ข่าว

ตรึงกำลัง...ทุกพื้นที่น้ำท่วมกวาดล้าง...อาชญากรรม

ตรึงกำลัง...ทุกพื้นที่น้ำท่วมกวาดล้าง...อาชญากรรม

02 พ.ย. 2553

นับตั้งแต่เกิดวิกฤติน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดในภาคอีสาน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 3 หลายพันนาย ต้องคอยดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภ.3 ได้กำชับให้ตำรวจท

 พล.ต.ท.เดชาวัต บอกถึงภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า ตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมในพื้นที่เขตรับผิดชอบของ ตร.ภ.3 ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเรื่องการสัญจรไปมาในเส้นทางภาคอีสานทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ จ.นครราชสีมา ใช้กำลังตำรวจถึงวันละ 3,100 นาย แบ่งเป็นงานจราจร 900 นาย เพื่อดูแลประชาชนที่ใช้เส้นทางที่มีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจร หรือในเส้นทางที่มีน้ำหลากจนไม่สามารถใช้เส้นทางนั้นสัญจรไปมาได้

 นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ 120 นาย มาช่วยในเรื่องของการบรรจุถุงยังชีพ และลงพื้นที่น้ำท่วมไปช่วยในการขนย้ายประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสี และตำรวจภูธรภาค 3 ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เปิดขอรับบริจาคสิ่งของและเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินกว่า 6 หมื่นบาท ได้นำเงินไปซื้อข้าวสารอาหารแห้ง และชุดยาเวชภัณฑ์ เพื่อนำมารวบรวมกับสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากหน่วยงานเอกชน ตร.ภ.4 และหมู่บ้านบางแค เขต กทม. แล้วนำมาบรรจุเป็นถุงยังชีพ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เป็นหลัก

 การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ มิได้มีแต่เพียงกำลังจาก ตร.ภ.3 ทั้ง 450 นายเท่านั้น ยังมีกองกำลังสนับสนุนจากตำรวจนครบาลกว่า 750 นาย ตร.ภ.2 อีก 300 นาย และตร.ภ.4 อีก 750 นาย พร้อมการสนับสนุนเรือเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำจากกองบังคับการตำรวจน้ำ และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) มาช่วยเหลืออพยพชาวบ้านผู้ประสบภัย รวมทั้งแจกสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม จนสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ 

 "ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ในสภาพที่น้ำขังท่วมขังและเหตุอาชญากรรมก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอด จึงต้องมีการตรึงกำลังไว้ทุกช่องทางที่มีน้ำท่วมขังเพื่อป้องกันมิให้มิจฉาชีพ หรือผู้ที่อ้างตัวเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแอบเข้ามาขโมยทรัพย์สินภายในบ้านของผู้ประสบภัยน้ำได้ และตำรวจอีกส่วนต้องคอยดูเส้นทางจราจร คอยบอกให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน" พล.ต.ท.เดชาวัต กล่าว

 แม้จะมีการตรวจตราเข้มงวดเพียงใดมิจฉาชีพก็ยังฉวยโอกาสซ้ำเติมผู้ประสบภัยได้ อย่างคดีชิงทรัพย์ในท้องที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ซึ่งคนร้ายทำทีเป็นพลเมืองดีเข้าช่วยซ่อมรถจักรยานยนต์ของผู้ที่ถูกน้ำท่วมจนดับและเมื่อซ่อมเสร็จผู้ต้องหาได้สตาร์ทแล้วขับหนีได้ พล.ต.ท.เดชาวัต กล่าวถึงคดีนี้ว่า ตำรวจสามารถจับกุมและนำตัวมาดำเนินคดีได้แล้ว พร้อมทั้งติดตามยึดของกลางได้ทั้งหมด เมื่อเกิดคดีลักษณะนี้ขึ้น จึงสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมดลงพื้นที่ใน อ.เมือง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.พิมาย อ.เมืองยาง และ อ.ลำทะเมนชัย แบ่งกำลังจัดสายตรวจป้องกันเหตุทั้งทางเรือ รถขนาดใหญ่ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อป้องกันละดูแลทรัพย์สินของประชาชนที่ถูกน้ำท่วมอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

 "พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 เป็นพื้นที่ที่มีลำน้ำไหลผ่านหลายสาย หลายจังหวัด ก่อนไหลไปสู่พื้นที่รับ แม่น้ำมูลและแม่น้ำชี จึงส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ 2 ฝั่งข้างลำน้ำ ซึ่งจะต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องคอยดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนอย่างเต็มกำลัง และหากทุกคนตั้งใจปฏิบัติตามหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือให้ประชาชนได้รับทุกข์น้อยลง มีความเครียดน้อยลง หากได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาจากทุกๆ ฝ่าย" พล.ต.ท.เดชาวัต กล่าว

   - ประสิทธิ์  ตั้งประเสริฐ -