
ผีไร้"ริโอ เฟอร์ดินานด์"บุก"บูร์ซาสปอร์"คืนนี้
"ปีศาจแดง"แมนฯ ยูไนเต็ด เน้น 3 แต้ม ในเกมเยือน บูร์ซาสปอร์ เพื่อโอกาสเข้ารอบน็อกเอาท์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ไม่ต้องไปลุ้นเหนื่อย 2 เกมสุดท้าย แต่ต้องขาด ริโอ เฟอร์ดินานด์ เซ็นเตอร์แบ็กตัวหลัก ขณะที่ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน หากบุกเชือด "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส
ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย กลางดึกวันอังคารที่ 2 พฤศจิกายนนี้ เป็นโปรแกรมบู๊แข้งของกลุ่ม เอ-ดี โดยคู่ที่น่าสนใจอยู่ในกลุ่ม ซี แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยังไม่เคยแพ้ทีมใดรวมทุกถ้วยนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลแข่งขันล่าสุด ต้องการ 3 แต้มเต็มจากเกมเยือนสนามบูร์ซา อตาเติร์ก ของบูร์ซาสปอร์ เวลา 02.45 น. ช่อง 7 ถ่ายทอดสด
เพราะก่อนเกมนี้ชนะ 2 เสมอ 1 มี 7 แต้ม และยังไม่เคยเสียประตู หากชนะจะมีเพิ่มเป็น 10 แต้ม โอกาสเข้ารอบน็อกเอาท์มีสูงทันที กอปรกับ บูร์ซาสปอร์ ถือเป็นทีมที่อ่อนที่สุดในกลุ่ม เพราะเล่น 3 เกมแรก พ่ายรวด และโดนยิงรวม 6 ประตู โดยการพบกันนัดแรกเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน "ปีศาจแดง" ก็ชนะ 1-0 ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของตัวเอง
สำหรับเกมนี้ เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่น่าส่งตัวสำรองเหมือนเกมแรกที่พบกัน เพราะเล่นในบ้านยังเฉือนชนะแค่ประตูเดียว แต่วันนี้เล่นเกมเยือน ยิ่งหากไม่ได้ 3 แต้ม จะถือว่าเสียหายไม่น้อย เพราะอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เวลาเดียวกัน เป็นการตัดแต้มกันเองของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส 5 แต้ม กับบาเลนเซีย 4 แต้ม และจะต้องเป็น 2 ทีมที่ "เรดเดวิล" ต้องเจอใน 2 เกมสุดท้าย จึงเป็นการเสี่ยงเกินไปหาก "ปีศาจแดง" จะทำแต้มหลุดมือในเกมนี้ แล้วต้องไปลุ้นใน 2 เกมสุดท้าย
สำหรับตัวผู้เล่น ยูไนเต็ด ยังคงไม่มี เวย์น รูนีย์ ที่เจ็บ ส่งผลให้คู่หัวหอก น่าจะเป็นการยืนคู่กันของ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ กับ ฮาเบียร์ "ชิชาริโต้" เฮอร์นันเดซ เช่นเคย เนื่องจาก ไมเคิล โอเวน ดาวยิงอีกรายยังคงมีปัญหากับการเจ็บเรื้อรัง ขณะที่ "ชิชาริโต้" ยิ่งเล่นยิ่งแรง ยิงไปแล้ว 6 ประตู จาก 8 เกม รวมทุกถ้วย
ส่วนในแผงกองกลาง ไรอัน กิ๊กส์ ปีกซ้าย เพิ่งกลับมาซ้อมได้ก่อนเกมนี้เพียงวันเดียว จึงยังไม่น่ามีชื่อเป็นผู้เล่นตัวจริง ทำให้ ปาร์ค จี ซุง น่าจะได้โอกาสต่อไป ขณะที่ ไมเคิล คาร์ริค คงต้องถอยลงไปเป็นตัวสำรอง เพื่อใช้ประสบการณ์ของ พอล สโคลส์ ในถ้วยยุโรปมากกว่า ส่วนปีกขวา นานี ที่เพิ่งใช้ไหวพริบในการยิง สเปอร์ส จะลงมาป่วนแน่นอน
ด้านแนวรับจะไม่มี ริโอ เฟอร์ดินานด์ เซ็นเตอร์แบ็กตัวหลัก ที่มีปัญหาเจ็บหลังกลับมารบกวนอีกครั้ง เช่นเดียวกับ จอนนี อีแวนส์ ส่งผลให้ เนมันยา วิดิช จะได้จับคู่กับ คริส สมอลลิง หรือ เวส บราวน์ คนใดคนหนึ่ง
ขณะที่กลุ่ม เอ อินเตอร์ มิลาน แชมป์เก่า ในยุคของ ราฟาเอล เบนิเตซ โค้ชคนใหม่ ที่หากได้ 3 แต้มเต็ม จะเข้ารอบน็อกเอาท์เป็นทีมแรกของกลุ่มทันที เนื่องจากเล่น 3 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 ยังไร้พ่าย มี 7 แต้ม ขณะที่ แวร์เดอร์ เบรเมน กับ ทเวนเต 2 ทีมท้ายตาราง มีเพียงทีมละ 2 แต้มเท่านั้น แต่ก็ไม่ง่ายนักเพราะต้องมาเยือนสนามไวท์ ฮาร์ท เลน ของ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งถือเป็นการตัดแต้มกันเองของ 2 ทีมนำ เวลา 02.45 น. ช่อง 3 ถ่ายทอดสด
แถมเกมแรกเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แม้ "งูใหญ่" ชนะก็จริง แต่ "ราฟา" หัวเสียเป็นอย่างมาก เพราะออกนำห่างถึง 4-0 ตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรก แถม "ไก่เดือยทอง" ก็ต้องเหลือ 10 คน ตั้งแต่ 8 นาทีแรก แต่กลับปล่อยให้สเปอร์ส ไล่มาเป็น 3-4 เมื่อจบเกม
แต่ด้วยสถานการณ์ อินเตอร์ เล่นง่ายกว่า เพราะหากเสมอก็มี 8 แต้ม ไม่เสียหายมากนัก ผิดกับ สเปอร์ส ที่ต้องการชัยชนะมากกว่า เพราะขณะนี้มี 4 แต้ม หากชนะจะทำแต้มทาบ "เนรัซซูรี่" ทันที
ทว่า แฮร์รี เรดแนปป์ ผู้จัดการทีมสเปอร์ส จะไม่มีผู้เล่นตัวหลัก 2 ราย คือ โกเมส นายทวารบราซิเลียน ที่ได้ใบแดงจากเกมก่อน รวมถึง ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท เพลย์เมกเกอร์ตัวหลัก เพราะเจ็บจากเกมพ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2 ในพรีเมียร์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์
ด้าน อินเตอร์ จะไม่มี เอสเตบัน กัมบิอัสโซ มิดฟิลด์ตัวกลางที่เจ็บจากเกมชนะ เจนัว 1-0 ในศึกกัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี นัดล่าสุด ทว่า ซุลลีย์ มุนตารี ก็หายเจ็บกลับมาทันพอดี เช่นเดียวกับในแนวรุก ดิเอโก มิลิโต หัวหอกที่ยิงคนเดียว 2 ประตู ในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อฤดูกาลก่อน หายเจ็บกลับมา เพิ่มความดุดันอีกแรง เพราะเดิมก็มี ซามูเอล เอโต ที่กลับมาคืนฟอร์มเก่ง ยิง 15 ประตู จาก 13 นัดรวมทุกถ้วย อยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม 3 นัดแรก ยิงไปแล้ว 6 ประตู เฉลี่ยเกมละ 2 ประตู มากที่สุดในขณะนี้
ส่วนคู่อื่น เวลา 02.45 น. กลุ่ม บี-ฮาโปเอล เทลอาวีฟ พบ ชาลเก้, เบนฟิกา พบ โอลิมปิก ลียง, กลุ่ม ดี-รูบิน คาซาน พบ พานาธิไนกอส, โคเปนเฮเกน พบ บาร์เซโลนา



