
ซักส้าว
เมื่อหลายปีก่อน ดาราหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นอกจากเต็กกอเจ้าของร้านขายลูกชิ้นที่มีภรรยาหลายคนแล้ว อีกคนหนึ่งซึ่งโด่งดังไม่แพ้กันก็คือ โพธิ์เงิน กระตุฤกษ์ ที่ชอบเบี้ยวค่าอาหารเวลาไปกินตามภัตตาคารต่างๆ ความดังของโพธิ์เงินทำให้มีบริษัทสร้างภาพยนตร์รา
ความจริงแล้วเรื่องของโพธิ์เงินก็มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเขาเป็นบุตรชายเจ้าของสำนักพิมพ์ที่ร่ำรวย และถูกส่งไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เล็ก ก่อนที่ชีวิตจะพลิกผันกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ใช้ชีวิตอยู่ด้วยวิธีพลิกแพลงต่างๆ รวมทั้งการกินแล้วไม่จ่ายเงิน การสวมรอยเป็นญาติเจ้าภาพในงานเลี้ยงงานแต่งงานแล้วเชิดของขวัญที่แขกนำมาให้ แม้กระทั่งการไปตามงานศพเพื่อเวียนเทียนรับหนังสือที่ระลึกแล้วนำไปขายให้แก่คนที่ต้องการ เป็นต้น
ที่ผมนึกถึงเรื่องโพธิ์เงินขึ้นมา ก็เนื่องจากไม่กี่วันมานี้ ผมไปงานศพเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งหนังสือที่ระลึกของเขาคงเป็นที่หมายตาของนักสะสมหนังสืองานศพ เพราะพอผู้ที่ทำหน้าที่แจกหนังสือเผลอ ก็มีคน 2-3 คนที่วนเวียนคอยจังหวะอยู่ โดดเข้าฉกชิงหนังสือไปจากถาดในมือ นอกจากนี้ที่หนักกว่านั้นก็คือได้ทราบมาว่าบางงาน จะมีคนมั่วยกหนังสือที่เตรียมมาแจกไปทั้งลังก็ยังมี
ประเพณีพิมพ์หนังสืองานศพนี้เกิดขึ้นจากพระดำริของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งทรงชักชวนให้เจ้านายและขุนนางแจกหนังสือเป็นที่ระลึก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาหนังสือดีๆ ให้คงอยู่และเผยแพร่อย่างกว้างขวางต่อไป โดยก่อนหน้านั้น ตามงานศพจะนิยมการโปรยทาน แต่เกรงว่าเหรียญกษาปณ์ที่โปรยไปอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่มารับเงินทาน จึงมีการนำลูกมะนาวมากรีดตรงกลางแล้วฝังเหรียญเอาไว้เป็นการป้องกันในชั้นหนึ่ง ซึ่งการโปรยทานแบบนี้ปรากฏในหนังสือดอกสร้อยสุภาษิตบทหนึ่งที่ว่า
“ซักเอ๋ยซักส้าว ผลมะนาวทิ้งทานในงานศพ เข้าแย่งชิงเหมือนสิ่งไม่เคยพบ ไม่น่าคบเลยหนอพวกขอทาน ดูประหนึ่งขัดสนจนปัญญา มีทางหากินได้หลายสถาน ประหลาดใจเหตุไฉนไม่ทำงาน ประกอบการอาชีพที่ดีเอย”
ซักส้าวตามดอกสร้อยสุภาษิตบทนี้ เป็นการละเล่นของเด็กไทยในสมัยก่อน ผมเองก็เกิดไม่ทันเล่นซักส้าว ทราบแต่ว่ามีบทร้องสำหรับการเล่นซักส้าวว่า “ซักส้าว ผลมะนาวโตงเตง ขุนนางมาเอง มาเล่นซักส้าว มือใครยาวสาวได้สาวเอา มือใครสั้นเอาเถาวัลย์ต่อเอา”
ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้จะไม่มีเด็กไทยเล่นซักส้าวกันแล้ว แต่ดูเหมือนว่าผู้ใหญ่ของไทย ไม่ว่าจะเป็นขุนนางหรือนักการเมืองบางคน ยังคงนิยมเล่นซักส้าวกันอยู่ โดยเฉพาะในเรื่อง “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” หรือการ “เข้าแย่งชิงเหมือนสิ่งไม่เคยพบ” แม้กระทั่งงบประมาณและเงินช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้
ซึ่งขุนนางและนักการเมืองประเภทนี้เป็นดังบทดอกสร้อยสุภาษิตที่ว่า “ไม่น่าคบเลยหนอพวกขอทาน” นั่นแหละครับ



