
"ผันน้ำอ้อมเมือง"แก้วิกฤติโคราชจมบาดาล
ในอดีตที่ผ่านมา จ.นครราชสีมา ต้องประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ปีนี้ก็เช่นกันเป็นเวลาร่วม 2 สัปดาห์ที่ชาวโคราชยังต้องทนทุกข์ทรมานจากวิฤติน้ำท่วม คงต้องใช้เวลาร่วมเดือนกว่าทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาพปกติ
แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา มีการหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำในอนาคตเพื่อไม่ให้ จ.นครราชสีมา ประสบภัยพิบัติจากน้ำอีก โดยแนวทางหนึ่งที่มีการพูดถึงคือ การสร้างผังเมืองใหม่ แนวทางนี้จะมีการสร้างถนนเพื่อเป็นคันกั้นน้ำรอบเมืองโคราช ทว่าแนวทางดังกล่าวนั้นจะไกลเกินไปสำหรับความเป็นจริง เพราะต้องใช้ทั้งเงินและเวลาอย่างมากในการดำเนินการ
ล่าสุดคณะผู้บริหารของ “โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง” ได้มีการพูดถึงแนวทางการป้องกันน้ำไม่ให้ท่วมเมืองโคราชเช่นกัน โดยหน่วยงานแห่งนี้ลงมติและจะเสนอให้รัฐบาลอนุมัติเงินเพื่อขุดทางบายพาสน้ำเป็นระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร เพื่อผันน้ำผ่านเมืองโคราช
“สุรศักดิ์ มีแสงนิล” หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมช่างกล โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักชลประทานที่ 8 จังหวัดนครราชสีมา บอกว่าที่น้ำท่วมเมืองโคราชนั้น สาเหตุหลักคือปริมาณน้ำที่เยอะเกินกว่าเขื่อนลำตะคองจะรับได้ ซึ่งเกิดจากปัจจัยฝนที่ตกหนักมากกว่าทุกปี
“สภาวะโลกเปลี่ยนกายภาพ ธรรมชาติก็เปลี่ยน ปกติฝนจะตกเฉพาะทางเหนือสุดของเขื่อนลำตะคอง แต่ปีนี้เกิดฝนตกอย่างผิดปกติทางด้านทิศใต้ของเขื่อน นอกจากนี้ ยังคิดว่าฝนจะหมดแล้ว จึงสั่งเก็บน้ำเพื่อไว้ใช้ในฤดูแล้ง แต่ก็เกิดการผิดพลาดเพราะยังมีฝนตกลงมาอีก” สุรศักดิ์ กล่าว
การแก้ปัญหาน้ำท่วม จ.นครราชสีมา ด้วยการทำผังเมืองใหม่ ยังเป็นเรื่องไกลเกินฝัน เนื่องจากจะต้องมีขั้นตอนการศึกษา ทำประชาพิจารณ์ รวมถึงใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลในการจัดทำ การขุด "บายพาสน้ำ" นั้นน่าจะเหมาะสมที่สุด
สุรศักดิ์ เปรียบเทียบว่า น้ำกับรถยนต์คล้ายกัน มีการเคลื่อนที่ไปด้านหน้า รถยนต์มีตำรวจจราจรเป็นผู้กำหนดการจราจร เช่นเดียวกัน น้ำก็มีกรมชลประทานเป็นผู้บังคับน้ำ เมื่อวันหนึ่งปริมาณรถมากเราก็สร้างทางด่วนสร้างบายพาสเพื่อระบายรถ เช่นเดียวกัน น้ำเยอะเกินก็ต้องมีมาตรการผันน้ำออก
เหตุผลที่สนับสนุนให้มีแผนขุดทางบายพาสน้ำนั้น มีองค์ประกอบสำคัญๆ หลายอย่างสนับสนุน องค์ประกอบแรกคือ 1.ความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์ 2 .ความพร้อมของเครื่องมือและบุคลากร ซึ่งสามารถลงมือขุดหรือสร้างทางบายพาสน้ำได้ทันที 3.กรมชลประทานมีการศึกษางานไว้นานแล้วไม่ต้องเสียเวลาในการวิจัยอีก
สำหรับงบประมาณที่ตั้งไว้ในการสร้างบายพาสน้ำนั้นอยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินค่าชดเชยการเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านไร่ละประมาณ 3 แสนบาท เงินส่วนที่เหลือเป็นค่าแรงค่าอุปกรณ์ที่ต้องซื้อหาเพิ่มเติม โดยแนวทางการผันน้ำ กรมชลประทานวางแผนไว้ว่าจะยาวประมาณ 40 กิโลเมตร เริ่มต้นที่บ้านละลมหม้อ อ.เมืองนครราชสีมา ตรงจุดแยกลำน้ำสายลำตะคองและลำบริบูรณ์ โดยจะขุดคลองผ่านอ้อมเมืองทางฝั่งเหนือ และจะไหลไปบรรจบที่แม่น้ำมูล
“ลองนึกภาพเวลาที่น้ำท่วมเมืองโคราชเพราะ 2 ลำน้ำรับน้ำมากเกินไปทำให้ 2 ตลิ่งมีน้ำท่วมเอ่อ แต่ถ้ามีบายพาสน้ำหรือลำน้ำเส้นที่ 3 จะจัดการให้น้ำผ่าน 2 เส้นแรกในปริมาณที่พอเหมาะแล้วปล่อยในเส้นที่สร้างใหม่เต็มที่น้ำก็จะไม่ท่วมเมือง” สุรศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ การสร้างทางบายพาสน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำท่วมตัวเมืองนครราชสีมานั้น อาจมีพื้นที่ใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากการผันน้ำ กรมชลฯ จึงจำเป็นที่จะต้องหามาตรการมารองรับตรงนี้ด้วยเช่น อาจกำหนดพื้นที่เพื่อการสร้างแก้มลิงหรือบ่อเก็บน้ำด้วย อย่างไรก็ตาม หากแผนดังกล่าวได้รับการอนุมัติเชื่อว่าปัญหาน้ำท่วมเมืองโคราชคงจะหมดไป



