
ภาคการเกษตรอ่วม!เจอพิษน้ำท่วมวอนรัฐเยียวยา-นาข้าวจ่อครม.จ่ายเพิ่ม
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่กว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ ได้สร้างความเดือดให้ประชาชนกว่า 4 ล้านคน หรือกว่า 4 แสนครัวเรือน ทั้งความเสียหายด้านชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะ ภาคการเกษตร นั้นหนักหนาสาหัส ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่ากา
หนึ่งในจังหวัดที่นาข้าวเสียหายเป็นอันดับต้นๆ คือ ชัยภูมิ ดินแดนถิ่นกำเนิดต้นแม่น้ำชี เส้นเลือดใหญ่ของชาวนาอีสาน ในปีนี้ถือว่าต้องทุกข์ซ้ำกรรมซัดหนักสุดในรอบ 30 ปี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรเสียหายใน 15 อำเภอ 105 ตำบล 1,157 หมู่บ้าน 61,080 ครัวเรือน โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรนาข้าวได้รับความเสียหายในครั้งปีนี้ไม่น้อยกว่า 990,397 ไร่
ส่วนหนึ่งปัญหาน้ำท่วมที่เกิดกับชาวนาที่นี่ เขาเหล่านี้อยากให้รัฐช่วยลงมาแก้ปัญหาแบบยั่งยืน อย่าง บุญสูง จำรัสภูมิ วัย 55 ปี ชาวนาหมู่ 10 ต.หนองนาแซง ซึ่งน้ำท่วมรุนแรงซ้ำซากเป็นประจำทุกปีและได้รับความเสียหายหนักที่สุดของ จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ทำนาในเนื้อที่ 72 ไร่ ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวนาปีกำลังออกรวงและจะเก็บเกี่ยวได้ไม่อีกกี่วัน ต้องมาหมดตัวกับเงินลงทุนนับแสนบาท
"จากนี้ยังไม่รู้ว่าจะไปหาพันธุ์ข้าวมาปลูกในช่วงหน้าแล้งนี้ และเมื่อน้ำเริ่มลดระดับลง สิ่งแรกที่อยากจะขอความช่วยเหลือจากรัฐคือพันธุ์ข้าวปลูก และการปรับปรุงแหล่งน้ำในพื้นที่ให้เก็บกักน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งได้ไม่ใช่ปล่อยไหลผ่านไปจังหวัดอื่นๆ จนไม่เหลือน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ยามหน้าแล้ง"
ขณะที่ พ่อประพันจักษ์ เติมพันธุ์ วัย 62 ปี ชาวนา หมู่ 9 ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมปีนี้อีกราย กล่าวว่า ปีนี้ได้รับผลกระทบแทบหมดตัว ตั้งแต่แรกเมื่อหว่านข้าวไว้แต่ฝนกลับทิ้งช่วง เมื่อฝนไม่ตกข้าวที่หว่านก็ไม่ขึ้นทำให้เกิดความเสียหาย กระทั่งฝนเริ่มมาจึงลงพันธุ์ข้าวใหม่ ลงทุนไปเกือบ 1 แสนบาท ใส่ใจติดตามอย่างดีจนข้าวเริ่มตั้งท้อง ออกรวง และเตรียมจะเก็บเกี่ยวอีกไม่ถึงสัปดาห์ แต่ก็มาประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำอีก นาข้าวได้รับความเสียหายหมด
"ปีนี้ถือว่าได้รับความเดือดร้อนและเสียหายหนักที่สุด ในที่นาน้ำท่วมสูงกว่า 3.5 เมตร ตอนนี้ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ข้าวจะกินก็ต้องซื้อเขา ซึ่งถ้าทางการไม่มาช่วยเหลือพันธุ์ข้าว ชาวนาที่นี่ก็ไม่รู้จะไปเอาที่ไหนมาปลูก และคงต้องเลิกทำนากันหมด เพราะที่ ต.หนองนาแซง ยึดอาชีพทำนากว่า 4,000 หลังคาเรือน ใน 12 หมู่บ้าน"
ด้าน ลำดวน เสนามาตย์ วัย 50 ปี ตัวแทนชาวนาในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ กล่าวสะท้อนถึงแนวทางเรียกร้องการเข้ามาช่วยการแก้ปัญน้ำท่วมให้ชาวนาที่นี่ว่า ปัญหาน้ำท่วมและพื้นที่การเกษตรเสียหาย เกิดจากกลุ่มบุคคล ภาคธุรกิจ ผู้ที่มีฐานะในแต่ละชุมชน มองข้ามปัญหาการปิดบังทางเดิมตามธรรมชาติของน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมแบบไม่มีทิศทาง
“ต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาน้ำท่วมวันนี้คือ เราไม่ใส่ใจระบบการจัดการผังเมืองที่ดีพอ ควรจะมีหน่วยงานรับผิดชอบที่ลงมาจัดการปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นปัญหาน้ำท่วมในปีต่อไปเมื่อยิ่งมีฝนตกมากเท่าไหร่ น้ำยิ่งท่วมสูงมากเท่านั้น"
ขณะที่จ.กาญจนบุรี พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นกัน อัคนีวุธ กลับน่วม เกษตรจังหวัด กล่าวว่า ผลกระทบนั้นอยู่ช่วงระหว่างวันที่ 29 กันยายน-18 ตุลาคม พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 67,496.25 ไร่ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 7,090 ราย พื้นที่ประสบภัย อ.ด่านมะขามเตี้ย หนองปรือ ท่าม่วง เมือง ไทรโยค ท่ามะกา ศรีสวัสดิ์ และพนมทวน พืชที่เสียหายได้แก่ นาข้าว 7,759 ไร่ ข้าวโพดหวาน 1,728 ไร่ ข้าวโพดฝักอ่อน 623 ไร่ มันสำปะหลัง 5,392 ไร่ อ้อยโรงงาน 5,787 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้น 8,029 ไร่ และพืชผัก 7,465 ไร่
ภิวัต อินทร์โอสถ วัย 40 ปี 12 หมู่ 4 ต.หนองไผ่ อ.ด่านมะขามเตี้ย กล่าวว่า มีอาชีพปลูกข้าวโพดหวาน 10 ไร่ พื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด รวมมูลค่าความเสียหายราว 4 หมื่นบาท ขณะนี้ได้ยื่นขอความช่วยเหลือไปยังเกษตรจังหวัดแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะได้ค่าชดเชยเท่าไร ซึ่งถ้าได้ค่าชดเชยไม่ครบตามที่ได้ร้องขอไปก็ต้องเดือดร้อน เพราะทุนที่ลงไปทั้งหมดได้กู้มาจากหนี้นอกระบบ ต้องเสียทั้งต้นและดอก
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประเมินพื้นที่ความเสียหายด้านการเกษตรทั้งหมด 8.76 ล้านไร่ เป็นนาข้าว 6.9 ล้านไร่ พืชไร่ 1.67 ล้านไร่ ส่วนพืชอื่นๆ 0.19 ล้านไร่ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนกว่า 4.7 แสนราย ซึ่งประมาณการว่าภาครัฐบาลจะช่วยเหลือด้านงบประมาณ 4,057 ล้านบาท โดยเฉพาะนาข้าวนั้นจะมีการเสนอคณะรัฐมนตรีเป็นวาระพิเศษในวันอังคารนี้ ทั้งนี้ จากเดิมที่ภาครัฐกำหนดจะจ่ายให้รายละ 606 บาท/ไร่ เป็น 2,098 บาท/ไร่
สำหรับความเสียหายด้านประมงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553-ปัจจุบัน คิดเป็นมูลค่า 113.90 ล้านบาท ปศุสัตว์ 347.50 ล้านบาท ทั้งนี้ การช่วยเหลือเบื้องต้น กระทรวงเกษตรฯ ได้สนับสนุนอาหารสัตว์ 309,060 กิโลกรัม แร่ธาตุและเวชภัณฑ์ 792 ชุด เพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ทั้งหมด 115,484 ตัว ในพื้นที่ 27 จังหวัด
ทีมข่าวเกษตร



