จึงพยายามในตอนนี้คือ ทำกิจกรรมอื่นๆเพื่อเสริมความสัมพันธ์ เช่น การแลกเปลี่ยนการดินทางเยือน กิจกรรมทางวัฒนธรรม อาทิ การเชิญสื่อกัมพูชามาไทยเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาและเมื่อกลับไปแล้วก็ช่วยทำให้เกิดทัศนคติในทางบวกกับไทยมากขึ้น เมื่อถามว่า กรณีเขาพระวิหารจะปล่อยไปแบบนี้ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตอนนี้เราจะให้คณะกรรมการปักปันเขตแดนไทย - กัมพูชา ( JBC )ทำงานไป และในส่วนของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย - กัมพูชา( GBC )นั้นไม่มีปัญหาใดๆและเดินหน้าต่อไป
กลาโหมแจงทหารไม่เกี่ยว”เอ็มโอยู”ที่พธม.ค้าน
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงชี้แจงถึงข้อแตกต่างระหว่างการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) กับการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(เจบีซี) ว่า ที่ผ่านมาเจ้ากรมกิจการชายแดนทหารในฐานะเลขาธิการในการประชุมจีบีซีพิจารณาว่า จากการแถลงผลการประชุมจีบีซีเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่ายังมีประชาชนบางส่วนมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ทำไมการประชุมครั้งนี้จึงไม่สามารถตกลงในประเด็นปัญหาเอ็มโอยูได้ ทั้งที่มีการระบุว่าความสัมพันธ์ของทั้งประเทศนั้นยังดีอยู่ ซึ่งตนขอชี้แจงว่าการประชุมจีบีซีที่ผ่านมาไม่ได้มีการประชุมเกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงการประชุมเจบีซีที่ทางกลุ่มพันธมิตรชุมนุมคัดค้าน เพราะทหารไม่ได้รับผิดชอบในการประชุมเจบีซี ส่วนในการประชุมจีบีซีเป็นการประชุมหารือเกี่ยวกับด้านความมั่นคงเท่านั้น
“การประชุมจีบีซีแตกต่างจากการประชุมเจบีซีอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งการประชุมจีบีซีมีขอบเขตเกี่ยวกับการกำหนดแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมในการส่งเสริมความร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพในพื้นที่บริเวณชายแดน ตลอดจนพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมีกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบและมีรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมทั้ง 2 ประเทศเป็นประธานคณะกรรมการร่วม แต่การประชุมเจบีซีจะพิจารณา เจรจาเกี่ยวกับปัญหาเส้นเขตแดนทางบก และดำเนินการสำรวจเพื่อจัดทำหลักขตแดนทางบกตลอดแนวชายแดน ซึ่งมีกระทรวงต่างประเทศเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ โดยฝ่ายไทยมีนายศิน ธีรเวชญาณ เป็นประธานโดยถาวร และมีเจ้ากรมแผนที่ทหารเป็นกรรมการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วมไทย – กัมพูชา ในการปักปันเขตแดน ส่วนฝ่ายกัมพูชานายวาร์ กิม ฮอง เป็นประธาน”โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว



