
กต.เคลียร์พธม.รับปากไม่ลงมติ3ฉบับ
ชวนนท์ ฝ่าม็อบเคลียร์ สนธิ รับปากไม่ลงมติทั้ง 3 ฉบับ พร้อมตั้งกมธ.ร่วมส.ส.-ส.ว. สนธิ โขกซ้ำให้ได้ข้อสรุปใน 30 วัน แย้มแล้ว 11 ธ.ค.นัดใหญ่
(2พ.ย.) เวลา 11.30 น. นายนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ เดินทางออกไปพบนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯที่ชุมนุมคัดค้านพิจารณาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา รวม 3 ฉบับ ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าว่า“ขายชาติ”ตลอดสองฝั่งถนน โดยนายสนธิและนายชวนนท์ใช้เวลาพูดคุยอยู่ 2-3 นาที นายสนธิจึงเชิญสื่อมวลชนมาแถลงว่า รัฐบาลได้ส่งนายชวนนท์มาพบเพื่อแจ้งว่ารัฐบาลจะไม่ลงมติรับรองบันทึกการประชุมทั้งสามฉบับแต่จะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมที่มีตัวแทนของสภาผู้แทนราษฏร และวุฒิสภา โดยเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในคณะกรรมาธิการร่วม
นายสนธิ กล่าวอีกว่า ขอให้เข้าใจว่านายชวนนท์ไม่มีการเมืองเกี่ยวข้องแต่พยายามให้เจบีซีมีความถูกต้องและแก้สิ่งที่มีปัญหาออกไป ซึ่งตนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี หากที่ประชุมร่วมรัฐสภายังไม่ลงมติวันนี้ (2 พ.ย.) ก็ถือว่าเจบีซียังไม่ผ่านสภา การตั้งกรรมาธิการร่วมโดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมถือว่ารัฐบาลแสดงน้ำจิตน้ำใจ ถือว่าใช้ได้ ใจกว้าง ต้องขอบคุณนายชวนนท์ แต่ตนขอพูดในฐานะตัวแทนแกนนำพันธมิตรฯ ขอเสนอให้คณะกรรมาธิการร่วมเร่งการศึกษาอย่าให้ยืดเยื้อ โดยขอให้กรรรมาธิการร่วมฯมีข้อสรุปภายใน 30 วัน ตามที่พันธมิตรฯ ต้องการ เนื่องจากพันธมิตรฯได้คิดกันไว้แล้วว่าหากการเจรจาเรื่องเขตแดนไม่ยึดหลักสันปันน้ำ วันที่ 11 ธ.ค. พันธมิตรฯจะเรียกชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศไทย อย่างไรก็ดีขอให้รัฐบาลแถลงให้ชัดเจนว่าจะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม แล้วพันธมิตรจะยอมรับได้
" เวลานี้เราไม่เชื่อคำพูดนายกรัฐมนตรีคนนี้แล้ว ถ้ารัฐบาลจะให้ตั้งกรรมาธิการขอให้ประกาศออกมาให้ชัดเจน พันธมิตรมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าหากรัฐบาลจะเอาแบบเดิมเราจะขอให้รัฐบาลยกเลิกมติ ถ้าไม่ยกเลิกเราจะไม่เลิกการชุมนุม ถ้ายังไม่ยกเลิกเราจะไม่กลับ" นายสนธิ กล่าว
ก่อนหน้านั้นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล,นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง รวมตัวที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ประมาณ 1 พันคน เคลื่อนขบวนมายังหน้าอาคารรัฐสภา โดยใช้รถ 6 ล้อขนาดใหญ่เป็นเวทีปราศรัย ติดป้ายขนาดใหญ่ว่า“หยุด ! รัฐบาล..ขายชาติ”เพื่อคัดค้านการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาบันทึกการประชุมคณะกรร มาธิการร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา รวม 3 ฉบับ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจัดกำลังรับมือสถานการณ์จำนวน 4 กองร้อย หรือ 600 นาย รวมทั้งตำรวจปราบจราจลหญิงจำนวน 95 นาย มาดูแลความเรียบร้อยหน้ารัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่มาถึงหน้ารัฐสภา นายสนธิได้ขึ้นประกาศบนรถเครื่องขยายเสียงของตำรวจ ขอให้ผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบบริเวณฝั่งถนนอยู่ทองในด้านหน้าสวนสัดดุสิต จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การชุมนุมในวันนี้เป็นการมาแสดงพลังเป็นสัญลักษณ์คัดค้านการรับรองบันทึกการประชุมทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งพันธมิตรฯ เชื่อว่าหากที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติรับรองจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเสียดินแดนให้กับกัมพูชา ยืนยันว่าการชุมนุมจะเป็นไปโดยสงบไม่บุกรุกเข้าไปในรัฐสภา แต่หากที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติรับรองบันทึกการประชุมฯ พันธมิตรฯจะกลับมาชุมนุมใหญ่อีกครั้งในเดือนธันวาคม เพื่อให้รัฐบาลยกเลิกสิ่งที่ได้รับรองไปในวันนี้ โดยการชุมนุมในเดือนธันวาคมจะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อไม่ได้รับชัยชนะจะไม่เดินทางกลับ ส่วนวันนี้เป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น
ขณะที่พล.ต.จำลอง กล่าวปราศรัยกับผู้ชุมนุมว่าหากวันนี้ที่ประชุมร่วมรัฐสภารับรองบันทึกการประชุมทั้ง 3 ฉบับ แกนนำจะประชุมเพื่อขอฉันทามติว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป สำหรับเนื้อหาการปราศรัยเป็นการโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่าไม่รักษาคำพูดที่ให้ไว้กับพันธมิตรฯ โดยแกนนำได้นำผู้ชุมนุมตระโกนขับไล่ ด้วยคำว่า "โกหก ขายชาติ" ขณะที่แกนนำบนเวทีได้ประกาศว่าพันธมิตรฯเคยขับไล่นายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน ถ้าจะมาไล่นายกรัฐมนตรีอีกคนก็ไม่แปลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างดุเดือด โดยนอกจากแกนนำพันธมิตรฯทั้ง 4 คนแล้วยังมีแกนนำระดับรองมาร่วมชุมนุมหลายคน อาทิน.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ นายประพันธ์ คูณมี นายเทิดภูมิ ใจดี นางมาลีรัตน์ แก้วก่า โดยมีการนำประชาชนตะโกน “รัฐบาล...ขายชาติ” กึกก้องอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ชุมนุมถือป้ายข้อความกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างรุนแรง เช่น เป็นกบฎต่อแผ่นดิน ต้องได้รับโทษประหารชีวิต เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าระหว่างการชุมนุม นายสนธิได้เดินมาพบพ.ต.อ.วิชาญวัชร์ บริรักษ์กุล รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยแจ้งว่า ผู้ชุมนุมจะขุมนุมรอฟังผลการประชุมร่วมว่ามีมติอย่างไรกับบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม ฯโดยหลังจากทราบมติของที่ประชุมแล้วจะสลายการชุมนุมและเดินทางกลับ ช่วงนี้หากการจราจรติดขัดขอให้เจ้าหน้าทื่ตำรวจช่วยอำนวยความสะดวกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯในครั้งนี้ทำให้การจราจรที่ถนนอู่ทองใน ติดขัดอย่างหนักเนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมทะลักลงบนผิวถนน 1 เลน



