
จับโจ๋แก๊งทวงหนี้เงินกู้ข่มขู่ลักทรัพย์ลูกหนี้
ตำรวจบก.น.3 รวบโจ๋แก๊งทวงหนี้เงินกู้ หลังแม่ค้าย่านลาดกระบัง กู้เงินรักษาพ่อแต่ขาดส่งเงิน นายทุนสั่งลูกน้องบุกบ้านรื้อค้นทรัพย์ข่มขู่ ลักมือถือ ก่อนเผ่นหนี เผยลาดกระบัง มีนายทุนปล่อยกู้ 3 กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตกเป็นเหยื่อ 40 รายหากไม่มีจ่ายหนี้ยึดทรัพย์สินในบ
(31ต.ค.) เวลา 14.00 น. พ.ต.อ. มานัส ศัตรูลี้ รองผบก.บก.น.3 พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รองผบก.บก.น.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจของบก.น.3 แถลงข่าวจับกุมนายพงษ์พันธ์ คงชาตรี อายุ 20 ปี นายอภิวัฒน์ ศรีรักษา อายุ 19 ปี นายศักดา อุนอก อายุ 24 ปี นายศราวุธ อินทร์จันทร์ อายุ 22 ปี นายพล (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นายสิทธิชัย พลสิทธิ์ อายุ 19 ปี นายช่วย ปรางค์วิเศษ อายุ 38 ปี นายอภิชาติ ไทยบุญนาค อายุ 23 ปี นายวิฑูรย์ ไพรพฤกษ์ อายุ 32 ปี พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย เงินสดจำนวน 21,808 บาท รถจักรยานยนต์จำนวน 6 คัน และสมุดบัญชีรายชื่อลูกหนี้จำนวนหนึ่ง
พ.ต.อ.มนัส กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากน.ส.นาถลดา กิติตบรรพชา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145/171 ซ.6 ม.พูนสินธานี 1 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ และน.ส.นฐา กิตติบรรพชา อายุ 32 ปีที่อยู่เดียวกัน อาชีพขายเสื้อผ้า ซึ่งได้กู้เงินจากนายทุนที่ปล่อยเงินกู้ในชุมชนดังกล่าวจำนวน 300,000 บาท เพื่อมารักษาพ่อที่ป่วยหนักเมื่อ 3 เดือนก่อน โดยจ่ายเป็นดอกลอย คือจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 2 อย่างเดียว จนกว่าจะมีเงินมาจ่ายเงินต้น เมื่อไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ย ก็จะมีกลุ่มชายฉกรรจ์มาข่มขู่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา ลูกน้องของนายทุน 4 คนได้บุกเข้าค้นหาทรัพย์สินภายในบ้านพร้อมกับข่มขู่ เมื่อไม่พบทรัพย์สินมีค่า ก็ได้ยึดโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกียของน.ส.นาถลดา ไป จึงเดินทางไปแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวนสน.ลาดกระบัง และได้เดินทางมาร้องเรียนกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย
รองผบก.น.3 กล่าวอีกว่า ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าในย่านลาดกระบัง มีกลุ่มนายทุนปล่อยเงินกู้ทั้งหมด 3 กลุ่มปล่อยเงินกู้ประเภทรายวันและดอกลอยให้กับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่จำนวน 40 ราย โดยมีการจ้างกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ให้มีหน้าที่เดินเก็บดอกเบี้ย ส่วนใหญ่จะเป็นชายฉกรรจ์ขับขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บเงินที่ร้านของลูกหนี้ หากไม่มีเงิน ก็จะข่มขู่พังร้านและยึดทรัพย์สินไป โดยจะรวมกลุ่มกันหน้าหมู่บ้านพูนสินธานี 1จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (31 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจของบก.น.3 ได้บุกจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คน นำตัวมาสอบปากคำ ระหว่างนั้นนายวิฑูรย์ ไพรพฤกษ์ได้มาหาเจ้าหน้าที่และอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่ามีพฤติกรรมมึนเมา จึงได้ขอตรวจหาสารเสพติดพบว่ามีสารเสพติด จึงได้ควบคุมตัวไว้ทันที เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่า เคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บก.น.4 แต่ได้ลาออกมากว่า 4 ปีแล้วเลยได้ตั้งข้อหาเสพสารเสพติดให้โทษประเภท1 ด้วย
พ.ต.อ.มนัส กล่าวว่า สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดพบว่าทุกคนมีหน้าที่เก็บเงินและส่งให้นายทุนในพื้นที่ ยกเว้นนายวิฑูรย์ ที่ปล่อยเงินกู้ด้วย โดยนายพงษ์พันธ์ คงชาตรี และนายอภิวัฒน์ ศรีรักษาพร้อมพวกอีก 3 คนได้แก่ นายเส นายอาร์มและนายโจ้ได้บุกเข้ารื้อค้นทรัพย์สินบ้านของผู้เสียหายจึงถูกตั้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ด้วยเป็นกลุ่มนายทุนที่1 ส่วนกลุ่มนายทุนกลุ่มที่ 2 มี นายวิฑูรย์ ไพรพฤกษ์ นายสิทธิชัย พลสิทธิ์ นายศราวุธ อินทร์จันทร์ นายอภิชาติ ไทยบุญนาคและนายสมพล น้อยเพ็งเป็นคนคอยตามเก็บเงิน ส่วนกลุ่มที่ 3ซึ่งเป็นกลุ่มนายทุนจากประเทศอินเดียและปากีสถาน มีนายศักดา อุนอก นายช่วย ปรางค์วิเศษเป็นคนคอยเก็บเงิน
พ.ต.อ.เอก กล่าวว่า เครือข่ายเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ร่มเกล้าจะมีนายทุนทั้งหมด 3 กลุ่มปล่อยเงินให้กับชาวบ้าน มีพฤติกรรมคือ จะมีคนนำใบปลิวโฆษณาปล่อยเงินกู้ไปแจกตามชุมชน เมื่อมีชาวบ้านสนใจก็จะเก็บข้อมูลบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านไว้และนำเงินกู้ไปให้ทันที หลังจากนั้นก็จะมีคนมาเก็บเงินทุกวัน หากไม่ให้ก็จะข่มขู่และยึดทรัพย์สินไปด้วย สำหรับกลุ่มนายทุนนั้นมีด้วยกัน 4 คน เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อจับกุมทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนายทุนจากอินเดียและปากีสถานร่วมเครือข่ายด้วย
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพจึงถูกตั้งข้อหาร่วมกันกระทำความผิดเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ม.3พร้อมกับยึดของกลางและควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปและจะได้ไล่ล่าตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่และนายทุนทั้งหมดมารับโทษตามกฎหมายโดยเร็ว



