
จุรินทร์สั่งรพ.หาดใหญ่ป้องกันน้ำเข้าท่วม
"จุรินทร์ สั่งรพ.หาดใหญ่เตรียมป้องกันน้ำเข้าท่วมรพ.เต็มที่ให้สำรองออกซิเจนเต็มอัตราใช้ได้อย่างน้อย 14 วัน พร้อมเปิดแผนตั้งจุดบริการผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลหากไม่สามารถให้บริการในรพ.ได้ ภูเก็ตสั่งเฝ้าระวังจุดเสี่ยงน้ำท่วม-ดินสไลด์กว่า10 จุด
วันนี้(1 พฤศจิกายน 2553)นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา ว่า ในบ่ายวันนี้ได้รับรายงานว่ามีโรงพยาบาลถูกน้ำท่วม 3 แห่ง คือที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อำเภอนาทวี ขณะนี้จำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากน้ำท่วมสูงมาก ทำให้ระบบไฟฟ้าใช้การไม่ได้ เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ได้ส่งต่อผู้ป่วยจำนวน 36 ราย ในจำนวนนี้ส่งไปยังโรงพยาบาลจะนะ 30 ราย โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ 6 ราย ที่เหลืออนุญาตให้กลับบ้านได้ อย่างไรก็ตามสำหรับโรงพยาบาลนาทวีได้เปิดให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยนอก ณ ที่ว่าการอำเภอนาทวี เป็นการชั่วคราว
ส่วนที่โรงพยาบาลสะเดา น้ำท่วมอาคารผู้ป่วยในและบ้านพักเจ้าหน้าที่ ได้ทำการย้ายผู้ป่วยในไปที่โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ 6 ราย และโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ 6 ราย ส่วนที่เหลือยังเปิดให้บริการได้ สำหรับโรงพยาบาลคลองหอยโข่ง ยังเปิดให้บริการได้เนื่องจากน้ำท่วมเฉพาะบ้านพักเจ้าหน้าที่
นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ที่มีผู้ป่วยนอนรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 2,000 คน ขณะนี้มีความเสี่ยงถูกน้ำท่วม ได้เตรียมแผนรับมือไว้ 4 แผนเรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุข คือ 1.แผนป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลได้ทำคันกันน้ำและเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้แล้ว 2.แผนการสำรองยาและเวชภัณฑ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งออกซิเจนเหลวได้สั่งการให้สำรองไว้อย่างน้อย 14 วัน 3.แผนการส่งต่อผู้ป่วยกรณีไม่สามารถให้บริการได้ ให้เร่งประสานงานโรงพยาบาลใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ เพื่อเตรียมการส่งต่อผู้ป่วย และ 4.การปรับแผนการให้บริการหากไม่สามารถให้บริการในโรงพยาบาลได้ให้จัดบริการนอกโรงพยาบาลโดยประสานงานกับโรงพยาบาลใกล้เคียงที่ไม่ถูกน้ำท่วม เพื่อเปิดจุดตรวจรักษาบริการประชาชนต่อไป
ภูเก็ตสั่งเฝ้าระวังจุดเสี่ยงน้ำท่วม-ดินสไลด์กว่า10 จุด
นายสันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต มีฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน อันเป็นผลมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ตอนล่าง และคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง ระดับคลื่นมีความสูงประมาณ 2-3 เมตร ดังนั้นในระยะนี้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ ขณะเดียวกันก็ได้มีการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังบ้านเรือนของประชาชนและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ริมฝั่ง เนื่องจากความแรงของคลื่นลมในทะเลระยะนี้ซึ่งอาจจะซัดเข้าฝั่งและอาจมีน้ำทะเลหนุนส่งผลกระทบกับบ้านเรือนของประชาชนให้ได้รับความเสียหายได้
“ การเฝ้าระวังเหตุน้ำท่วมขังและดินถล่มนั้น ทางจังหวัดภูเก็ต โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังองค์กรปกครองท้องถิ่นต่างๆ ให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังภัยตลอดเวลา เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่เสี่ยงภัยอันอาจจะทำให้มีน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มได้ เพราะจากการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจมีการก่อสร้างต่างๆ เกิดขึ้นเป้นจำนวนมาก มีการเปิดหน้าดินและก่อสร้างบนที่สูงหรือพื้นที่ลาดเชิงเขา ดังนั้นเมื่อฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ดินบนภูเขาซึ่งมีลักษณะดินร่วนอุ้มน้ำรับไม่ไหวและอาจจะถล่มลงมาได้ตลอดเวลา ซึ่งพื้นที่ที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษมีประมาณ 10 กว่าจุด เช่น บ้านกะหลิม บ้านไม้เรียบ บ้านเหนือ บ้านชิดเชี่ยว วัดใหม่ เป็นต้น ”
นายสันติ์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันพื้นที่ภูเก็ตมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพไปค่อนข้างมาก อันเป็นผลมาจากการพัฒนาในเชิงธุรกิจ มีการปิดกั้นและเปลี่ยนแปลงทิศทางน้ำไหล มีการถมพื้นที่รับน้ำ ดังนั้นจึงจำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันในการที่จะแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะเรื่องของน้ำท่วมขังและปัญหาดินสไลด์ เนื่องจากที่ผ่านมาก็เคยยเกิดปัญหาขึ้นแล้วหลายครั้ง



