
อาเซียนจะหรี่ตาสักข้างเพื่อพม่าได้ไหม? (ตอนที่ 1)
ในปี พ.ศ.2555 สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน จะก้าวไปสู่การเป็นประชาคมประชาชาติ ในลักษณะเดียวกันกับสหภาพยุโรป (อียู) ทำให้มีเสียงดังบนเวทีโลกมากขึ้น
แต่การจะก้าวไปสู่จุดนั้นได้ ขึ้นอยู่กับว่าความสัมพันธ์ภายในกลุ่มจะจับมือกันเหนียวแน่น คล้ายตีนตุ๊กแกได้ดีเพียงใด หรือจะเอาอย่างสหภาพยุโรป ที่ใช้เวลากว่า 60 ปี กว่าจะรวมกันเป็นสหภาพที่มีประเทศสมาชิกในปัจจุบัน 27 ประเทศ ท่ามกลางเสียงบ่นของพี่เอื้อยในกลุ่มว่าอยากจะถอนตัวออก เพราะไม่สามารถแบกรับภาระหนักอึ้งที่ต้องอุ้มเศรษฐกิจของประเทศยากจนในกลุ่มอีกต่อไป
จะว่าไปแล้วในกลุ่มอาเซียนนั้นก็มีปัญหาเฉพาะตัวประการสำคัญคือ "พม่า" แบดบอยแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อันเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ประเทศตะวันตกใช้เป็นข้ออ้างคอยหาเรื่องยื่นมือยื่นเท้าเข้ามาก้าวก่ายการเมืองภายในของสหภาพพม่าหรือที่เปลี่ยนใหม่เป็นสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า อันมีชนกลุ่มน้อยร้อยพ่อพันแม่อยู่รวมกันภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารที่มีพลเอกอาวุโส ตัน ฉ่วย เป็นผู้นำ
ข้อกล่าวหาที่ประเทศตะวันตกมักจะหาเรื่องแบดบอยแห่งภูมิภาคนี้คือ การมีรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและมีการปกครองแบบเผด็จการ ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการใช้สิทธิในการกำหนดตัวผู้บริหารประเทศในระบอบประชาธิปไตย เห็นได้จากคะแนนความเห็นใจที่ประชาชนมีต่อนางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี ที่ปัจจุบันเหลือแต่ชื่อ เพราะไม่ได้รับสิทธิ์ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งครั้งแรกของพม่าในรอบ 20 ปี
ประเทศตะวันตกยังได้โจมตีรัฐบาลทหารพม่าในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่เนืองนิตย์ ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามชนกลุ่มน้อยอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด การปราบปรามพระสงฆ์และประชาชนที่ร่วมเดินขบวนต่อต้านการขึ้นราคาพลังงาน อาหาร และสินค้า ถึงขั้นใช้กำลังทหารเข้าปราบปราม ทำให้พระสงฆ์ผู้ประเสริฐในบวรพุทธศาสนาต้องหลั่งเลือดและเสียชีวิต
ไม่ใช่ว่าพม่าจะทำถูกเสียทั้งหมด แต่พม่าก็ไม่ได้ทำผิดไปเสียทั้งหมด จีนยังเคยผ่านเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วในการชุมนุมของนักศึกษาที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ทำให้นักศึกษาและประชาชนหลั่งเลือดชโลมดิน และสังเวยชีวิตกันไม่ใช่น้อย
แต่จีนยังคงยืนอยู่ได้บนเวทีโลก และกลายเป็นประเทศที่ชาติตะวันตกยังต้องเกรงใจ ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่าส่งเสียงขู่ ในเมื่อเศรษฐกิจของตะวันตกขึ้นอยู่กับการขยับตัวของมังกรจีนที่นับวันจะทะยานสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นมังกรทะยานฟ้า ชาติอื่นๆ ได้แต่แหงนคอมอง
ขณะที่พม่ายังคงเป็นประเทศที่โดดเดี่ยว หัวเดียวกระเทียมลีบ
วัจน พรหโมบล



