ข่าว

ทำบุญสร้างภาพ

ทำบุญสร้างภาพ

01 พ.ย. 2553

ภัยพิบัติน้ำท่วมก่อความเสียหายอย่างใหญ่หลวงก็จริงอยู่ แต่มีคนจำนวนหนึ่งถือว่าเป็นโอกาสในการแสดงตนว่าเป็นคนใจบุญสุนทานด้วยการบริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมีการสำรวจอย่างเป็นระบบแล้วว่าคนไทยใจบุญเป็นอันดับสามของโลก รองจากออสเตรเลีย

 และนิวซีแลนด์ นับเป็นเรื่องน่ายินดีกับการให้ของคนไทยเพื่อนร่วมทุกข์ แต่จะเป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่านั้น ถ้า "เจตนาในการให้" เป็นไปอย่างบริสุทธิ์สะอาด ไม่หวังผลสะท้อนย้อนกลับแบบ "บุมเมอแรง"

 อาทิ ต้องการความนิยมทางการเมือง และต้องการให้คนเห็นว่าตนเป็นคนใจบุญ โดยที่ชีวิตส่วนตัวของหลายคนขัดแย้งกับแนวทางแห่งบุญอย่างเห็นได้ชัด

 ที่ไต้หวัน มีวัฒนธรรมการให้แบบแปลกๆ ในร้านอาหารเมื่อคุณกินเสร็จ แล้วถึงเวลาจ่ายเงินค่าอาหาร บางครั้งทางร้านจะบอกคุณว่า มีคนจ่ายแล้ว

 เขาคนนั้นมากินอาหารเมื่อครู่นี้ เห็นคุณกินอยู่ เขาจึงจ่ายเงินค่าอาหารโต๊ะคุณทั้งหมด แล้วเขาก็ออกจากร้านไปแล้ว กรณีทำนองนี้มีบ่อย โดยที่ผู้รับไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้ให้ เพราะผู้ให้ต้องการเพียงแค่ได้ให้เท่านั้น

 การเป็นผู้ให้นั้นถือว่าเป็นมือบน การเป็นผู้รับนั้นถือว่าเป็นมือล่าง คนเราเพียงแค่ได้เป็นผู้ให้ก็ถือว่าเป็นเรื่องวิเศษวิเสโสมากทีเดียว ยิ่งเป็นการให้แบบไม่ต้องให้คนอื่นรู้ว่าตนเป็นผู้ให้ ย่อมจะได้บุญกุศลเต็มร้อย ผลแห่งบุญจะไม่รั่วไหลไปกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างภาพ ซึ่งอาจจะมีราคามากไปกว่าเงินและสิ่งของที่ได้ให้แบบนักแสดงดังกล่าวแล้ว

 "ทะทะมาโน ปิโย โหติ" ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้า การเป็นผู้ให้โดยไม่เห็นว่าผู้รับเป็นฐานค้ำบัลลังก์แห่งความเป็นคนดีของตนเองนั้นย่อมเป็นที่รักอันยิ่งใหญ่ไพศาล ผู้ให้ด้วยปัญญาพิจารณาดีแล้วย่อมจะไม่เสียใจและไม่เสียดายทรัพย์ที่ได้ให้ออกไปแล้ว เพราะ "นิสสัมมะ กะระณัง เสยโย ใคร่ครวญก่อนแล้วทำ ดีกว่า"

 ดังนั้น คนทำบุญที่ดีและมีปัญญา จะไม่เรียกเงินทำบุญกลับคืนเมื่อไม่ได้ดั่งใจตน เพราะนั่นเป็นการประกาศว่าขาดปัญญาในการทำบุญ

           ท่านจันทร์          www.prajan.com