ข่าว

เตือนผ่อนนโยบายเงินนานก่อฟองสบู่"โฆสิต"แนะเศรษฐกิจรับมือ4ด้าน-เชื่อปีนี้ยังโต7-8%

เตือนผ่อนนโยบายเงินนานก่อฟองสบู่"โฆสิต"แนะเศรษฐกิจรับมือ4ด้าน-เชื่อปีนี้ยังโต7-8%

02 พ.ย. 2553

"โฆสิต" มองไทยพ้นเศรษฐกิจถดถอย น้ำท่วมไม่กระทบจีดีพีปีนี้ยังขยายตัว 7-8% ชี้ 4 ประเด็นที่ไทยต้องเตรียมรับมือ จี้ต้องใช้นโยบายการเงินแบบปกติให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันภาวะฟองสบู่

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตรา 7-8% และปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ แต่อาจจะส่งผลต่อการเติบโตของปี 2554 โดยอัตราการขยายตัวยังน่าจะอยู่ระดับ 4-5% โดยความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจะเป็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน มองว่าเป็นประเด็นระดับโลกที่จะต้องมีความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา

 "เชื่อว่าเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วง หากไม่สามารถพูดคุยกันได้ จะเป็นการเริ่มต้นของความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ และนำไปสู่ปัญหาที่เกี่ยวข้อง เช่น ความขัดแย้งทางการค้า มีการกีดกันทางการค้า และนำปสู่ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้น เรื่องสำคัญแบบนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เป็นกระบวนการประสานงานในระดับสากล" นายโฆสิต กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยที่ต้องรับมือ 4 ด้านคือ 1.ประเทศมีภาระมากขึ้นในการปรับตัวหลังจากเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคขับเคลื่อนโดยประเทศกำลังพัฒนา ดังนั้นไทยจึงต้องปรับตัวเข้าหาประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก รวมถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านให้สอดคล้องกับการเปิดเสรี ขณะที่ภาคเอกชน นักธุรกิจต้องปรับตัว มีความร่วมมือ ประสานงานกับประเทศในเอเชียมากขึ้น 2.การส่งออกในปี 2554 จะขยายตัวไม่เท่าปีนี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัว และการส่งออกจะไม่ใช่กลไกหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่จะเป็นการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน ดังนั้นการลงทุนจะขยายตัวได้ดี ต้องมีกฎ กติกาที่ชัดเจน 3.ปัญหาการเมือง เป็นความเสี่ยง ที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน 

 4.การปรับนโยบายการเงิน การคลัง ซึ่งในส่วนนโยบายการคลังที่รัฐบาลใช้นโยบายขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ 2554 ซึ่งไม่ได้เป็นนโยบายการขาดดุลงบประมาณแบบรุนแรง ส่วนนโยบายการเงิน ขณะนี้คงเป็นเรื่องยากที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากมีปัญหาค่าเงินบาท แต่ท้ายที่สุดนโยบายดอกเบี้ยจะต้องกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นความเสี่ยงในปีถัดไป เพราะหากมีการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป อาจจะเกิดภาวะฟองสบู่ ซึ่งเป็นปัญหาที่มองไม่เห็น แต่จะเป็นปัญหาอย่างมาก

 "ปัญหาฟองสบู่จะเกิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ซึ่งปกติจะใช้เวลานานและสะสมจนสุกงอม ซึ่งอาการจะดูได้ยาก ตอนนี้ไม่ควรจะตื่นเต้นเรื่องนี้ เพราะเรารู้สาเหตุแล้วว่าเกิดจากสภาพคล่องส่วนเกิน และการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเป็นเวลานาน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสก็ต้องให้นโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ผมไม่เชื่อว่าจะเกิดฟองสบู่" นายโฆสิต กล่าว