
ศาล รธน.สงสัยยังไม่สิ้น
คลิปที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผูกโยงไปยังกรณียุบพรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องการคำตอบ และยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน คลิปชุดใหม่ที่กล่าวอ้างว่า เป็นบทสนทนาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนก็ได้ปรากฏต่อสาธารณะผ่านเว็บไซต์ยูทูบ โดยมีตัวละครคนเดิมคื
อดีตเลขานุการส่วนตัวประธานศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ไม่ว่าคลิปนี้จะเป็นการตัดต่อ หรือประกอบสร้างขึ้นมาด้วยวิธีใดก็ตาม แต่นี่ย่อมเป็นปรากฏการณ์ที่สังคมควรเรียกร้องให้มีการตรวจสอบบทบาทของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เป็นศาลอันมีบทบาทอย่างสำคัญในการกำหนดชะตากรรมของบ้านเมืองในหลายกรณีที่ผ่านมา
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31ตุลาคม มีผู้เข้าไปโพสต์คลิปวิดีโอจำนวน 3 คลิป โดยใช้ชื่อว่า "ohmygod 3009" ซึ่งเป็นผู้เดียวกับผู้โพสต์คลิปฉาวก่อนหน้านี้ คลิปชุดใหม่ใช้ชื่อว่า "พฤติกรรมศาลรัฐธรรมนูญไทย" ทั้งนี้เนื้อหาภายในคลิปเป็นการพูดคุยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน และนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ในห้องทำงานของตุลาการคนหนึ่ง มีตุลาการ 2 คนนั่งรออยู่ ครั้นนายพสิษฐ์เข้าไปก็เริ่มมีการพูดคุย โดยอ้างว่ารับทราบเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะนำคลิปการนำข้อสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมาเผยแพร่ และมาเพื่อเตรียมการกันว่าจะทำอย่างไร โดยในคลิปดังกล่าวนั้นมีเสียงของผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็นตุลาการในภาพระบุว่ามีการนำข้อสอบออกไปให้แก่คนใกล้ชิดของตุลาการหลายคน
ถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่คลิปชุดแรก เพื่อปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของศาล ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่ด้วยความเคารพในศาลรัฐธรรมนูญ หากผู้ที่กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญด้วยความสุจริต ตรงไปตรงมา และมิได้ก้าวล่วงไปวิพากษ์วิจารณ์การใช้ดุลพินิจ ตัดสินวินิจฉัยคดี ก็น่าที่จะยอมรับหรือชี้แจงแสดงเหตุผลได้ เพราะประการสำคัญ การวิพากษ์วิจารณ์นี้มุ่งต่อตัวบุคคล หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนเท่านั้น หาได้มุ่งต่อศาลรัฐธรรมนูญในฐานะสถาบันไม่ ความศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อมั่นในสถาบันศาลรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ และศาลรัฐธรรมนูญยังคงเป็นที่พึ่งสุดท้ายของสังคมไทยต่อไป
การมีอยู่ของสถาบันศาลรัฐธรรมนูญ ช่วยให้สังคมไทยได้ผ่านพ้นวิกฤติมาหลายครั้ง แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกับองค์กรอื่นๆ ในสังคมนี้ ที่ไม่อาจดำรงอยู่อย่างขาดการตรวจสอบและถ่วงดุล ภาพและเสียงที่อ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญ ในทางคดีย่อมเรียกได้ว่าเป็นพยานวัตถุหรือประจักษ์พยาน ที่มีน้ำหนัก มิใช่การกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอย ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องทำความจริงให้ปรากฏ ในขณะเดียวกันนายชัช ชลวร ในฐานะประมุขของศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องนำศาลรัฐธรรมนูญฝ่าฟันวิกฤติศรัทธาครั้งนี้ไปให้ได้ด้วยความเสียสละ



