ข่าว

 1.7พันล้าน...ถมสองฝั่งเจ้าพระยาปราการป้องน้ำท่วมแค่ 2.5เมตร

1.7พันล้าน...ถมสองฝั่งเจ้าพระยาปราการป้องน้ำท่วมแค่ 2.5เมตร

01 พ.ย. 2553

หน่วยงานที่ดูแลน้ำท่วมเริ่มหายใจทั่วท้อง หลังผ่านพ้นช่วงลุ้นระทึกว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ชั้นในหรือไม่?

 หลังจากสถานการณ์วิกฤติสุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว คือ ช่วงน้ำทะเลหนุนสูงในวันที่ 26-27 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยวันที่ 26 ตุลาคม วัดระดับความสูงที่ท่าเรือสะพานพุทธ ได้ 2.06 เมตร แต่ปริมาณน้ำยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม ระดับน้ำได้เพิ่มเป็น 2.15 เมตร นับเป็นสถิติสูงสุดของปีนี้

 ระดับน้ำยังสูงต่อเนื่องถึงวันที่ 28 ตุลาคม เจ้าหน้าที่สำนักระบายน้ำเริ่มกระสับกระส่าย เพราะถ้าสูงกว่านี้ขึ้นไปเรื่อยๆ แม่น้ำเจ้าพระยาจะไหลทะลักเอ่อล้นเข้าท่วมกรุงเทพฯ ชั้นในอย่างแน่นอน เพราะแนวเขื่อนกั้นน้ำระยะทาง 77 กม. ที่ลงงบประมาณสร้างไปเกือบ 1,700 ล้านบาทนั้น สามารถป้องกันน้ำได้ไม่เกินความสูง 2.50 เมตร ในที่สุดวันที่ 29 ตุลาคม ระดับน้ำที่เชิงสะพานพุทธได้ลดลงเหลือ 1.95 เมตร เป็นตัวเลขที่ประกาศว่า กทม.พ้นช่วงวิกฤติแล้ว

 หลายคนสงสัยว่า เขื่อนกั้นน้ำที่เห็นเป็นแนวยาวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และก่อสร้างมายาวนานกว่าสิบปีนั้น มีส่วนสำคัญช่วยไม่ให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ จริงหรือไม่ และที่ชาวบ้านบางรายออกมาร้องเรียนว่าการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานมีการรั่วซึมออกมานั้น สุดท้ายจะทำให้เขื่อนพัง หรือน้ำจะทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชั้นในหรือไม่ !?!

 ชาญชัย วิทูรปัญญากิจ อดีตผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ หนึ่งในกลุ่มผู้ดูแลการก่อสร้างเขื่อน ย้อนหลังให้ฟังว่า โครงการนี้ชื่อเต็มคือ โครงการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือที่ชาวบ้านเรียกสั้นๆ ว่า “เขื่อนป้องกันน้ำท่วมของ กทม.” มีการวางแผนก่อสร้างมานานกว่าสิบปี ความยาวของเขื่อนทั้งหมด 77 กม. แบ่งเป็นฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร โดยผู้รับเหมาหลายบริษัท เดิมกำหนดให้การก่อสร้างต้องแล้วเสร็จภายในปี 2553 แต่พอมาเจอภาวะเศรษฐกิจถดถอยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผู้รับเหมาหลายรายไม่สามารถก่อสร้างได้ตามหมายกำหนดการต้องเปิดประมูลใหม่ ประกอบกับปัญหาหลายๆ อย่างทำให้เขื่อนสร้างเสร็จเพียง 70 กว่ากม.เท่านั้น มีพื้นที่ฟันหลอหลายส่วน ซึ่งในปีนี้ กทม.ได้ใช้กระสอบทรายมาเสริมให้เต็มพื้นที่ที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ

 “สำหรับผมแล้วถือว่า เขื่อนนี้มีประสิทธิภาพมาก เพราะถ้าน้ำเหนือไหลมาปริมาณมากขนาดนี้ น้ำต้องเอ่อล้นเข้ามาในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในแล้ว เช่น แถวถนนสามเสน หรือถนนสุขุมวิทตอนปลาย แต่ปีนี้น้ำไม่ท่วมเข้ามาอย่างที่เคยเป็น ตราบใดก็ตามที่สะพานพุทธวัดความสูงน้ำได้ไม่เกิน 2.50 เมตร ถือว่าปลอดภัย เพราะระดับเขื่อนสูงประมาณ 2.50-3 เมตร สาเหตุที่บางช่วงต้องสร้างสูงถึง 3 เมตรก็เพราะว่าเป็นเขตเรือวิ่งผ่าน ต้องเผื่อระยะให้น้ำเอ่อล้นขึ้นมา สำหรับชุมชนที่น้ำท่วมปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งที่จริงแล้วห้ามสร้างเป็นที่อยู่อาศัย แต่ก็ไม่สามารถบังคับให้ชาวบ้านย้ายออกไปได้ เพราะชาวบ้านอาศัยอยู่กันมานานแล้ว ถือเป็นปัญหาโลกแตก” นายชาญชัยกล่าว

 โครงการสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมเจ้าพระยานั้น เป็นความรับผิดชอบของ กทม. จากเดิมแผนก่อสร้างกำหนดไว้ช่วงปี 2544-2548 ต่อมาขยายเป็น 2548-2553 และขอเพิ่มเงินจาก 1,114 ล้านบาท เป็น 1,691 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่อุดหนุนจากรัฐบาล 50% บริษัทรับเหมาขนาดใหญ่หลายแห่งมีส่วนร่วมในการก่อสร้าง เช่น หจก.ยงวัฒนาก่อสร้าง รับผิดชอบตั้งแต่ช่วงคลองบางเขนเก่าติดนนทบุรีจนถึงสถานีสูบน้ำเทเวศร์ฝั่งพระนคร วงเงินประมาณ 350 ล้านบาท ต่อมาบอกเลิกสัญญา จึงได้บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเว๊ลอปเมนต์ ซึ่งชนะการประมูลครั้งใหม่ในวงเงิน 524 ล้านบาท

 ส่วน บมจ.สยามพันธุ์วัฒนา รับผิดชอบก่อสร้างช่วงบริเวณคลองดาวคะนอง-คลองแจงร้อน และบริเวณคลองศาลเจ้า-คลองขุนศรีบุรีรักษ์ วงเงิน 610 ล้านบาท บริเวณคลองโอ่งอ่าง-ท่าน้ำราชวงศ์ วงเงิน 58 ล้านบาท บริเวณคลองบางกอกน้อย-วัดสุวรรณคีรี วงเงิน 51 ล้านบาท และบริเวณท่าน้ำราชวงศ์-บ่อสูบน้ำ และบริเวณวัดปทุมคงคง วงเงิน 64.6 ล้านบาท

 สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือระหว่างการก่อสร้างเกือบ 10 ปีนั้น แนวเขื่อนบางส่วนมีจุดที่แตกร้าว เขื่อนทรุดหรือน้ำซึมออกมา ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณติดเขื่อนรู้สึกเป็นกังวล นายชาญชัยอธิบายว่า โครงสร้างของเขื่อนทั้งหมดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กดังนั้นจึงรับรองได้ว่ามีความแข็งแรง แต่ที่น้ำรั่วเข้ามาก็เพราะระหว่างก่อสร้างเขื่อนในบางพื้นที่นั้นฐานดินเป็นดินใหม่ยังไม่แน่นพอแม้จะมีการอัดคอนกรีตลงไปก็ตาม ทำให้เกิดการรั่วซึมได้ ซึ่งก็ต้องค่อยๆ ซ่อมแซมเป็นบางช่วง ขอให้ชาวบ้านไม่ต้องเป็นห่วง

 ด้านนายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า การก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาความยาว 77  กิโลเมตร ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้ว 75.8 กิโลเมตร ยังเหลืออีก 1.2 กิโลเมตร คาดว่าปลายปีหน้าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม เขื่อนมีการก่อสร้างมานานเกือบ 10 ปี แม้ว่าจะก่อสร้างด้วยการออกแบบที่มีมาตรฐาน มั่นคง และแข็งแรง แต่บางพื้นที่ถูกน้ำกัดเซาะจนมีสภาพชำรุดก็ต้องดำเนินการซ่อมแซม

 "โดยรวมเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังใช้การได้ดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเขื่อนมีความสูง 2.50 เมตร ยังสามารถป้องกันระดับน้ำที่จะท่วมเข้าสู่พื้นที่ชั้นในได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายสัญญากล่าว

 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านจัดสรรน้ำและดูแลส่วนความปลอดภัยเขื่อน จากกรมชลประทาน ให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่น้ำบางจุดไหลเข้าท่วมพื้นที่ด้านในกรุงเทพฯ ทั้งที่มีแนวเขื่อนกั้นนั้น ไม่ได้เกิดจากการรั่วซึมของเขื่อนอย่างเดียว แต่มีชาวบ้านบางคนไม่พอใจที่บ้านตัวเองซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาท่วม แต่บ้านที่อยู่ถัดไปเพียง 20 เมตรกับไม่มีน้ำเลยสักหยด จึงแอบทำลายหรือพังกระสอบทรายเพื่อให้น้ำท่วมเข้ามา ประกอบกับความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าปล่อยน้ำเข้าไปในกรุงเทพฯ ด้านในแล้ว จะช่วยระบายน้ำที่ท่วมอยู่ด้านนอกเขื่อน

 “ตอนนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่ความขัดแย้งของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยายังคงอยู่ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่จะต้องเข้าไปทำความเข้าใจ เพื่อไม่ให้มีการทำลายเขื่อนหรือพังกระสอบทรายแบบนี้อีก เพราะกรุงเทพฯ ต้องเผชิญวิกฤติน้ำท่วมระลอก 2 ช่วงวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้” ผู้เชี่ยวชาญแนะนำทิ้งท้าย