ข่าว

การเมืองป่วนมะกัน40%เมินใช้สิทธิ์ฐานเสียงเดโมแครตปฏิเสธลงคะแนน-ฝันขอสวัสดิการเพิ่ม

การเมืองป่วนมะกัน40%เมินใช้สิทธิ์ฐานเสียงเดโมแครตปฏิเสธลงคะแนน-ฝันขอสวัสดิการเพิ่ม

02 พ.ย. 2553

วอชิงตัน-ผลวิจัยล่าสุดระบุชาวอเมริกันจะใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย.น้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครตยืนยันไม่ออกเสียงเลือกตั้งแต่เรียกร้องขอสวัสดิการจากรัฐบาลเพิ่มขึ้น

 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันจันทร์ (1 พ.ย.) ว่า ศูนย์วิจัยพิวเพื่อประชาชนและสื่อมวลชน เปิดเผยผลวิจัยฉบับล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่า ชาวอเมริกันที่จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. และผู้ว่าการรัฐ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ มีจำนวนน้อยลงกว่าผู้ที่ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในครั้งที่แล้ว โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้ใช้สิทธิ์และลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งน้อยกว่า 40% ของประชากรชาวอเมริกันที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง

 หนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิส ไทม์ส รายงานว่า กลุ่มประชากรที่ไม่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งกลางเทอมจะส่งผลกระทบต่อสภาพการเมืองของสหรัฐมากกว่าความเคลื่อนไหวของกลุ่ม "ที ปาร์ตี้" หรือกลุ่มอนุรักษนิยมสุดขั้วในสังกัดพรรครีพับลิกัน ที่สร้างความปั่นป่วนในสังคมอเมริกันจากการเดินสายหาเสียงด้วยการโจมตีการทำงานของรัฐบาลนายบารัก โอบามา ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

 ทั้งยังรายงานด้วยว่า การเลือกตั้งในวันที่ 3 พฤศจิกายน จะถูกจดจำว่าเป็นวันที่ประชาชนชาวอเมริกันเทคะแนนเสียงให้แก่ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันที่เข้าชิงชัยเก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามที่ผลของการหยั่งเสียงจากหลายสำนักระบุไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งการที่สภาวะเศรษฐกิจสหรัฐไม่สามารถฟื้นตัวจากสภาวะถดถอย ไม่สามารถกระตุ้นให้ชาวอเมริกันออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้มากเท่าที่ควร

 ผลวิจัยฉบับล่าสุดของศูนย์วิจัยพิวเพื่อประชาชนและสื่อมวลชน ระบุว่า ชาวอเมริกันที่จะไม่ใช้สิทธิในการเลือกตั้งในช่วงกลางอายุรัฐบาลนายโอบามามีจำนวนมากขึ้นกว่าจำนวนผู้ไม่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งก่อน โดยชาวอเมริกันเกือบ 40% ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนจะไม่ไปลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 3 พฤศจิกายน

 ชาวอเมริกันกลุ่มเยาวชน ผู้มีการศึกษาน้อย และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นกลุ่มฐานเสียงของพรรคเดโมแครตเลือกที่จะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด ผลวิจัยของศูนย์วิจัยพิว ยังชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้ที่จะไม่ใช้สิทธิ์ถึง 52% ต้องการสวัสดิการจากรัฐบาลเพิ่มเติม ส่วนผู้ที่จะใช้สิทธิ์เลือกตั้งถึง 61% ต้องการให้รัฐบาลลดการให้สวัสดิการแก่ประชาชน

 ในส่วนของปัญหาสังคมผู้ที่ไม่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 43% สนับสนุนการปฏิรูประบบควบคุมคนเข้าเมืองให้มีความเข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 44% เห็นด้วยกับประเด็นดังกล่าว นอกจากนั้นในปัญหาด้านการอนุญาตให้มีการแต่งงานระหว่างคู่รักเพศเดียวกันมีจำนวนผู้สนับสนุนและคัดค้านใกล้เคียงกันระหว่างกลุ่มออกเสียงและไม่ออกเสียงเลือกตั้งในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้