
ซ่อม บ้านคนถูกน้ำท่วมก่อนดีไหม ?
วันนี้ ผมเชื่อว่าน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ น่าจะกำลังค่อยๆ ลดระดับลงแล้ว และการให้ความช่วยเหลือคนไทยด้วยกันผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ก็คงจะซาลง เพื่อปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะเข้าไปเยียวยาชาวบ้านร้านตลาดต่อไป
แต่ผมก็ยังอดเป็นห่วงชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมไม่ได้ เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีในคราวที่แล้ว นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เล่นออกคำสั่ง เหวี่ยงแห ให้ทุกส่วนราชการเร่งมือให้ความช่วยเหลือทั้งๆ ที่ปกติก็เป็นหน้าที่ของส่วนราชการต่างๆ อยู่แล้ว
�มติ ครม.ครั้งนี้อาจเป็นเหตุให้ ต่างคนต่างทำ ตามความเคยชินก็ได้ กรณีพิเศษคือน้ำท่วมบ้านเรือนเป็นบริเวณกว้างอย่างนี้ ผมว่าคณะรัฐมนตรีต้อง ตั้งหลัก ให้ได้ก่อน
�เรื่องนี้ ท่าน พล.อ.จิระศักดิ์ วัฒนาวงศ์ อดีตผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัยแนะนำว่า การให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมนั้น นายกรัฐมนตรีต้องรวมศูนย์การช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วม แล้วลงมาเป็นประธานในการกำกับดูแลด้วยตัวเอง โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระดับคือ ทุกตำบลต้องมีศูนย์ย่อยให้ชาวบ้านมาลงทะเบียนว่ามีผู้เดือดร้อนจำนวนเท่าไหร่ ได้รับความเสียหายในเรื่องใดบ้าง แล้วส่งข้อมูลไปยังศูนย์ในระดับอำเภอเพื่อตรวจสอบว่าในแต่ละตำบลจะต้องให้ความช่วยเหลือในด้านไหน จากนั้นจึงส่งไปยังศูนย์ในระดับจังหวัดเพื่อใช้งบประมาณที่ได้รับอนุมัติแล้วจัดซื้อจัดหาสิ่งของต่างๆ ตามที่แต่ละตำบล-อำเภอต้องการ
�พล.อ.จิรศักดิ์ ให้คำแนะนำว่า รัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือทุกด้าน เช่น การให้เงินครัวเรือนละ 5,000 บาทนั้นถูกต้องแล้ว ระหว่างน้ำท่วมแต่ละคนไม่มีรายได้เขาอาจนำเงินนั้นไปซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ที่สำคัญรัฐบาลควรวางแผนซ่อมสร้างบ้านเรือนให้ชาวบ้านหลังน้ำลดด้วยการวางแผนให้เจ้าหน้าที่จากทหารช่างของทุกเหล่าทัพสมทบกับนักเรียนอาชีวะสายช่างก่อสร้างเอาไว้ให้พร้อม แล้วจัดสรรงบประมาณซื้อวัสดุสิ่งของที่จะต้องใช้ในการซ่อมสร้างบ้านเรือนจากแหล่งผลิตในราคาที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
�หลังจากน้ำลดเมื่อหน่วยซ่อมสร้างทางซ่อมถนนแล้ว ก็ส่ง ทีมซ่อมสร้าง ลงพื้นที่ จากนั้นก็ให้เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้า-การประปาเข้าไปบูรณะสิ่งที่ชำรุดให้คืนกลับมา พล.อ.จิรศักดิ์ บอกว่า หากทำได้อย่างนี้จะเป็นการช่วยเหลือที่ตรงเป้าหมายที่สุด การปล่อยให้แต่หน่วยงานเข้าไปช่วยคนละทีอาจจะกินเวลานาน หรือหากให้เงินแก่ชาวบ้านไปซื้ออุปกรณ์สิ่งของหรือจ้างช่างมาซ่อมแซมก็อาจจะได้ไม่ครบถ้วน เพราะสินค้าบางอย่างอาจขาดแคลนไม่เพียงพอ หรือแพงกว่าเดิมก็ได้
�เรื่องนี้ผมเห็นด้วยครับ การให้ความช่วยคนที่เดือดร้อนนั้น ขวัญและกำลังใจสำคัญที่สุด หากรัฐบาลยื่นมือเข้าไปซ่อมบ้านเรือนให้คืนสู่สภาพเดิม เชื่อว่าทุกคนคงยิ้มออก หรือหากทหารช่าง-นักเรียนช่างก่อสร้างไม่พอก็ช่างฝีมือในจังหวัดที่ไม่ถูกน้ำท่วมนั่นไง อาสาสมัครเข้ามาช่วยคนไทยด้วยกันหน่อยจะเป็นไรครับ ลงแขก กันคนละไม่ละมือไม่เกินเดือนบ้านทุกหลังที่เสียหายก็น่าจะผุดขึ้นมาใหม่ได้แน่ๆ
�ตอนนี้ภัยหนาวก็กำลังมาเยือนอีกแล้ว ผมว่าเอาบ้านสำหรับหลบลมหนาวให้เสร็จก่อนครับ แล้วจึงขยับไปช่วยในเรื่องความเสียหายทางการเกษตร เช่น จะชดเชยความเสียหายแก่เกษตรกรไร่ละเท่าไหร่ หรือจะบูรณะอุปกรณ์ทางการเกษตร ตลอดจนยานพาหนะต่างๆ ก็ว่ากันพร้อมๆ กับการช่วยเหลือทางด้านหนี้สินที่ชาวบ้านแบกรับอยู่
�อย่างไรก็ตาม อย่าลืมการให้ความช่วยเหลือระยะยาว นั่นคือรัฐบาลต้องระดมสมองนักวิชาการมาหารือเกี่ยวกับการฟื้นฟูแหล่งน้ำต่างๆ ด้วยนะครับ อ้อ...ตามคลองส่งน้ำสายต่างๆ นั่นหากมีบ้านเรือนรุกล้ำเข้าไปต้องหาทางย้ายไปอยู่ที่อื่นครับ ไม่งั้นเวลาน้ำหลากจะไหลลงทะเลไม่ทัน เรื่องนี้ทำไม่ยากครับ มอบหมาย อบต.ที่มีอยู่ทำหน้าที่ขอร้องชาวบ้านก็น่าจะได้ผลครับ
ภาณุมาศ ทักษณา



