ข่าว

จับตา2เดือนสุดท้ายเงินเฟ้อพุ่งหากน้ำท่วมยืดเยื้อจ่อสูงเกิน3%

จับตา2เดือนสุดท้ายเงินเฟ้อพุ่งหากน้ำท่วมยืดเยื้อจ่อสูงเกิน3%

02 พ.ย. 2553

"พาณิชย์" ระบุปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ยังไม่กระทบต่อภาวะเงินเฟ้อเดือนตุลาคม 2553 จับตาช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี หากน้ำท่วมนานอาจขยับสูงเกิน 3% ส่วนเป้าหมายปีหน้าขยับขึ้นเป็น 3.2-3.7% ยันใช้มาตรการเข้มงวดดูแลสินค้าต่อเนื่อง

 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือเงินเฟ้อ ประจำเดือนตุลาคม 2553 ว่าเท่ากับ 108.52 จุด ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็นสูงขึ้น 2.8% มีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของดัชนีในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 5.5% หมวดข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้งเพิ่มขึ้น 11.2% และหมวดเนื้อสัตว์ต่างๆ เพิ่มขึ้น 3.7% ส่วนเงินเฟ้อในช่วง 10 เดือน ระหว่างมกราคม-ตุลาคม 2553 สูงขึ้น 3.4% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง 16.2% ค่าน้ำประปา เพิ่มขึ้น 45.3% และกระแสไฟฟ้าสูงขึ้น 1.3%

 อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อในช่วงเดือนกันยายน 2553 พบว่าลดลง 0.03% เป็นผลมาจากภาวะราคาสินค้าที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ เนื้อสุกร ไข่ ไก่สด ผักสดและผลไม้ ค่าเช่าบ้านและเครื่องรับอุปกรณ์สื่อสาร เป็นต้น

 "แม้ในช่วงเดือนตุลาคมจะเกิดปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อมากนัก เนื่องจากในช่วงเดือนตุลาคมเป็นฤดูกาลที่มีผลผลิตทางการเกษตรมาก โดยเฉพาะผักผลไม้ แต่คงต้องจับตาดูปัญหาน้ำท่วมว่าจะยังคงอยู่นานหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้าในเดือนพฤศจิกายนนี้ให้สูงขึ้นได้ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสด ทำให้คาดว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้คือพฤศจิกายน และธันวาคม อัตราเงินเฟ้อจะเกินที่ระดับ 3% แต่กระทรวงพาณิชย์ก็ยังคงเป้าหมายเงินเฟ้อทั้งปีไว้ที่ระดับเดิมคือ 3-3.5%" นายยรรยงกล่าวและว่า

 สำหรับแนวโน้มปี 2554 นั้น คาดการณ์เป้าหมายเงินเฟ้อไว้สูงขึ้นที่ระดับ 3.2-3.7% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบอยู่ที่ระดับ 78-88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนที่ 28-33 บาทต่อดอลลาร์ โดยกระทรวงพาณิชย์จะยังคงมาตรการการช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ประชาชน พยายามกำกับดูแลราคาสินค้าให้มีความเข้มงวดในปีหน้า เนื่องจากยังเป็นช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว