
"ปุ้ย"งานหนักลุยอชก. วันเดียวแข่ง2รายการ
"ปุ้ย" ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา นักคาราเต้สาวไทย รับบทหนักในเอเชี่ยนเกมส์ ต้องลงแข่งขันในวันเดียวถึง 2 ประเภท คือ ท่ารำ และต่อสู้ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 50 กก. เจ้าตัวรับงานไม่ง่าย เตรียมวางแผนสู้ศึกอย่างรอบคอบ รับหวังซิวทองมาคล้องคอปิดฉากเอเชี่ยนเกมส์หนสุดท้าย
"ปุ้ย" ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา นักกีฬาคาราเต้สาวทีมชาติไทย เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายนนี้ ว่า การฝึกซ้อมในช่วงที่ผ่านมาไม่มีปัญหาเรื่องอาการเจ็บเข่า ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บเรื้อรังจากการฝึกซ้อมและแข่งขันมาหลายปี เพราะทุกครั้งที่เจ็บจะฉีดยาทันที และตอนนี้มีเพียงอาการป่วยจากไข้หวัดเล็กน้อยเท่านั้น
"ตอนนี้ร่างกายไม่มีปัญหาเรื่องอาการเจ็บ เวลาเจ็บเข่าจะฉีดยาเลย เป็นยาแก้อักเสบ ซึ่งมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าเรามีอาการบาดเจ็บจริง จึงสามารถใช้ได้ในช่วง 1 เดือนก่อนแข่ง ปุ้ยยอมฉีดยาเพราะใกล้จะแข่งเอเชี่ยนเกมส์แล้ว ถ้าปล่อยให้เจ็บก็คงไม่ได้ซ้อม อยากทำให้ดีที่สุด เพราะเอเชี่ยนเกมส์ไม่ได้มีทุกปี และคงเป็นเอเชี่ยนเกมส์สุดท้ายของปุ้ยแล้ว"
นักคาราเต้สาวทีมชาติไทยที่สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองแรกจากกีฬาซีเกมส์ ให้สมาคมคาราเต้-โดแห่งประเทศไทย เมื่อซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวต่อว่า เอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ จะลงแข่งขัน 2 ประเภท คือ ประเภทท่ารำ บุคคลหญิง และประเภทต่อสู้ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 50 กก.หญิง โดยทั้ง 2 ประเภทจะแข่งขันในวันเดียวกัน สำหรับท่ารำจะแข่งขันช่วงเช้า ส่วนต่อสู้จะแข่งขันช่วงบ่าย ดังนั้นจะต้องฝึกตัวเองและวางแผนการแข่งขันให้ดีที่สุด เนื่องจากท่ารำต้องใช้พลังงานมาก แต่ช่วงเช้าไม่สามารถรับประทานอาหารได้เยอะ เพราะต้องชั่งน้ำหนักก่อนลงแข่งขันประเภทต่อสู้
"ผลงานในเอเชี่ยนเกมส์ที่ผ่านมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว สำหรับนักกีฬาทุกคนทุกชนิดกีฬา รวมถึงปุ้ยเอง เมื่อลงสนามแข่งขัน ไม่มีใครไม่หวังถึงเหรียญทอง ปุ้ยเองก็ตั้งเป้าไว้ที่เหรียญทอง ซึ่งหวังจากประเภทต่อสู้ และจะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด โดยจะเดินทางไปจีนวันที่ 21 พฤศจิกายน หลังจากที่เอเชี่ยนเกมส์เริ่มไปได้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว"



