
ชาวบ้านต้องมาก่อน
ปกติหน้าที่หลักของตำรวจทั่วโลกคือ การดูแลปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
บางประเทศตำรวจเหมือนกับพระเอกคอยจับผู้ร้าย ป้องภัยให้นางเอก แต่อีกหลายประเทศกลับตรงกันข้าม
ส่วนตำรวจไทยกลับมีลักษณะพิเศษคือ เป็นได้ทั้งพระเอกและผู้ร้ายในบริบทที่แตกต่างกัน ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์บ้านเราเลยไม่เดินไปข้างหน้า
องค์กรตำรวจมักปรับองค์กร เปลี่ยนโครงสร้างไปตามแต่นักการเมืองหรือผู้บริหารแต่ละยุคจะนึกคิด
หัวของตำรวจมีแต่คนเก่ง นักสืบบ้าง นักวิชาการบ้าง นักจินตนาการบ้าง นักเซ็งลี้ก็มีให้เห็น
งานของผู้บริหารจึงมักฟังหรือดูนโยบายจากนักการเมืองเป็นหลัก ไม่ขัด ไม่แข็งข้อ รอรับคำสั่ง
ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ พล.ต.อ.จึงมีมากมาย รองผบ.ตร. ที่ปรึกษา สบ.10 สายงานเหมือนกันแต่เรียกให้ต่าง ก็มอบหมายงานไปได้
ขณะที่ตำรวจระดับล่างพวกปฏิบัติกลับขาดแคลน ถูกทิ้ง ถูกขวาง ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้บังคับบัญชา โยกย้ายคนไม่เหมาะกับงาน ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข
การปรับโครงสร้างที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วนจึงไม่ประสบความสำเร็จเพราะวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสั้น
ลองไปสำรวจดูสิว่า การปรับเปลี่ยนองค์กรตำรวจที่ผ่านมา มีประโยชน์อะไรตกถึงชาวบ้านบ้าง
ยังโดนรีด โดนเก็บอยู่ทุกเดือน ชาวบ้านยังหวาดผวากับโจรผู้ร้าย สถานการณ์หนักขึ้นทุกวัน ตำรวจทั้งโรงพักสกัดโจรไม่ได้ มีชุมชน หมู่บ้านมากมายเลิกพึ่งตำรวจ หันมาดูแลปกป้องตัวเอง
ปัญหาโจรผู้ร้าย ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่อันดับต้นๆ ของตำรวจ ถูกละเลยไปหมดแล้ว
ตำรวจทั้งโรงพักฟังคำสั่งนายอย่างเดียว ทั้งๆ ที่ควรรับปัญหาจากชาวบ้านเป็นเรื่องหลัก
จะโทษตำรวจโรงพักอย่างเดียวก็ไม่ถูกเพราะความไม่เป็นเอกภาพ พล.ต.อ. ไล่ลงมา พล.ต.ท. ผู้บัญชาการ พล.ต.ต. ผู้บังคับการ ยังมีนโยบายไม่เหมือนกัน ไม่ต้องพูดถึงต่างกองบัญชาการ ต่างหน่วย
ลองถ้าต่างคนต่างทำ ต่างรับนโยบายต่างกันตั้งแต่ ผบ.ตร. รองผบ.ตร.ถึงผู้บัญชาการก็แบบหนึ่ง ผู้บังคับการอีกแบบหนึ่ง จึงล้มไม่เป็นท่า
ทั้งหลายทั้งปวงถ้าระดับนโยบายไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจงานตำรวจอย่างแท้จริง คงไม่รู้จักคำว่าชาวบ้านต้องมาก่อน !!



