
เริ่มเปิดประตูระบายน้ำปริมณฑลผ่านกทม.
กทม.เริ่มเปิดประตูระบายน้ำเร่งระบายน้ำปริมณฑลผ่านพื้นที่กทม.ด้านตะวันออก - ตะวันตกมั่นใจบ้านริมคลองไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม ภูมิใจไทย สั่งรัฐมนตรี "มท. - เกษตร - พาณิชย์" ช่วยเหยื่อน้ำท่วม ด้านส.ส.อ้างชาวบ้านเดือดร้อนเพียบ ปปท.จี้38ผู้ว่าฯให้กจจ.ระดับจว.-
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 พ.ย. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.เดินทางไปที่ประตูระบายน้ำทวีวัฒนา เพื่อทำพิธีกดปุ่มเปิดประตูระบายน้ำทวีวัฒนา และสถานีสูบน้ำคลองดาวคะนอง เนื่องจากสำนักการระบายน้ำ (สนน.) ได้พิจารณาแล้วและเห็นว่าเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล อีกทั้งสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น สถานการณ์น้ำได้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปแล้ว จึงได้พิจารณาเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มบริเวณแนวคันกั้นน้ำ เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำในจังหวัดปริมณฑลผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ ทางด้านตะวันออกที่ประตูระบายน้ำคลองแสนแสบมีนบุรี และประตูระบายน้ำลาดกระบัง ผ่านคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านสถานีสูบน้ำอุโมงค์คลองลาดพร้าว - คลองแสนแสบ และสถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งสามารถระบายน้ำได้ถึง 5 - 7 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนทางด้านตะวันตกได้เปิดประตูระบายน้ำ 4 แห่ง ประกอบด้วย ประตูระบายน้ำทวีวัฒนา ผ่านคลองทวีวัฒนาและคลองภาษีเจริญ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีสูบน้ำคลองชักพระ สถานีสูบน้ำคลองมอญ สถานีสูบน้ำคลองบางกอกใหญ่ และสถานีสูบน้ำคลองดาวคะนอง โดยในจุดนี้จะช่วยเหลือประชาชนในแถบปริมณฑลที่ จ.นนทบุรีและนครปฐม โดยประตูระบายน้ำทวีวัฒนาสามารถระบายน้ำได้ 2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจาพระยา ผ่านคลองมหาไชยและแม่น้ำท่าจีน ทั้งหมดนี้กทม.หวังว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดใกล้เคียงได้ ทั้งนี้สาเหตุที่กทม.จำเป็นต้องปิดประตูระบายน้ำทั้ง 214 แห่งเป็นเพราะว่ากทม.ต้องมั่นใจก่อน ว่าสามาถบริหารจัดการน้ำในลำคลองได้ จึงต้องพร่องน้ำในคลองรวมทั้งปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าจะเปิดประตูระบายน้ำแล้ว ก็จะไม่มีปัญหาที่ทำให้บ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำลำคลอง ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมแต่อย่างใด
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในการช่วยเหลือปัญหาน้ำท่วมในต่างจังหวัด กทม.ได้ส่งเครื่องสูบน้ำตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ร้องขอมา จำนวน 20 เครื่อง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องด้วย ทั้งนี้ กทม.จำเป็นจะต้องเก็บเครื่องสูบน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ กทม.ด้วยเช่นกัน เพราะช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงอีก แต่หลังจากวันที่ 8 พ.ย.ไปแล้ว กทม.จะรีบส่งเครื่องสูบน้ำไปช่วยเหลือในต่างจังหวัดเพิ่มอีกทันที
ภท.สั่งรมต."มท.-เกษตร-พาณิชย์"ช่วยเหยื่อน้ำท่วม
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ( ภท. ) แถลงภายหลังการประชุมพรรค ว่า ในทีประชุมพรรคส.ส.ได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของตัวเองได้รับผลกระทบ จึงได้มีการสอบถามรัฐมนตรีของพรรคที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยประชาชน ขณะที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ในฐานะรมว.มหาดไทย ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ. ) เข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถแล้ว ทั้งเรื่องที่พักและทรัพย์สิน ส่วนสิ่งที่ยังบกพร่องจะพยายามเข้าไปแก้ไขต่อไป และ นายชวรัตน์ได้มอบหมาย ส.ส.ไปแจ้งต่อประชาชนด้วยว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยกำลังดำเนินการช่วยเหลือเรื่องภัยหนาวเรียบร้อยแล้ว
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุม ครม.เศรษฐกิจนั้น ที่ประชุมได้ออกหลักเกณฑ์การอนุมัติการช่วยเหลือประชาชน เพื่อชดเชยบ้านที่เสียหายทั้งหลังจำนวน 3 หมื่นบาทต่อหลัง และชดเชยช่วยเหลือบ้านที่เสียหายบางส่วนไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อหลัง ขณะที่ปภ.ได้สำรวจความเสียหาย ณ วันที่ 31 ต.ค.มีทั้งหมด 630,000 ครัวเรือน ซึ่งที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ ก็ได้อนุมัติการช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท และให้กระทรวงมหาดไทยเร่งสำรวจความเสียหายให้ชัดเจน จากนั้นประสานกับสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ในการเบิกจ่ายเงินธนาคารออมสินภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งรวมถึงผู้เสียหายที่เป็นผู้เช่าที่อยู่อาศัยด้วย
ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ชี้แจงว่า ได้ช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยไปแล้ว ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ โดยกำหนดกรอบระยะเวลาตั้งแต่เดือนส.ค. 53 จนสิ้นสุดฤดูฝน ทั้งนี้ในวันที่ 2 พ.ย.นี้ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ จะเสนอต่อที่ประชุม ครม.เรื่องการการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยการนำข้าวสารไปแจกจ่าย ส่วนจะเป็นจำนวนครัวเรือนเท่าไหร่ ก็เป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์จะเสนอต่อ ครม. โดยอาจจะเป็นข้าวถุงละ 4 กิโลกรัมที่กระทรวงมีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทางรัฐบาลต้องไปดูในสต็อกข้าวมีจำนวนเท่าใด จะแจกจ่ายประชาชนเพียงพอหรือไม่ อย่างไรก็ตามปัญหาปลีกย่อยเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่องราคา ที่แต่ละจังหวัดได้ประเมินว่าต้นทุนมากกว่าที่ครม.อนุมัติ ก็เป็นเรื่องที่จะไปทำความเข้าใจกับส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ปปท.จี้38ผู้ว่าฯให้กจจ.ระดับจว.-อำเภอแจงอนุมัติงบช่วยน้ำท่วม
นายอำพล วงศ์ศิริ รักษาการเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) เปิดเผยภายการประชุมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยว่า ป.ป.ท.ได้ประสานงานกับสำนักนายกรัฐมนตรี และศูนย์อำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(คชอ.) โดยข้อมูลระบุจังหวัดที่ประสบเหตุน้ำท่วมทั้งสิ้น 38 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด และยังมีจังหวัดอยู่ระหว่างการได้รับผลกระทบและกำลังเร่งแก้ไขอีก 22 จังหวัด ขณะที่ป.ป.ท.มีพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ 9 เขต ซึ่งจะสามารถส่งมีเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้แต่เบื้องต้นป.ป.ท.จะทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่ประสบเหตุ เพื่อขอให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนมาให้ก่อนจากนั้น จึงจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ
“การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ข้าราชการทุกหน่วยงานทำงานหนักมาก ป.ป.ท.เกรงว่าการส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจสอบอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นการไปจับผิดการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งป.ป.ท.ไม่มีเจตนาจะทำให้เกิดความรู้สึกดังกล่าว เพียงแต่ต้องการตรวจสอบการใช้งบประมาณให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ จึงต้องขอความร่วมมือให้แต่ละจังหวัดส่งข้อมูล รายละเอียดโครงการต่างๆ มาให้”นายอำพล กล่าว
รักษาการเลขาธิการป.ป.ท. กล่าวอีกว่า ปปท.จะประสานขอข้อมูลจากผู้ว่าการจังหวัดที่ประสบอุทกภัยใน 2 ระดับคือทั้งจากคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินในระดับจังหวัด(กจจ.)และคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระดับอำเภอที่มีนายอำเภอเป็นประธาน เนื่องจากการอนุมัติงบประมาณทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะส่งไปที่อำเภอเพื่อรับผิดชอบ โดยเฉพาะโครงการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเฉพาะหน้าและการช่วยเหลือฟื้นฟูภายหลังน้ำลดหลังจากได้รับข้อมูลแล้วก็จะนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาเพื่อส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจร่วมกับภาคประชาชน เพราะการเบิกจ่ายควรต้อสามารถเปิดเผยที่มาที่ไปได้
“หากทำหนังสือไปแล้วไม่มีคำตอบจากจังหวัดป.ป.ท.จะไม่รอเอกสารแต่จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพบภายใน 1 สัปดาห์ โดยป.ป.ท.จะร่วมกับงานกับคชอ. ทั้งนี้เพื่อจะได้เกิดความโปร่งใสในการทำงานและการใช้จ่ายงบของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบจะไม่เน้นเฉพาะจังหวัดใหญ่ เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นหลายพื้นที่จึงต้องการให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง”นายอำพล กล่าว



