ข่าว

ฝนตกหนักท่วมเมืองคอนจมน้ำดับ2ศพ

ฝนตกหนักท่วมเมืองคอนจมน้ำดับ2ศพ

02 พ.ย. 2553

เทศบาลนครนครศรีธรรมราชงัดระบบไฮเทคเตือนภัยน้ำท่วมเมือง หลังฝนกระหน่ำต่อเนื่องหวั่นสถานการณ์วิกฤติ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจมน้ำแล้ว 2 ศพ

 บรรยากาศล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 1 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าฝนยังคงตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องมาตลอดทั้งวัน โดยจุดที่น่าเป็นห่วงคือตัวเมืองชั้นในของ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในความดูแลของเทศบาลนครนครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่เปราะบางที่สุดเนื่องจากมีลำคลองสายหลักไหลผ่านตัวเมืองถึง 5 สายคือคอลองราเมศวร์ คลองท่าเรียน คลองป่าเหล้า คลองสวนหลวง และคลองคูพาย ซึ่งเป็นลำคลองที่รองรับน้ำจากเทือกเขาหลวงจากตอนกลางของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยระดับน้ำล่าสุดนั้นในคลองท่าดี ซึ่งเป็นคลองสำคัญระดับอยู่ 170 ซม. ปริมาตรน้ำฝนอยู่ที่ 0.40 มม.ต่อ ชม.

 อย่างไรก็ตาม นายสมนึก เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าเทศบาลได้รับการเตือนภัยจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จากพายุดีเปรสชั่นซึ่งมีแนวโน้มว่าจะทวีกำลังแรงขึ้น จะพัดเข้าสูงภาคใต้โดยเฉพาะสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา ในส่วนของเขตเมืองนครศรีธรรมราชนั้นเทศบาลได้วางระบบจัดการน้ำอย่างเต็มที่ทั้งในส่วนของเขื่อนกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าตัวเมืองชั้นใน และการผันน้ำด้วยวิธีการต่างๆ สถานการณ์ทั้งหมดถูกติดตามตลอด 24 ชม.ด้วยระบบสกาด้า ซึ่งสามารถดูความเปลี่ยนแปลงได้ทุกวินาที และเมื่อน้ำในคลองท่าดีมีระดับวิกฤติเกิน 3.5 เมตรมวลน้ำจะไหลเข้าสูเขตเมืองชั้นในนครศรีธรรมราชในเวลา 5 ชม.สามารถเตือนภัยและอพยพได้ทัน

 อย่างไรก็ตามขณะนี้ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 รายโดยรายแรกเมื่อเวลา 14.00 น.. พ.ต.ท.อภิวิช เอี่ยมสุวรรณ พนักงานสอบสวนเวร สภ.พิปูน รับแจ้งเหตุคนถูกน้ำพัดสูญหายและพบศพในเวลาต่อมาที่บ้านเลขที่ 161 ม.3 ต.ควนกลาง อ.พิปูน จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตคือนายสุรินทร์ ริยาพันธ์ อายุ 41 ปี อยู่ 119 ม.2 ต.ควนกลาง อ.พิปูน เบื้องต้นพบว่านายสุรินทร์ มาลุยน้ำช่วยญาติขนของหนีน้ำที่บ้านเกิดเหตุแต่ได้ก้าวพลาดถูกกระแสน้ำป่าที่ไหลบ่ามาพัดร่างไปจมน้ำเสียชีวิตทันที

 ต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกัน พ.ต.ท. จรวย ชูมณี พนักงานสอบสวนเวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เข้าทำการชันสูตรพลิกศพนาย นิตย์ ชินวงศ์ อายุ 52 ปี อยู่ 51 ม.5 ต.ท่าไร่ อ.เมือง นครศรีธรรมราช โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจได้งมศพขึ้นมาจากลำคลองริมถนนสาย ม.5 ต.ท่าไร่ เบื้องต้นพบว่านายนิตย์ได้ถูกน้ำพัดจนช่วยตัวเองไม่ได้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว