
จัดกำลัง3กองร้อยรับพธม.ชุมนุมพรุ่งนี้
ศอฉ.มอบตร.จัดกำลัง 3 กองร้อยรับพธม.ชุมนุมพรุ่งนี้(2พ.ย.) แม่ทัพภาค 1 ยันตำรวจรับมือได้ ระบุ ทหารพร้อมสนับสนุนถ้าได้รับการร้องขอ ลั่นการชุมนุมต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ย้ำพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมของพรก.ฉุกเฉิน
(1พ.ย.) พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นัดชุมนุมคัดค้านการลงมติรับรองบันทึกผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(เจบีซี)และบันทึกผลการประชุมคณะกรรม การเขตแดนไทยทั่วไป (จีบีซี) ในวันที่ 2 พ.ย.นี้ ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ (ศอฉ.) ได้มอบให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปดำเนินการดูแลรักษาความเรียบร้อยทั้งหมด ขณะที่ฝ่ายทหารคงติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพธม.อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มมือที่สามจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย
“การดูแลรักษาความเรียบร้อยในวันที่ 2 พ.ย.นี้ ศอฉ.ได้มอบหมายให้ตำรวจในการดูแลเป็นหลัก และขณะนี้ตำรวจเองก็มีแผนรองรับไว้หมดเรียบร้อยแล้ว คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนแผนการดูแลรักษาความปลอดภัยจะเป็นในลักษณะไหนคงไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ แต่ความชัดเจนคงอยู่ที่การประชุม ศอฉ.ในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ย.) อีกทั้งจากการตรวจสอบด้านการข่าวในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 26 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และยังไม่พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ไม่หวังดีเช่นกัน ทั้งนี้เชื่อมั่นในขีดความสามารถในการดูแลของตำรวจ หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงอะไรขึ้นมาทางกองทัพภาคที่ 1 ก็พร้อมให้การสนับสนุนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยทางกองทัพก็มีแผนรองรับในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเช่นกัน อีกทั้งในพื้นที่ กทม. ก็ยังเป็นพื้นที่ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ดังนั้นการดำเนินการก็จะใช้มาตรฐานเดียวกันหมด ” พล.ท.อุดมเดช ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมศอฉ.ในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ย.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลพล.ต.ต.อำนวน นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ฝ่ายกฎหมาย) เตรียมชี้แจงแผนการรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม พธม.ในวันที่ 2 พ.ย.นี้ ต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ทั้งนี้เบื้องต้นทางตำรวจนครบาลได้จัดกำลัง 3 กองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย เพราะเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่ม พธม.ไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง เพียงแค่มาชุมนุมประท้วงเพื่อแสดงบทบาทเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ประมาทได้สั่งให้หน่วยข่าวเกาะติดสถานการณ์อย่างเต็มที่
ด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) กล่าวกรณีที่กลุ่มพันธมิตรจะชุมนุมในวันที่ 2 พ.ย.2553 ที่บริเวณลานพระบรมรูปฯก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปที่บริเวณรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเพิกถอน เอ็มโอยู. กับประเทศกัมพูชา ว่า เรื่องนี้ทาง ศอฉ.ยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพูดคุย เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการชุมนุมแต่ละครั้ง ทาง ศอฉ.มีนโยบายแน่ชัดต่อการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ซึ่งทุกครั้งเราจะเน้นมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม ทั้งนี้เพราะถือว่า บริเวณการชุมนุมดังกล่าว เป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทุกครั้งที่จะชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่ต้องติดต่อประสานงานกับแกนนำผู้ชุมนุนมถึงขั้นตอนต่างๆว่า อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ สังคมวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องยึดกรอบกติกา แนวทางการปฏิบัติตามสิทธิของรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญด้วย
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า แนวโน้มการชุมนุนมของกลุ่มพันธมิตรที่จะชุมนุมในวันที่ 2 พ.ย. นั้นทางศอฉ.มั่นใจว่า ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรวุ่นวาย เพราะมีนโยบายที่ชัดเจนต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในดูแลรักษาความปลอดภัยหรือป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อะไรต่างๆและทุกครั้ง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. จะรับนโยบายไปปฏิบัติตามที่ ศอฉ.มอบหมายไป
ด้าน พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวว่า การชุมนุมในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หากมีการกระทำที่ผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการโดยไม่เลือกปฏิบัติว่าเป็นกลุ่มไหนฝ่ายไหน ซึ่งในที่ประชุม ศอฉ.ได้ให้แนวทางไว้ว่าจะต้องไม่เลือกปฏิบัติกับฝ่ายใด หากการกระทำใดๆอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ แต่หากกระทำผิดกฎหมายคงไม่ได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการชุมนุมจะไม่ยืดเยื้อ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุนมรู้ดีว่า พื้นที่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฯสามารถทำอะไรได้แค่ไหนอย่างไร
“ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาชุมนุมยืดเยื้อ เพียงแต่มาแสดงเจตนารมณ์ ก็สามารถทำได้ ดังนั้นเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ทั้งนี้จากฝ่ายข่าวที่รายงานมาว่า จะมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนไม่มาก อย่างไรก็ตามหากการชุมนุมเกินกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมก็สามารถร้องขอกำลังทหารจากศอฉ. เพื่อสั่งจากกองทัพภาคที่ 1 มาดำเนินการสนับสนุนได้ นอกจากนี้ ศอฉ.มีความเป็นห่วงการชุมนุมถึงการกระทำของกลุ่มต่างๆที่จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะข้อความที่เขียนหมิ่นเหม่ หรือกระทบถึงบุคคลสำคัญคนอื่นๆ “ พล.ต.ดิฏฐพร กล่าว



