
พระราชทานทรัพย์1ล.ช่วยอุทกภัยใต้
ในหลวงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ 1 ล้านบาทให้กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เตรียมสิ่งของช่วยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ภาคใต้จากอุทกภัย ด้าน"ศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ"ออกประกาศเตือน 7 จ.ภาคใต้ ระวังพายุดีเปรสชั่นก่อตัวในอ่าวไทยเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ เฝ
(1พ.ย.) เวลา 10.00 น. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4สน.) ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.อุดมชัย ธรรมาสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4 ประธานพิธีมอบถุงพระราชทาน ให้แก่หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเตรียมไปมอบช่วยเหลือให้กับประชาชนในพื้นที่ หากเกิดอุทกภัย
พล.ท.อุดมชัย เปิดเผยว่า ในปัจจุบันซึ่งเข้าสู่ช่วงฤดูฝนประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัยอย่างรุนแรงทุก ภูมิภาคสำหรับพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ประสบภัยทางธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุดังกล่าวพระบาทสมเด็จประเจ้าอยู่หัวฯทรงมีความห่วงใยต่อพสกนิกรของพระ องค์ท่านและทรงให้ความช่วยเหลือโดยพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมยังความปราบปลื้มยินดีสู่พสกนิกรอย่างหาที่สุดไม่ได้
“ทรัพย์สินส่วนพระองค์ดังกล่าวนำมาจัดหาสิ่งของจำเป็นบรรจุเป็นถุงพระราชทาน เพื่อให้หน่วยทหารต่างๆในพื้นที่ นำไปแจกจ่ายให้ประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเบื้องต้นโดยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ให้เป็นความรับผิดชอบของฉก.จังหวัดแต่ละจังหวัดในพื้น ที่และในส่วนพื้นที่อื่นๆให้เป็นความรับผิดชอบ ของศูนย์บรรเทาสารธารณภัยซึ่งมีประจำทุกหน่วยของทหารเพื่อให้สามารถบรรเทา ความเดือดร้อนได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ” แม่ทัพภาค 4 กล่าว
ด้านศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมอุตุนิยวิทยา ออกประกาศเตือน ครั้งที่ 1 ประจำวันที่ 1 พ.ย. เนื่องด้วยสภาวะอากาศในอ่าวไทย ขณะนี้มีดีเปรสชั่นในอ่าวไทย ที่ละติจูด 6.5 องศาเหนือน ละติจูด 103.5 ตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่ง โดยคาดว่า จะเข้าในพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช คาดว่าพายุดังกล่าวจะเข้าสู่ฝั่งภายคืนนี้(1พ.ย.) ถึงพรุ่งนี้เช้า (2พ.ย.)ลักษณะดังกล่าวจะทำให้ อากาศในอ่าวไทยมีคลื่นลมแรง และมีฝนตกหนักเป็นเวลาหลายวัน
อย่างไรก็ตาม คาดว่าศูนย์กลางของพายุดังกล่าวนี้จะคลื่นตัวเข้าสู่ชายฝั่งประมาณเที่ยงคืนวันนี้ ซึ่งขณะนี้พายุดังกล่าวได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งแล้ว ทำให้เกิดฝนตกตั้งแต่ช่วงกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ต.ค.)
ดังนั้นกรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จึงประกาศเตือนจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ให้ทำการเฝ้าระวังเรื่องของคลื่นและพายุลมแรง ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่ช่วงคืนนี้ (1พ.ย.) เป็นต้นไป จึงขอเตือนเรือต่างๆ งดออกจากฝั่ง
ส่วนฝนที่ตกลงมาตั้งแต่สุราษฎร์ธานีลงไปถึงนราธิวาส อาจก่อให้เกิดดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันใน จังหวัดตั้งแต่ ชุมพร ลงไปจนถึงนราธิวาส อย่างไรก็ตาม หากพายุดังกล่าวได้เคลื่อนตัวข้ามฝั่งไปยังฝั่งทะเลอันดามันไปแล้วจะทำให้ก่อตัวพายุลูกใหม่อีกตัวหนึ่งในอ่าวไทย รวมทั้งจะส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเลอันดามันมากขึ้น จึงขอเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมอาหาร ยาประจำตัว และยาสามัญประจำบ้าน ไว้ใกล้มือเพื่อจะหยิบใช้ได้ง่ายในยามที่จำเป็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่ จ.ยะลา มีฝนตกลงมาในพื้นที่เป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปัตตานี เริ่มสูงขึ้น บางจุดเริ่มไหลทะลักเข้าท่วมในสวนยางพาราบ้างแล้ว โดยจังหวัดยะลาเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มจังหวัดยะลา เพื่อเตรียมความพร้อมในส่วนของเครื่องมือ และยานพาหนะ ในการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที
นายเวโรจน์ สายทองแท้ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา เปิดเผย สำหรับความพร้อมศูนย์ฯในขณะนี้มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเฝ้าระวัง และเตรียมการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หากเกิดน้ำท่วม โดย จ.ยะลา มีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังดินถล่มคือ อ.เบตง อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา ซึ่งล่าสุดยังคงมีปริมาณฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมคือ อ.เมือง อ.ยะหา อ.รามัน
"สำหรับพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัยในปีนี้ใน 8 อำเภอ ของ จ.ยะลา ทางศูนย์ฯ จะต้องเฝ้าระวังทั้งสิ้น 48 ตำบล 247 หมู่บ้าน โดยเขต อ.เมืองยะลา มีพื้นที่เฝ้าระวังมากที่สุดรวม 12 ตำบล แต่อย่างไรก็ตามล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี แม่น้ำปัตตานี และในเขื่อนบางลาง ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต ” นายเวโรจน์ กล่าว



