
ฟื้นไข้-สร่างเมา
02 พ.ย. 2553
เริ่มขยับตัวกันอีกครั้งสำหรับมวลชนคนเสื้อแดง หลังจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศมีเลือกตั้งแน่ในต้นปีหน้า
เสียงกลองรบเลยดังมาจากต่างแดน
ดูเหมือนบิ๊กทหารจับสัญญาณดังกล่าวได้ ฟังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก โดยเฉพาะเกมรุกเรื่องสถาบันจากฝ่ายตรงข้าม
สถานีวิทยุนับสิบแห่งที่ยังออกอากาศเข้าข่ายหมิ่นเหม่ การปล่อยข่าวกับกลุ่มนักศึกษา เยาวชนคนหัวใหม่ในต่างแดนถูกชักจูง โน้มน้าว เหล่านี้ยังไม่ถูกดำเนินการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ต้องจี้เป็นงานเร่งด่วน
ความเคลื่อนไหวรอบนี้ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องสถาบัน แต่กลไกของอดีตผู้นำยังรุกฆาตกับศาลรัฐธรรมนูญกรณีคลิปฉาว ที่ประธานฯ โดนเขย่าอย่างหนัก
นอกจากเร่งละลายความน่าเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมแล้ว ยังมีผลกดดันต่อกรณียุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วย
นั่นหมายความว่าเครือข่ายของอดีตนายกฯ เริ่มฟื้นไข้ หายจากอาการเมาหมัด หลังตกเป็นจำเลยสังคม จากการสร้างป้อมค่ายปิดย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ จนเสียหายกันทั้งประเทศ
ทั้งๆ ที่กรุงเทพฯ ยังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามการชุมนุมอยู่ด้วย
มี 2 ความเคลื่อนไหวน่าสนใจคือ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ประกาศชุมนุมกดดันสภา เรื่องข้อตกลงไทย-กัมพูชา กับฝ่ายเสื้อแดงเองที่ขยับทันทีเช่นกันเหมือนอ่านเชิงกันออก เมื่อฝ่ายหนึ่งชุมนุมได้ อีกฝ่ายก็ย่อมทำได้เช่นกัน
ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ จะถูกนำมาขยายผลแน่นอนถึงเรื่องมาตรฐานของเจ้าหน้าที่รัฐ
รัฐบาลและตำรวจประมาทไม่ได้ บทเรียนจากอดีตต้องเรียนรู้ การชุมนุมทุกครั้งมีนัยแฝงทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่จะควบคุมเหตุการณ์ไว้ได้คือ กฎหมายต้องเท่าเทียม ตำรวจต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ให้ใครนำไปต่อยอดขยายผล
ถ้ามีม็อบใหญ่เกิดขึ้นคราวนี้ล่ะก็ ต้องบอกเลยว่ามาจากสัญญาณของท่านนายกฯ ที่ประกาศไม่นั่งครบเทอม เมื่อไปสร้างความหวังให้ผู้ลี้ภัยคดี ก็เตรียมรับมือ
คราวที่แล้วโดนต่อยเข้าปลายคาง ครั้งนี้ย่อมไม่มีซ้ำสอง เมื่อตั้งการ์ดสูงโอกาสโดนหมัดก็น้อยลง หากหมดยกแล้วรัฐบาลไม่ชนะชนิดเอกฉันท์
รับรองคะแนนออกได้ทั้งสองข้าง เลือกตั้งครั้งหน้าโอกาสที่บ้านเมืองสะดุดขาตัวเองก็มีสูง!!



