
ในหลวงทรงช่วยน้ำท่วมเพิ่มอีก10ล้าน
ฝนถล่มใต้น้ำทะลักท่วมรพ.นาทวีวิกฤติน้ำท่วมสูง 2 เมตร เร่งอพยพ 80 คนไข้ด่วน ขณะที่หลายพื้นที่สงขลา ประสบภัยน้ำท่วม หลังฝนตกทั้งวัน ด้านรองนายกเทศมนตรีสะบ้าย้อย เผย ชาวบ้าน 200 ครัวเรือนอ่วมระดับน้ำท่วมสูง 2 เมตร สั่งเฝ้าระวังคนริมคลองเทพา และชาวบ้านริมแนวส
(1พ.ย.) นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการ บริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมถ์ เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามข้อมูลข่าวสารการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ทรงห่วงใยความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพิ่มอีก 10 ล้านบาท ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมถ์ นำไปจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการยังชีพ นำไปมอบให้ถึงมือผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แล้ว 10 ล้านบาท ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูป ถัมถ์ นำไปจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการยังชีพ มอบให้ถึงมือผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่
หาดใหญ่เตรียมพร้อมพื้นที่รองรับอพยพคน
นายอดุลย์ศักดิ์ มูเก็ม รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง4-5วันที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภา เพิ่มขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ คลองอู่ตะเถา ซึ่งเป็นคลองสายหลัก ยังคงมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกประมาณ 2เมตร แม้ว่าจะมีน้ำมาก แต่ คลอง ร.1 ที่ขุดใหม่ สามารถช่วยระบายได้ระดับหนึ่ง
"ในปีนี้คาดว่าปริมาณน้ำจะมากกว่าเดิมและน่ากลัวทุกปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำที่จะมาจากฝั่งอำเภอนาหม่อม ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่น้ำผ่านหลายจุดน้ำได้ท่วมแล้ว"
นายอดุลย์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา หลายฝ่ายได่ประชุมเตรียมรับสถานการณ์น้ำที่เทศบาลนครหาดใหญ่ โดยมี นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายไพร พัฒโน นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ ตลอดจนถึง ส.ส.ในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อติดตาม แผนงานการป้องกันน้ำ
สำหรับจุดเสี่ยงในเขคเทศบาลนครหาดใหญ่ อาทิเช่น บริเวณหลังวัดหาดใหญ่ใน ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างเทศบาลเมืองควนลัง กับเทศบาลนครหาดใหญ่ ส่วนบริเวณเทศบาลเมืองคอหงส์ ฝั่งตะวันออกของหาดใหยญ่ ขณะนี้หลายพื้นที่ท่วมแล้ว แต่ระดับน้ำยังไม่สูงมากนัก
"หากมีเหตุฉุกเฉินจริงๆ เราได้เตรียมการสำหรับอพยพไว้แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องประกาศแผยออพยพ แต่เราได้ประสานงานพื้นที่อพยพแล้วเช่น บริเวณภายในมหาวิทยาละยสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) และบริเวณ สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทเดิม(รพช.) บริเวณเส้นทางไปสนามบินหาดใหญ่นอกจากนี้ได้มีการปะสานงานกับเอกชนในการใช้พื้นที่ตึกสูง เพื่อใช้อพยพคนและรถ ขึ้นที่สูงแล้วเช่นกัน"นายอดุลย์ศักดิ์ กล่าว
ฝนถล่มรพ.นาทวีวิกฤติน้ำท่วมสูง2ม.
นพ.สุวัฒน์ วิริยะพงษ์สุกิจ ผอ.โรงพยาบาล สมเด็จพระบรมราชินีนาถอำเภอนาทวี จ.สงขลา เปิดเผยว่า ฝนตกหนักตลอด 2 วัน ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ล่าสุดระดับน้ำที่ท่วมสูงประมาณ 1.50 เมตร ทำให้ต้องใช้รถบรรทุก 6 ล้อวิ่งเข้า-ออกโรงพยาบาลเท่านั้นล่าสุดโรงพยาบาลจะให้บริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น
ขณะเดียวกันต้องเร่งอพยพคนไข้ประมาณ 80 คนขึ้นไปอยู่บริเวณชั้น 2 เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเป็นห่วงว่าเขื่อนกระสอบทรายกั้นน้ำที่ทำแนวกั้นไว้รอบโรงพยาบาลสูงประมาณ 2 เมตรจะพังทลายลงมา เพราะล่าสุดระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องซึงเหลือเพียง 20 เซนติเมตรจะทะลักเข้าสู่ตัวอาคารทันที ทำให้บางจุดเจ้าหน้าที่ต้องเร่งเสริมแนวกระสอบให้สูงยิ่งขึ้นเพื่อยืดเวลาไม่ให้น้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน แต่เนื่องจากไม่มีกระสอบทรายเหลืออยู่เบื้องต้นจึงได้เร่งประสานขอกระสอบทราบจากหน่วยงานภครัฐเพื่อเร่งป้องกันอย่างเร่งด่วน
“หากฝนตกต่อเนื่องอีก 1 วันอาจต้องปิดโรงพยาบาลชั่วคราวเพื่ออพยพคนไข้ออกจากโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเกรงว่าแนวกระสอบทรายกั้นน้ำอาจทะลักเข้าสู่อาคารโรงพยาบาลซึ่งจะทำให้ระบบน้ำ ไฟฟ้าและระบบต่างๆของโรงพยาบาลจะถูกตัดขาดทันที ซึ่งล่าสุดได้ประสานเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมการอพยพทั้งทางรถยนต์และทางเรือ” นพ.สุวัฒน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลาโดยภาพรวมทุกพื้นที่ถูกน้ำท่วมเกือบทุกจุด โดยระดับน้ำสูงเฉลี่ยประมาณ 50 เซนติเมตรและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องเนื่องจากฝนยังตกหนักติดต่อกันนานหลายวันทำให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยา ออกมาประกาศเตือนให้จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงเหตุดินโคลนภูเขา ในช่วงนี้สืบเนื่องจากผลพวงอิทธิพลพายุดีเปรสชั่นในทะเลอ่าวไทยที่จะเคลื่อนตัวผ่านในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ในจำนวนนั้นรวมถึง จ.สงขลา ด้วย ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.53 ที่ผ่านมา ปรากฎว่าในพื้นที่ จ.สงขลา ได้เกิดฝนตกหนักสลับกับตกโปรยปรายตลอดทั้งวันทั้งคืน จนถึงเช้าของวันที่ 1 พ.ย.53 ก็ยังคงมีฝนตกหนักสลับกับตกโปรยปรายอยู่เป็นระยะ คาดว่าสถานการณ์ฝนตกคงยังเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอย่างนี้อีก 1-2 วัน
อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 31 พ.ย.53 ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวแจ้งว่า ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลันแล้วในหลายพื้นที่ของ จ.สงขลา โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอก อย่างอำเภอรัตภูมิ อำนาทวี อำเภอคลองหอยโข่ง และอีกหลายอำเภอ อีกหลายพื้นที่ ขณะเดียวกันในพื้นที่บ้านทุ่งลุง ต.พะตง ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลพะตง ปรากฎว่าช่วงค่ำที่ผ่านมา ระดับน้ำในคลองตง และคลองสายเล็กๆที่ไหลผ่านพื้นที่เขตเทศบาลตำบลพะตง ได้ไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมถนนสายกาญจนวณิชย์ และบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก ทำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวต่างพากันรีบขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ต่างๆไปเก็บไว้ยังที่ปลอดภัย
ซึ่งก่อนนี้ทางประชาชนในพื้นที่เองก็ได้เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารจากอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอดต่อเนื่อง เพราะว่าในพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ส่งผลให้พี่น้องประชาชนพื้นที่ดังกล่าว ส่วนใหญ่ต่างเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอยู่แล้ว โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 ซม.
อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าของวันนี้ปรากฎว่าระดับน้ำที่ท่วมบนถนนกาญจนวณิชย์ ได้ลดลงสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ระดับน้ำในคลองตง รวมถึงคลองสายเล็กๆอื่นๆในพื้นที่ ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากระดับน้ำยังคงปริ่มพร้อมที่จะล้นตลิ่งได้ทุกเมื่อ หากมีน้ำป่าไหลหลากหรือปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักต่อเนื่องสมทบเพิ่มขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า แม้สถานการณ์น้ำที่ไหลเอ่อล้นจากคลองตง และคลองสายเล็กๆอื่นๆในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลพะตง จะลดระดับลงไปให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีระยะเวลาหายใจและเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมแล้วก็ตาม แต่อีกฝั่งหนึ่งคือทางด้านฝั่งตะวันตก ที่มีคลองอู่ตะเภาไหลพาดผ่านพื้นที่ตำบลพะตง ปรากฎว่าเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาระดับน้ำได้ไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนบ้านทุ่งลุงทางด้านฝั่งตะวันตกแล้ว และไหลเอ่อเข้ามาเรื่อยๆจนท่วมบ้านเรือนประชาชนและตลาดสดทุ่งลุงแล้ว
โดยเฉพาะซอยเทศบาล 26 หรือถนนสายทุ่งลุง-บ้านพร้าว ที่เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ขณะนี้ระดับน้ำท่วมสูงถึงเอวแล้ว เศษขยะ ถังขยะ และสิ่งปฎิกูลต่างๆ ถูกน้ำพัดพาลอยล่องเกลื่อนบริเวณ ส่วนประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวก็ต่างกันนำกระสอบทราย ผ้ายาง แผ่นไม้กระดาน หรือวัตถุสิ่งของอื่นๆที่สามารถนำมากั้นน้ำได้ต่างนำมาวางกั้นไว้ที่บริเวณหน้าบ้านพักของตนเอง แม้ว่าจะไม่สามารถกั้นน้ำเข้าท่วมภายในบ้านได้ร้อยเปอร์เซ็น แต่ก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง
ล่าสุดทางเทศบาลตำบลพะตง ได้ระดมเจ้าหน้าที่เทศบาล เจ้าหน้าที่กู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทยอยเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นบ้างแล้ว โดยประชาชนและเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายคาดว่า หากยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง คาดว่าระดับน้ำที่ท่วมขังคงจะเพิ่มขึ้นอีก ตอนนี้ทำได้แค่เพียงการบรรเทาหนักให้เป็นเบาเท่านั้น
"สำหรับพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัยในปีนี้ใน 8 อำเภอ ของ จ.ยะลา ทางศูนย์ฯ จะต้องเฝ้าระวังทั้งสิ้น 48 ตำบล 247 หมู่บ้าน โดยเขต อ.เมืองยะลา มีพื้นที่เฝ้าระวังมากที่สุดรวม 12 ตำบล แต่อย่างไรก็ตามล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี แม่น้ำปัตตานี และในเขื่อนบางลาง ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต ” นายเวโรจน์ กล่าว
นายธัญพัฒน์ สุวรรณรัตน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลสะบ้าย้อย อ.สะบ้ายย้อย จ.สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่สะบ้าย้อยประสบภาวะน้ำท่วมฉับพลันจากภาวะฝนตกหนักโดยในพื้นที่ประสบภัยขณะนี้มีระดับน้ำเพิ่มสูงประมาณ1เมตร ทั้งนี้ในพื้นที่มีประชาชนและราษฎรจำนวน200ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ทั้งนี้คาดว่าตลอดทั้งวันนี้ระดับน้ำจะเพิ่มสูงถึง2 เมตร เนื่องจากฝนยังตกหนักโดยไม่มีทีทาจะหยุด
"ตอนนี้ได้เร่งระดมเจ้าห้าที่เขาไปช่วยเหลือตามชุมชนต่างๆอย่างเร่งด่วน แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ทั้งหมด เนื่องจากบางจุดน้ำได้ทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประกาศเตือนของอุตุนิยมวิทยา ที่ระบุว่ายังมีแนวโน้มฝนตกหนักต่อเนื่องคลอบคุลมพื้นที่ต่อไปอย่างน้อย1-2วันคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น2เมตรอย่างแน่นอน โดยจุดที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำเทพาและแนวสันเขากาลาคีรี จำเป็นจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด" นายธัญพัฒน์ กล่าว
นายอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลา เปิดเผยว่า จากภาวะฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่หลายวันในจังหวัดสงขลา ส่งผลให้ขณะนี้เกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอรอบนอกซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญเช่นอำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอสะเดา ขณะนี้มีระดับน้ำในลำคลองเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มส่งลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
ขณะนี้มีรายงานว่าในพื้นที่อำเภอนาทวี มีพื้นที่ประสบภาวะน้ำท่วมในหลายจุด เช่นตำบลปลักหนู ซึ่งรับน้ำจากเทือกเขาน้ำค้าง ขณะเดียวกันโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวี ก็ถูกน้ำไหลเข้าท่วมจนต้องอพยพผู้ป่วยจากตึกเก่าซึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นเดียวไปอยู่ที่ตึกใหม่ซึ่งมีสองชั้น โดยขณะนี้ อบจ.สงขลาได้ระดมเครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรวมถึงกำลังเจาหน้าที่พร้อมกระสอบทรายเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว
นอกจากนี้ อบจ.ได้เตรียมส่งเครื่องจักรกลหนัก และเรือสุขาเคลื่อนที่ลงพื้นที่ ตเขาแดง และ ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย เนื่องจากมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วมฉับพลัน โดยมีการอพยพชาวบ้านที่อาศัยในที่ต่ำมาอยู่รวมกันที่โรงเรียนเขาแดงพิทยา เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่าในพื้นที่หลายหมู่บ้าน ในอ.สะเดาขณะนี้ได้มีระดับน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราฎรในที่ลุ่มส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
นายอุทิศ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้รับมือสถานการณ์น้ำท่วมด้วยการแบ่งโซนพื้นที่เพื่อตั้งจุดช่วยเหลือประชาชนที่ อบจ.ส่วนหน้า 4แห่ง เป็นสถานที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน อันประกอบไปด้วย 1.ที่อำเภอนาทวี จะดูแลให้ความช่วยเหลือครอบคลุม อำเภอเทพา และสะบ้าย้อย ส่วนจุดที่2 อบต.กระดังงา จ.ระโนด ดูแลครอบคลุมพื้นที่กระแสสินธุ์ อ.สิงหนคร และอ.สะทิ้งพระ จุดที่3.ที่วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ ดูแลให้ความช่วยเหลือทั่วอำเภอหาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนจุดที่4.อบจ.เกาะยอ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ 5แยกเกาะยอ ที่พร้อมกระจายออกให้ความช่วยเหลือทุกจุดอย่างเร่งด่วน



