
โกงกันได้โกงกัน(ไม่)ดี
กรุงเทพธุรกิจฉบับเช้าวันนี้พาดหัวน่ากลัว แต่เป็นความน่ากลัวที่คนไทยได้รับรู้มาตลอด เพียงแต่ว่าเมื่อ ทีดีอาร์ไอ หรือสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ทำการวิจัยลงรายละเอียดก็รับทราบกันว่า เรื่องของคอรัปชั่นการทุจริตฉ้อฉลในประเทศไทยนั้นกว้างขวางและรุนแรงเห
ข้อสรุป ทีดีอาร์ไอ บอกอย่างนี้ว่า ผลวิจัยภาคธุรกิจไทยพบแนวโน้มรุนแรงและซับซ้อนขึ้น ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก เรียกว่าทุกขนาดไม่มีข้อยกเว้น ผลวิจัยบอกว่า บริษัทในตลาดหุ้นครองแชมป์ทุจริตมากที่สุด เอื้อประโยชน์พวกพ้อง มีการถ่ายโอนกำไรใช้ข้อมูลภายใน ขณะที่การเลี่ยงภาษีมาแรงอันดับรอง แปลว่าโกงอันดับหนึ่ง หนีภาษีอันดับสอง
ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยบั่นทอนเศรษฐกิจของประเทศ บอกว่าการทุจริตนั้นแพร่กระจายโกงรายย่อยลุกลามทุจริตขายตรงแฟรนชายส์ เรียกว่าทุกรูปแบบของทุจริตนั้นจะมีปัจจัยแห่งการฉ้อฉลจงใจทำผิดกฎหมายเพื่อจะโกงเพื่อจะหนีภาษี กลายเป็นค่านิยมที่ประเทศล้มเหลวเท่านั้นที่จะไม่สามารถแก้ไขอย่างจริงจังได้ ประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้
เพราะว่า เรารู้ว่ามีการโกงกิน เรารู้ว่าความชั่วร้ายเรื่องทุจริตนั้นมีกว้างขวางเหลือเกิน และคนรุ่นใหม่ดูเหมือนว่าจะมีค่านิยมโอนเอียงไปทางด้านเห็นพ้องกับการโกง หรือไม่ต่อต้านการโกง ซึ่งนำไปสู่การแพร่กระจายไปสู่ธุรกิจทุกภาคส่วน
แน่นอนเราทราบว่าชีวิตประจำวันของคนไทยไม่น้อยมีค่านิยมว่าเรื่องโกงกินเป็นเรื่องเล็ก ขอให้มีความสำเร็จในชีวิต ซึ่งหมายถึงเงินทอง การเอารัดเอาเปรียบ และการสร้างความร่ำรวยทางวัตถุ ไม่สนใจถึงค่านิยมทางศีลธรรมและจรรยาบรรณ นี่แหละเป็นสัญญาณเตือนภัยอันยิ่งใหญ่ ว่าเรากำลังจะกลายเป็นรัฐล้มเหลวจริงๆ
สุทธิชัย หยุ่น