
'มาร์ค'สั่งเร่งแก้น้ำท่วมเมืองหาดใหญ่
"อภิสิทธิ์"สั่งระดมเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมบินลงหาดใหญ่ พร้อมสั่งระดมเครื่องมือ และสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยปชช.ที่เผชิญน้ำท่วมภาคใต้
(2พ.ย.) ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวานขนสิ่งของสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพิ่มเติมให้กับ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาทและอ่างทอง ซึ่งเป็นความร่วมมือของรัฐบาลโดยคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)
โดยนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวรายงานว่า สิ่งของที่มอบวันนี้ใช้งบประมาณ 106,194,000 บาท ประกอบด้วยเรือท้องแบนอเนกประสงค์ประเภทอลูมิเนียม 30 ลำ ประเภทไฟเบอร์กลาส 70 ลำ เรือยาง 30 ลำ เครื่องยนต์เรือ 30 เครื่อง เรือขนาดเล็ก 4,500 ลำ เต็นท์สนาม 7,400 หลัง ห้องสุขาเคลื่อนที่ 350 ห้อง และถุงยังชีพ 2 หมื่นชุด ซึ่งทั้งหมดจะกระจายไปที่ภาคเหนือ อีสาน ภาคใต้ โดยเฉพาะจะเสริมที่ศูนย์ปภ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต สงขลา และสุราษฎร์ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ของเหล่านี้ไปถึงโดยเร็วที่สุดก็จะได้ขึ้นเครื่องบินซี 130 ไปยังจุดสำคัญคือที่หาดใหญ่ อย่างไรก็ตามในจังหวัดทางภาคใต้ก็มีเงินทดลองราชการ ซึ่งตนในนามของส่วนราชการและอาสาสมัครและประชาชนขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี
ด้าน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอบคุณทุกท่านที่ทำงานเหน็ดเหนื่อย รัฐบาลทราบดีว่าปัญหาความเดือดร้อนในครั้งนี้ถือเป็นความเดือดร้อนครั้งใหญที่สุดครั้งหนึ่งในแง่ของภัยพิบัติอุทกภัย ซึ่งการระดมกำลังจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะสถานการณ์ขณะนี้ยังเห็นได้ชัดว่าในทุกภาคจะมีสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทั้งน้ำท่วมขังที่ภาคกลาง น้ำไหลไปภาคอีสาน และล่าสุดคือพายุดีเปรสชั่นที่เข้าไปที่ภาคใต้ ฉะนั้นการทำงานยังจะต้องทำงานอย่างหนักกันต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะสนับสนุนช่วยเหลือและขจัดปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน โดยคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจและครม. ได้เร่งอนุมัติงบประมาณและมาตรการต่างๆเพื่อให้หน่วยงานสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น
“คิดว่าการทำงานในครั้งนี้ไม่ใช่การทำงานตามปกติ ต้องขอบคุณหลายหน่วยงาน นี่ไม่ใช่การจัดซื้อเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการระดมคนมาเพื่อช่วยสร้าง ถือว่าเป็นความร่วมมือที่เป็นแบบอย่างที่ดี จึงขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทุกคนปปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งต่อเนื่องเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์และนำความปกติสุขกลับมาสู่คนไทยทั้งประเทศ ” นายกฯ กล่าว
จากนั้นนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์อีกถึงการสั่งการให้ความช่วยเหลือน้ำท่วมที่ภาคใต้ว่า วันนี้จะมีเครื่องบินซี 130 นำสิ่งของลงไป และตนจะคอนเฟอเร้นท์เพื่อติดต่อกับพื้นที่ อย่างไรก็ตามมีการเตือนนักท่องเที่ยวล่วงหน้าแล้วตั้งแต่เมื่อ 2 วันที่แล้ว
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้มอบหมายให้นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ตั้งศูนย์ช่วยเหลือแล้วที่ศูนย์ปภ.เขต 12 จังหวัดสงขลา และนายถาวร อำนวยการร่วมกับปภ.ตั้งแต่เมื่อคืน ซึ่งมีการติดตามสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า แต่เนื่องจากปริมาณน้ำฝน 200-300 มิลลิเมตร โดยหลังจากตั้งศูนย์ก็มีการส่งเรือลงไป โดยเทศบาลหาดใหญ่ยกธงแดงให้อพยพคนภายใน 30 - 60 ชั่วโมง ซึ่งประชาชนบางส่วนมีการอพยพ แต่บางคนไม่คิดว่าน้ำจะขึ้นเร็ว อย่างไรก็ตามในเช้าวันนี้นายกรัฐมนตรีจะสนทนาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้นท์กับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงที่มีการประชุมครม.
ส่วนการป้องกันสถานที่สำคัญในพื้นที่เศรษฐกิจนั้น นายยสาทิตย์ กล่าวว่า ขณะนี้น้ำได้ท่วมหมดแล้ว ตอนนี้ต้องป้องกันสถานที่สำคัญคือโรงพยาบาลหาดใหญ่ที่มีคนไข้อยู่จำนวนมาก โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าจะป้องกันเต็มที่ ซึ่งตอนนี้เขากลัวว่าจะเอาไม่อยู่ แต่ทั้งนี้จะป้องกันอย่างเต็มที่ โดยวันนี้กรมชลประทานจะส่งเครื่องผลักน้ำออกจากจังหวัดนครราชสีมาและขนลงหาดใหญ่ในวันนี้ทันที เพื่อผลักน้ำสำหรับเร่งให้น้ำไปลงทะเลเร็วขึ้น สำหรับพื้นที่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส นายสาทิตย์ กล่าวว่า ฝนตกหนักเกือบ 200 มิลลิเมตร โดยมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)บริหารสถานการณ์อยู่ที่นั้นและประสานกับส่วนกลางตลอด ส่วนจังหวัดพัทลุงฝนก็ตกหนักและโดนทั้งจังหวัด แต่ทั้งนี้การช่วยเหลือจะต้องนำคนออกมาในที่ปลอดภัยก่อน จากนั้นจะป้องกันสถานที่สำคัญ และจากนั้นจะหาทางจัดการเรื่องน้ำ
ส่วนจุดท่องเที่ยวในฝั่งอันดามันนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า การป้องกันอันดามันได้ออกคำเตือนแล้ว และเมื่อวานคชอ.ขอให้กองทัพเรือเตรียมพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวในจุดต่างๆ แต่ทั้งนี้มีการเตรียมเรือไว้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวแล้วทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
นายสาทิตย์ กล่าวต่ออีกว่า ในเวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรีและตนจะเดินทางลงไปอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะเดินทางไปจ.พัทลุง ส่วนนายถาวรอยู่ในพื้นที่ก็ประสานมาตลอด แต่ล่าสุดติดต่อไม่ได้ ยังต้องจับตาพายุอีกลูกจากปลายแหลมยวนที่ไม่รู้ทิศทางจะมุ่งหน้าไปทางใด ส่วนพื้นที่ที่มีดินถล่มที่จ.นครศรีธรรมราชได้สั่งอพยพคนออกจาพื้นที่แล้วและจะเร่งให้การช่วยเหลือ ทั้งนี้เหตุดินถล่มเพราะภาคใต้ปลูกต้นยางพารากันเยอะ เพราะไม่มีรากแก้วเกาะพื้นดิน แต่หากน้ำท่วมเดือนหนึ่งไม่มีปัญหาอะไร แต่อาจจะกรีดยางไม่ได้
จากนั้นเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมผ่านระบบคอนเฟอร์เรนซ์จากห้องประชุมชั้น 3 อาคารรัฐสภาไปยัง จ.อุบลราชธานีและจ.นครศรีธรรมราช เพื่อสอบถามสถานการณ์น้ำท่วม ก่อนจะเริ่มการประชุม ครม. โดยผู้ว่าราชการจ.อุบลราชธานี ได้รายงาว่าทางจังหวัดได้แจ้งเตือนภัย ให้ประชาชนเตรียมพร้อมทั้งที่อ.เขื่องใน อ.เมือง อ.วารินชำราบ อ.สว่างวีรวงศ์ อ.ตาลสูง อ.ดอนมดแดง อ.พิบูลย์มังสาหาร และได้มีการฝึกซ้อมการอพยพประชาชน 2 ครั้ง ซึ่งแต่ละอำเภอได้มีการประสานกับตำบลและหมู่บ้าน ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้มีการทำคันกั้นน้ำเพิ่มเติมบริเวณเทศบาลวารินชำราบสูงขึ้นอีก 50 ซม. เพื่อรับมือกับปริมาณน้ำที่สูงขึ้น และเพื่อความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ตนได้ประสานกับหน่วยทหารในพื้นที่ร่วมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเตรียมพร้อมแล้ว สำหรับแม่น้ำโขงในปัจจุบันนั้นยังอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นราบ ซึ่งไม่เป็นอุปสรรคกับการระบายน้ำ ส่วนระดับแม่น้ำมูล อยู่ที่ 111.96 ซม.ต่ำกว่าเดิมประมาณ 8 ซม. แต่อย่างไรก็ตามน้ำก้อนใหญ่ยังมาไม่ถึง ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบระดับน้ำสูงสุดจะอยู่ที่บริเวณ อ.ท่าตูม โดยคาดว่าจะถึงจ.อุบลราชธานีประมาณวันที่ 7 พ.ย. ส่วนลำน้ำชี น้ำสูงสุดจะอยู่ที่อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยคาดว่าจะถึงจ.อุบลราชธานีวันที่ 15 พ.ย. แต่ได้มีการเตรียมพร้อมไว้ทุกด้านแล้ว ในส่วนแผนการอพยพและเตือนภัยประชาชนนั้นมีการรับทราบและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งชาวบ้านรู้ดีเนื่องจากเคยเกิดปัญหาน้ำท่วมทุกปี
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ได้สอบถามไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รายงานว่า จากสถานการณ์ที่มีพายุดีเปรสชั่นขึ้นในพื้นที่ตั้งแต่คืนวันที่ 1 พ.ย. จนทำให้เกิดฝนตกหนักนั้นทางจังหวัดได้เตรียมรับมือและอพยพผู้คนที่อยู่บริเวณชายฝั่งทั้งหมด 6 อำเภอคือ ขนอม สิชล ท่าศาลา เมือง ปากพนัง และหัวไทร โดยพื้นที่น่าเป็นห่วงที่ดีเปรสชั่นเช้ามาในช่วง 01.00 - 02.00 น. และได้มีการอพยพประชาชนแล้วคือที่แหลมตะลุมพุก โดยให้มาอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอ ประมาณ 400 กว่าคนและที่อ.เมือง และที่อ.ปากนคร ได้มีการอพยพออกมาแล้วประมาณ 30 ครัวเรือน และมีการอพยพชาวบ้านที่บ้านแสนวิมาณ อ.ปากพนังออกมาอีก 20 ครัวเรือน ซึ่งตั้งแต่เวลา 03.00 น. ฝนได้หยุดตกและสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งขณะนี้มีฝนตกอยู่ประปราย และจากการสำรวจผลกระททบที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นลักษณะของน้ำท่วมขัง 12 อำเภอ ซึ่งทางจังหวัดได้เร่งให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทั้งนี้ที่อ.ชะอวด มีสวนยางล้มจำนวนมาก เนื่องจากดีเปรสชั่นถล่มทำให้เกิดความเสียหายมาก ซึ่งปริมาณฝนตกโดยรวมอยู่ที่ 150 มิลลิเมตร โดยได้มีการประกาสเตือนภัยพิบัติใน 6 อำเภอคือปากพนัง สิชล หัวไทร ลานสกาและช้างกลาง ส่วนพื้นที่เชิงเขาทั้งอ.ฉวาง พิปูนและทุ่งสงนั้นขณะนี้ฝนหยุดตก แต่น้ำป่ากำลังไหลหลาก ซึ่งทางจังหวัดจึงได้มีการเตรียมพร้อม เพราะอาจจะเกิดปัญหาดินถล่ม
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอีก 1 - 2 วันเป็นอย่างน้อย โดยได้สอบถามว่าพื้นที่ต่อเนื่อง คือ จ.สงขลา ที่ขณะนี้ไม่สามารถติดต่อได้นั้นมีปัญหาอะไรบ้างและหากสถานการณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชคลี่คลายแล้วอยากให้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปช่วยในพื้นที่สงขลาด้วย เพราะขณะนี้ประสบปัญหาหนักมาก และจากการติดตามสถานการณ์ของจาตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 1พ.ย. พบว่ามีความเสียจากของบ้านเรือนประชาชนและเส้นทางคมนาคมอย่างมาก ระดับน้ำขณะนี้สูงมาก โดยเฉพาะที่อ.หาดใหญ่ ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม.และการประชุมรัฐสภา ตนอาจจะเดินทางไปพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ตามในการประสานความช่วยเหลือเบื้องต้น ได้มีการจัดส่งเครื่องบิน ซี 130 ขนเรือ ถุงยังชีพ และอุปกรณ์การช่วยเหลือ 2 เที่ยวคือเข้ากับบ่าย และจะเร่งช่วยเหลือเป็นระยะๆ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รายงานว่า พื้นที่ติดต่อ จ.สงขลาคือที่อ.หัวไทร ปากพนังและเชียรใหญ่นั้นมีปัญหาต้นไม้หักล้มตั้งแต่ช่วงกกลางดึก แล้วขวางถนนหลายจุด แต่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว แต่จากรายงานล่าสุดนั้นความเสียหายจากการเสียชีวิตของประชาชนนั้นยังไม่มี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนายอภิสิทธิ์ ประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีและนครศรีธรรมราช ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์นั้นได้พยายามติดต่อนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ซึ่งลงไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจ.สงขลา แต่ไม่สามารถติดต่อนายถาวรได้



