ข่าว

ไอซีทีส่งดาวเทียมเคลื่อนที่ลงใต้กู้สื่อสาร

ไอซีทีส่งดาวเทียมเคลื่อนที่ลงใต้กู้สื่อสาร

02 พ.ย. 2553

“ไอซีที”ส่งดาวเทียมเคลื่อนที่ลงใต้ หวังกู้การสื่อสารให้กลับขึ้นมาใหม่ เตรียมประสานช่อง 9 ขึ้นตัววิ่งแจ้งเตือพื้นที่มีภัย หาดใหญ่ยังวิกฤติระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คลอง ร.1ช่วยรับและระบายน้ำท่วมขังสงขลา ฝนถล่มหนักอุโบสถวัดควนดินแดงนครศรีถล่ม ธนาคารธนชาตแ

 (2พ.ย.) ที่รัฐสภา เวลา 14.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แถลงว่าในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จนเป็นเหตุให้การติดต่อสื่อสารในพื้นที่ ผ่านทางโทรศัพท์ถูกตัดขาด รายงานล่าสุดพบว่าเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ( Cell Site ) เสียหาย 80 เสา จากเดิมที่มีอยู่ 200 เสาในพื้นที่ภาคใต้ สาเหตุเป็นเพราะเครื่องปั้นไฟของ Cell Site ชำรุด ซึ่งทางกระทรวงไอซีทีได้ส่งรถดาวเทียมเคลื่อนที่ของบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ไปเชื่อมสัญญาณในพื้นที่แล้ว คาดว่าในช่วงค่ำวันนี้ (2 พ.ย.) การสื่อส ารจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

 นายจุติ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาตินั้นขณะนี้ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในส่วนที่กระทรวงมหาดไทยเข้าไม่ถึง นอกจากนั้นยังได้พัฒนาระบบแจ้งเตือนผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ด้วย คือให้เจ้าหน้าที่จากบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ส่งเจ้าหน้าที่เพื่อเก็บข้อมูลตัวเลขสถานการณ์น้ำในพื้นที่ เพื่อแจ้งผ่านทางศูนย์เตือนภัยพิบัติ ก่อนส่งให้ทีวีช่อง 9 เพื่อจัดทำตัววิ่ง สื่อสารกับประชาชน

หาดใหญ่ยังวิกฤติระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ว่าขณะนี้ฝนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะหยุดตกแล้วมาประมาณกว่า 2 ชม. แต่สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ อ.หาดใหญ่ ก็ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากในหลายจุดยังคงมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตัวเมืองหาดใหญ่

 อย่างกรณีล่าสุดเมื่อประมาณ 1 ชม.ที่ผ่านมา ทางศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.หาดใหญ่ ได้แจ้งข่าวว่า ที่บริเวณชุมชนหลัง สภ.หาดใหญ่ มีระดับท่วมสูงมาก ประชาชนรอเจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือ เช่นเดียวกับในอีกหลายๆจุดที่ประสบภัย แต่เนื่องจากในบางพื้นที่ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ตัดกระแสไฟฟ้า รวมถึงเรือที่จะนำเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่เพียงพอ ทำให้การเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างยากลำบาก

 ส่วนทางด้านพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ นั้น สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ทางว่าที่ร้อยตรีเสรีย์ นวลเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองบ้านพรุ กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนว่าปริมาณน้ำจะมากอย่างนี้ โดยบางพื้นที่มีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตรแล้ว

 "ที่ผ่านมาทางเทศบาลได้มีการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยผ่านทางคลื่นวิทยุของเทศบาลเมืองบ้านพรุ ซึ่งมีผมนั่งจัดรายการมาตลอดทั้งวัน แต่เนื่องจากปริมาณน้ำที่มีจำนวนมากไหลหลากมาจากพื้นที่ อ.สะเดา ผ่านคลองอู่ตะเภา ทำให้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว และไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ส่วนพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยนั้น บางส่วนทางเจ้าหน้าที่เราก็สามารถเข้าให้การช่วยเหลือมาได้แล้ว ขณะที่บางส่วนก็ยังคงอยู่ภายในบ้านของตัวเองที่กำลังมีน้ำท่วมขัง" 

 ว่าที่ร้อยตรีเสรีย์ กล่าวและว่า ขณะเดียวกันมีหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งที่ประสบภัยน้ำท่วมหนักทางเจ้าหน้าที่เราได้เข้าให้การช่วยเหลือมาได้จำนวน 40 คน ที่เหลือยังคงอยู่ภายในบ้านพักของตัวเอง ทั้งนี้เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวและแรงมาก ประกอบกับกระแสไฟฟ้าในพื้นที่โดยตัด การเข้าให้ความช่วยเหลือจึงค่อนข้างลำบาก รวมถึงขาดเรือที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย

คลอง ร.1ช่วยรับและระบายน้ำท่วมขังสงขลา

 นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลาว่า วันนี้ (2 พ.ย. 53) ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานภาย หลังจากได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่นในทะเลอ่าวไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. เป็นต้นมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอย่างอำเภอหาดใหญ่ ด้วยปริมาณน้ำจำนวนมากได้ไหลลงสู่ลำคลองธรรมชาติ และคลองระบายน้ำของกรมชลประทาน ทำให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำทั้งในเขตและนอกเขตเทศบาลนครหาดใหญ่

สถานการณ์ล่าสุด (2 พ.ย.) ในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา วัดปริมาณฝนเฉลี่ย 2 วัน ได้ถึง 373 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าจำนวนมากไหลลงสู่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ทำให้ระดับน้ำในคลองสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกินขีดจำกัดของคลองที่จะรับได้ ทำให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นบริเวณกว้าง วัดปริมาณน้ำไหลผ่านในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาเมื่อเวลา 07.00 น.เช้าวันนี้(2 พ.ย.) ได้สูงถึง 1 , 623.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยได้ระบายลงสู่คลองอู่ตะเภา ในเกณฑ์ 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายลงสู่คลองระบายน้ำ ร.1 ในเกณฑ์ 663.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้ ถือได้ว่าปริมาณน้ำดังกล่าว เป็นปริมาณน้ำที่มากกว่าปี 2531(839 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) และยังมากกว่าปี 2543(970.85 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)ด้วย ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีการดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ หรือการก่อสร้างคลองระบายน้ำ ร.1 เกิดขึ้น นับได้ว่าในปีนี้ ถึงแม้ปริมาณน้ำจะสูงมาก แต่คลองระบายน้ำ ร.1 ได้ช่วยแบ่งรับน้ำและระบายน้ำที่ไหลหลากและท่วมขังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความรุนแรงของอุทกภัยที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างมาก

สำหรับแนวโน้มระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาที่บ้านบางศาลา(สถานี X.90 ) ระดับน้ำเริ่มทรงตัว ส่วนระดับน้ำในตัวเทศบาลนครหาดใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำท่าจากลุ่มน้ำทางตอนบนไหลลงมาสมทบ คาดการณ์ว่า หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่ ปริมาณน้ำจะเริ่มทรงตัวและลดระดับลงในระยะต่อไป หากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างไร กรมชลประทาน จะแจ้งให้ทราบต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา (2 พ.ย. 53) ว่า ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุด (2 พ.ย. 53) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน ณ จุดสำคัญๆ ดังนี้ จังหวัดนครสวรรค์ 2 , 538 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลดลงจากวานนี้ 52 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) เขื่อนเจ้าพระยา 3 , 411 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที(ลดลงจากวานนี้ 124 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) เขื่อนพระรามหก 456 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลดลงจากวานนี้ 78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) และที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3 , 316 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลดลงจากวานนี้ 24 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) แนวโน้มปริมาณน้ำเหนือบริเวณตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง กรมชลประทาน ได้สูบและระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก จำนวน 0.58 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สูบและระบายลงแม่น้ำบางปะกง จำนวน 4.38 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สูบและระบายลงอ่าวไทยผ่านสถานีสูบน้ำคลองชายทะเล 11.28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ 0.99 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน รวมสูบและระบายลงอ่าวไทย จำนวน 12.27 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

นอกจากนี้ กรมชลประทาน ได้ใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ ในการบริหารจัดการน้ำเหนือ โดยอาศัยจังหวะในช่วงที่น้ำทะเลลง ผลักดันน้ำเหนือให้ไหลลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น ในอัตราวันละ 47 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนผลการตรวจวัดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุด วานนี้ (1 พ.ย.) มีดังนี้ สถานี C.4 สะพานพุทธฯ 1 .83 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.67 ม. (ตลิ่ง 2.50 ม.รทก.) เวลา 14.00 น. , สถานี C.12 กรมชลประทาน สามเสน วัดได้ 2 .05 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.95 ม. (ตลิ่ง 3.00 ม.รทก.) เวลา 16.00 น. และ สถานี C.22A ปากเกร็ด วัดได้ 2.42 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.02 ม.(ตลิ่ง 2.46 ม.รทก.) เวลา 16 .30 น.

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปริมาณน้ำเหนือสมทบกับน้ำที่ท่วมขังอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ลักษณะดังกล่าวนี้ จะยังคงทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างอยู่ในเกณฑ์มากต่อไปอีกระยะหนึ่ง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวลำน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ให้เฝ้าระวังและหมั่นตรวจสอบคันกั้นน้ำให้มีความมั่นคงแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้ง ขอให้ติดตามรายงานสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทาน จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป

ฝนถล่มหนักอุโบสถวัดควนดินแดงนครศรีถล่ม

 ที่ จ.นครศรีธรรมราช  มีรายงานว่าตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากฝนและลมพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ปรากฏว่าอุโบสถวัดควนดินแดง ม.8 ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีการก่อสร้างเพิ่งแล้วเสร็จได้ไม่นานมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท  ได้ถล่มลงมาทั้งหลัง   สำหรับอุโบสถหลังดังกล่าวนั้นตั้งอยู่บนเนินเขาควนดินแดง สภาพพังราบยับเยิน

 พระน้อย จันทวโร เจ้าอาวาสวัดควนดินแดง  กล่าวว่า คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ฝนได้ตกอย่างหนักมีลมพัดอย่างรุนแรง ทำให้ต้นไม้โค่นล้มส่วนหนึ่งได้โค่นมาตีโบสถ์หลังจากนั้นลมได้กรรโชกอย่างหนักซ้ำจนโบสถ์พังทลาย   ส่วนในพื้นที่ อ.ชะอวด สวนยางพาราจำนวนมากถูกลมพายุพัดจนเสียหายหลายแห่งด้วยกัน ถนนหลายสายถูกไม้ใหญ่หักโค่นลงมากีดขวางการจราจร

ธนาคารธนชาตแจ้งปิดสาขาภาคใต้8แห่ง

ขณะเดียวกันเนื่องจากกรณีฝนตกหนัก และเกิดน้ำท่วมในจังหวัดภาคใต้ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) แจ้งปิดทำการสาขาของธนาคารจำนวน 8 สาขา ในอำเภอหาดใหญ่ อำเภอเมืองสงขลา และอำเภอเมืองพัทลุงประกอบด้วย 1.สาขาหาดใหญ่  2.สาขาถนนจุติอุทิศ 3.สาขาถนนรัถการ 4.สาขาคาร์ฟูร์ (หาดใหญ่)    5.สาขาไดอาน่า ศรีภูวนารถ 6.สาขาหาดใหญ่ใน 7.สาขาสงขลา 8. สาขาพัทลุง