ข่าว

ฝนถล่มหาดใหญ่สั่งปิดรร.เขตเทศบาล

ฝนถล่มหาดใหญ่สั่งปิดรร.เขตเทศบาล

02 พ.ย. 2553

พร้อมประกาศโซนแดงมือถือล่ม สถานศึกษาในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ทยอยประกาสปิดงดทำการเรียนการสอนชั่วคราว หลังฝนยังกระหน่ำหนัก ส่วนผู้ปกครองแห่รับบุตรหลานกลับจากโรงเรียนหลังฝพื้นที่รอบเมืองหาดใหญ่น้ำทะลัก

(1พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการออกตระเวณสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ล่าสุดพบว่าขณะนี้ได้มีบรรดาผู้ปกครองเดินทางไปรับบุตรหลานในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองหาดใหญ่หลายแห่งไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาลสุวรรณวงศ์ โรงเรียนธิดานุเคราะห์ เนื่องจากตลอดทั้งวันยังมีสายฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจึงทำให้บรรดาพ่อแม่นักเรียนวิตกกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันในตัวเมืองหาดใหญ่ เพราะพื้นที่รอบนอกเขตเทศบาลนครหาดใหญ่หลายจุดขณะนี้ได้มีระดับน้ำท่วมขังสูง

 นอกจากนี้ยังมีสถานศึกษาอีกหลายแห่งที่ทยอยประกาศปิดและงดทำการเรียนการสอนชั่วคราวเช่นโรงเรียนหาดใหญ่พิทยาคม โรงเรียนหาดใหญ่อำนวยวิทย์ และโรงเรียนในเครืออำนวยวิทย์ โรงเรียนมอ.วิทยานุสรณ์ และยังมีโรงเรียนอื่นๆทยอยออกมาแจ้งประกาศปิดอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ไว้วางใจในสถานการณ์น้ำท่วม โดยจะกลับมาเปิดเรียนตามปกติในวันที่4พฤศจิกายน นี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าขณะนี้ถนนเส้นทางภายในตัวเมืองหาดใหญ่หลายสายเริ่มมีระดับสูงขึ้นในหลายจุดไม่ว่าจะเป็นถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสายสำคัญที่ประชาชนใช้สัญจรภายในนครหาดใหญ่ รวมไปถึงถนนแสง สี ส่วนระดับน้ำในนคลองสายสำคัญก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากสายฝนยังกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะขาดสาย

ท่วมหาดใหญ่หนักสุดรอบ100ปีอพยพคนแล้ว

 นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ กล่าวเมื่อเวลา 18.30น.ว่า ขณะนี้ได้ประกาศให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมแล้วเพื่อความไม่ประมาท และให้ขนย้ายรถ สิ่งของขึ้นที่สูง และให้จัดหาข้าวสาร อาหารแห้งไว้ให้พร้อม เพราะระดับน้ำนอกเขตเทศบาลสูงกว่าเขตเทศบาล ซึ่งปีนี้ระดับน้ำหนักกว่าปี 2543 ทั้งอ่างเก็บน้ำสะเดา และทุกอ่างก็เต็มแล้ว เพราะปีนี้น้ำมากกว่าในรอบร้อยปี ซึ่งจุดที่วิกฤติขณะนี้คือวัดหาดใหญ่ใน

 "ส่วนตลาดกิมหยงนั้น เราได้เตรียมเครื่องการสูบน้ำ และจัดซื้อเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้ รวมทั้งเรือท้องแบนไว้ 100 ลำ และมอบให้ชลประทานนำเครื่องปั่นน้ำทะเลมาใช้ เพื่อเตรียมความพร้อมเต็มที่ ส่วนสถานการณ์ในเทศบาลหาดใหญ่ น้ำจะท่วมขังนานแค่ไหนนั้น นายไพร กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องสูบทิ้งให้เร็วที่สุด และระบายน้ำออกทางคลองอู่ตะเภา และคลองร.1 เพื่อผันน้ำลงทะเลสาบสงขลา"   นายไพรกล่าว

หาดใหญ่ประกาศโซนแดงมือถือล่ม

 นายสมชาย สามารถ ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี รายงานว่า ขณะที่การจราจรเมืองหาดใหญเป็นอัมพาต ทุกคนหาจุดที่สูงเพื่อจอดรถยนต์ เพราะปี 2543 ที่เกิดความเสียหายจากอุทกภัยมาแล้ว จึงรู้ทราบดีว่าเป็นอย่างไร และเมื่อประกาศเป็นโซนแดง ทุกคนจึงเตรียมอพยพ เนื่องจากได้เฝ้าดูระดับน้ำมาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ทางเทศบาลได้ชักธงเหลืองให้เตรียมพร้อม ส่วนพื้นที่รอบนอกที่เป็นต้นน้ำ เช่น อ.นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย ซึ่งเกิดน้ำท่วมตั้งแต่ช่วงเช้า และน้ำจะไหลเข้าหาดใหญ่ ลำดับแรกที่มีปัญหาคือ โทรศัพท์มือถือล่มเพราะทุกคนต่างโทรสอบถามถึงระดับน้ำ

 สำหรับปัญหาขณะนี้คือน้ำที่ระบายไม่ทัน และยังมีน้ำหนุนมาจากพื้นที่รอบนอก ทำให้ ถ.เพชรเกษม มีน้ำท่วม จนถึงขณะนี้ทุกคนกำลังเฝ้าติดตามคลองอู่ตะเภา ซึ่งจะเป็นตัวบอกว่าน้ำจะไหลเอ่อเขื่อนคลองเมื่อไหร่ ซึ่งปริมาณน้ำฝนที่ตกมาตั้งแต่ช่วง 8 โมงเช้าวันที่ 31 ต.ค.- 1 พ.ย. ระดับน้ำสูงมาก อยู่ที่ 900 กว่าลบ.ม.ต่อวินาที

 และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ฝนที่ตกตอนนี้ยังตกต่อเนื่อง ซึ่งทางกรมชลประทานประเมินว่าถ้ายังตกอย่างนี้ น้ำที่ไหลอยู่รอบนอกและที่กำลังไหลเข้าหาดใหญ่จะเพิ่มขึ้น หากฝนยังไม่หยุดตกหรือเว้นช่วง แต่ละคนก็ต้องช่วยเหลือตนเองก่อน และต้องเฝ้าระวังช่วง 4 ทุ่ม-เที่ยงคืนนี้ ที่น้ำจากรอบนอกจะไหลเข้ามา ทุกคนประเมินและกลัวกันว่าจากปี 43 จนถึงปีนี้ ครบรอบ 10 ปีจะขนาดไหน นอกจากนี้ ประชาชนได้มีการซื้ออาหารแห้งกักตุนไว้ตั้งแต่ 2-3 วันที่ผ่านมา และสิ่งที่หายากที่สุดคือถ่านไฟฉาย และเทียนไข เพราะรู้ดีว่าปี 2543 ตกอยู่ในสภาพอย่างไร

น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครสงขลาหลายจุด

 สำหรับในเขตเทศบาลนครสงขลาถนนหลายสายก็ถูกน้ำท่วมแล้วเช่นกันเนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำระบายไม่ทันเข้าท่วมถนนหลายจุด ทางเทศบาลนครสงขลาต้องระดมเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกทำการช่วยเหลือประชาชนและเปิดเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่ทุกจุดเร่งระบายน้ำออกลงสู่ทะเลสาบสงขลา เพื่อลดระดับน้ำในเขตเทศบาลนครสงขลา

 ในขณะเดียวกันชาวประมงพื้นบ้านได้นำเรือหางยาวออกทำการวางข่ายจับสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาตอนใน ซึ่งไม่มีคลื่นลมมีเพียงสายฝนที่ตกลงมาเท่านั้น ได้สัตว์น้ำทั้งปลาและกุ้ง โดยนำขึ้นมาขายกันสดๆที่บริเวณหน้าท่าเรือ โดยเฉพาะปลากระบอกตกราคา กก.ละ 300 บาท ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำอย่างงาม คุ้มค่าที่ต้องออกไปทำการประมงท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา

น้ำท่วมเขตเทศบาลปัตตานีจราจรติดขัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอด 4 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.53 และในวันที่ 1 พ.ย.  ฝนตกลงมาอย่างหนัก ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานี สูงขึ้น และน้ำแรง แต่ยังไม่ล้นตลิ่ง และส่งผลให้มีน้ำท่วมขังบนถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี โดยเฉพาะถนนสันติสุข มีน้ำท่วมขัง เด็กๆเริ่มออกมาเล่นน้ำท่วมกันแล้วแล้ว ขณะเดียวกัน ถนนหน้าตลาดนัดใหม่ เยื้องหน้ามัสยิดกลางปัตตานี เช่นเดียวกัน

 สาเหตุน้ำฝนที่ตกลงมาทำให้ระบายน้ำลงคูระบายน้ำไม่ทัน ทำให้น้ำท่วมถนน ทำให้ในตลาดนัด บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต้องขนย้ายสินค้าหนีโกลาหล วุ่นวายต้องของสินค้าไว้ที่สูง การสัญจรไปมาลำบากรถติด ในเบื้องต้นนายพิทักษ์ ก่อเกียรติ พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี จัดพนักงานเทศบาลและรถดับเพลิง ออกช่วยเหลือดูดน้ำบนถนนและ กำจัดขยะที่ที่ติดท่อระบายน้ำเพื่อให้น้ำระบายได้สะดวก

 สำหรับบรยยากาศโรงเรียนต่างๆในจังหวัดปัตตานี ที่เปิดวันแรกปรากฏว่า มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เด็กนักเรียนเดินทางมาลำบาก แต่มีโรงเรียนต่างอำเภอหลายสิบโรงเรียนต้องปิดโดยปริยาย เนื่องจากเด็กมาเรียนน้อย ส่วนการดูแลความปลอดภัยนั้นปกติ มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเช่นเหมือนกับทุกวัน

 ด้านนายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้เรียกประชุมนายอำเภอทุกอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวต้องทุกฝ่าย เพื่อเตรียมการในการป้องกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยให้ทุกฝ่ายรับนโยบายไปปฏิบัติทันที โดยมอบหมายให้นายอำเภอทุกอำเภอ ตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือน้ำท่วม ทีอำเภอ และเตรียมคน อุปกรณ์ การช่วยเกลือพร้อม 24 ชั่วโมง เมื่อชาวบ้านร้องขอสามารถออกทำงานได้ทันที

 นอกจากนั้น ทางผ็ว่าราชการจังหวัดปัตตานีได้ประกาศเตือนทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศ ให้เรือประมงทุกลำทราบว่า เนื่องจาก คลื่นลมในอ่าวไทยกำลังแรง คลื่นทะเลสูงประมาณ 3-4 เมตร และ ลมทะเลแรง ดังนั้นผู้ ที่ออกทำการประมงอาจจะได้รับอันตราย จึงควรงดออกจากฝั่ง ทำให้เรือประมงทั้งเรือเล็กเรือใหญ่ต้องเข้าเทียบท่าและจอดลอยลำอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำปัตตานี ประมาณ 2 พันกว่าลำ ขณะรายงานข่าวฝนยังตกอย่างต่อเนื่อง

โรงเรียน7แห่งบุรีรัมย์ประกาศหยุดต่ออีก1สัปดาห์

 สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.53 ซึ่งเป็นวันเปิดภาคเรียน  แต่โรงเรียน 7 แห่งที่จังหวัดบุรีรัมย์  มีโรงเรียนบ้านบุ่งเบา  โรงเรียนบ้านเบาน้อย  อ.พุทไธสง  โรงเรียนบ้านโจด  โรงเรียนบ้านวังปลัด  อ.คูเมือง โรงเรียนบ้านโนนไฮ  อ.บ้านใหม่ไชยพจน์  โรงเรียนบ้านยางทะเล  อ.แคนดง  และโรงเรียนชุมชนบ้านสะแก อ.สตึก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 ถูกน้ำมูลเอ่อท่วมอาคารเรียน ระดับน้ำประมาณ 50 เซนติเมตร - 1 เมตร อุปกรณ์การเรียนการสอนได้รับความเสียหาย  จึงยังไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามกำหนด  ต้องประกาศหยุดต่ออีก 1 สัปดาห์  หากครบกำหนดแล้วระดับน้ำยังไม่ลดลง   ทางโรงเรียนก็จะประกาศปิดเรียนต่อ ไปอีก 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าสถานการณ์น้ำจะลดลงเข้าสู่สภาวะปกติ    

 นายธีรวุฒิ  พุทธการี   ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1  ระบุว่าเบื้องต้นทางเขตพื้นที่การศึกษา  ได้รายงานข้อมูลโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วม ไปยังทางกระทรวงศึกษาธิการทราบแล้วพร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วม ได้สำรวจความเสียหายของอาคารและอุปกรณ์การเรียนการสอน ที่ได้รับความเสียหายทันทีหลังน้ำลด  เพื่อจะได้สรุปความเสียหายรายงานกระทรวงฯ เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณ   มาดำเนินการบูรณะซ่อมแซมทั้งอาคาร และอุปกรณ์ฯ ให้สามารถใช้การได้และเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว

อบจ.อุบลฯแจกผ้าห่มกันหนาวให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

 ช่วงบ่ายวันนี้(1 พฤศจิกายน 2553) ที่บริเวณชุมชนวังสว่าง เทศบาลนครอุบลราชธานี นายสิทธิชัย โค้วสุรัตน์ ที่ปรึกษากิติมาศักดิ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้นำเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ยารักษาโรคและของยังชีพไปมอบให้ประชาชนที่ถูกน้ำท่วมขังที่ชุมชนสว่างจำนวน 200 ชุด ขณะที่ชุมชนวังสว่างถูกน้ำมูลเอ่อท่วมชุมชนรอบหมู่บ้านการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านลำบาก

 นอกจากนี้ชาวบ้านยังต้องประสบกับภัยหนาว โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาวที่จะให้ความอบอุ่นร่างกาย และต้องการผ้าห่มกันหนาวและเสื้อกันหนาวอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รายงานสภาพอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่าในช่วงนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศหนาว กับมีลมแรง โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค สำหรับบริเวณยอดภู อากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิ 6-12 องศา.

 ส่วนศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำสำนักงานชลประทานที่ 7 อุบลราชธานี ได้รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูลว่า ยอดปริมาณน้ำสูงสุดยังคงอยู่ที่ บริเวณอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนบริเวณอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ และอำเภอราศีไสล จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงเพิ่มขึ้น แต่อัตราการไหลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นในส่วนของแม่น้ำมูลที่ไหลลงสู่พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพิ่มขึ้น แต่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำในพื้นที่ลดลง สรุปได้ว่าระดับและปริมาณน้ำที่สถานีวัดน้ำ M.7 จะไม่เพิ่มขึ้นอีก และลดลงอย่างช้า ๆ คาดว่า ประมาณวันที่ 10 พ.ย. 2553 ระดับน้ำจะอยู่ในสภาพปกติ ระดับน้ำในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ +112.03 เมตร.รทก. แนวโน้มระดับระดับน้ำจะทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย