ข่าว

"มาร์ค"เล็งเพิ่มค่าชดเชยเหยื่อน้ำท่วม

"มาร์ค"เล็งเพิ่มค่าชดเชยเหยื่อน้ำท่วม

31 ต.ค. 2553

"อภิสิทธิ์"เล็งเพิ่มค่าชดเชยน้ำท่วมให้ประชาชน ลั่นเตรียมปรับแผนยุทธศาสตร์การระบายข้าวลดผลกระทบไร้ปัญหาข้าวขาดสต๊อก ขณะที่น้ำท่วมเทศบาลเมืองอุทัยธานียังไม่ลด เกรงผลกระทบนักเรียน สั่งเลื่อนเปิดโรงเรียน 4 แห่ง

(31ต.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีวันที่ 2 พ.ย.นี้ มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.) มีมาตรการเพิ่มเติมในการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ว่า พรุ่งนี้ (1พย.) ตนจะดูเรื่องของความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของการเกษตร ขณะนี้คณะทำงานมีแนวทางเพิ่มเติมในการช่วยเหลือมากกว่าเกณฑ์ปกติเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า จากที่มีรายงานเข้ามา อันที่สองในแง่ของความเสียหายกับผู้ประกอบการเพื่อที่จะเป็นการช่วยฟื้นฟูในการค้าขาย และเศรษฐกิจในชุมชนหรือในพื้นทีที่ได้รับผลกระทบมากขึ้นจะเร่งดูในเรื่องกลไกของการที่จะจ่ายเงินออกไปจากมาตรการที่ได้มีการอนุมัติไปแล้วในครม. รวมไปจนถึงการดูมาตรการในการฟื้นฟูอีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้เรื่องถนนหนทาง โรงพยาบาล โรงเรียน ที่จะต้องเข้ามา และจากทั้งหมดนี้จำเป็นที่จะต้องประเมินภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นด้วย

 “ผมพูดในรายการเชื่อมั่นฯ เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่า เงินทุกรายการ จะให้เอามาจากงบกลาง เพราะงบกลางก็มีจำกัด ฉะนั้นต้องมีการดำเนินการในการปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการของหน่วยงานต่างๆ “ นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่า จากเดิมที่จะมีการชดเชยให้ไร่ 600 บาทจะปรับขึ้นเป็น 1,200 บาท ได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประมาณนั้น เดี๋ยวจะดูว่า มากกว่านั้นหรือน้อยกว่านั้น ตัวเลขรายละเอียดเข้าใจว่า จะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับพืชหรือตัวผล

 เมื่อถามว่า การปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการจะนำไปสู่การปรับโครงการไทยเข้มแข็งด้วย หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ตนดูน่าจะต้องไปดูทั้งสองส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ยกตัวอย่างเช่น ถนนหนทางที่จะต้องฟื้นฟู อาจจะต้องเอาตัวนี้เข้ามาแทน โครงการที่คิดว่าจะทำในงบปี 54 กับไทยเข้มแข็ง หากว่าวงเงินเรามีความจำเป็นที่ต้องไปปรับโยก

 เมื่อถามว่า ต้องชะลอโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว เราไม่ได้มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ อะไรที่เป็นตัวหลักอยู่ การลงทุนขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ขณะนี้จะมุ่งไปที่เรื่องของการมีส่วนร่วมของเอกชนมากกว่า

 เมื่อถามว่า ตัวเลขจีดีพีที่อาจจะฉุดตัวลงมาถึงจุดสามเปอร์เซ็นต์ในการฟื้นฟูอาจจะมากกว่าสามหมื่นล้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า   ยอดในการฟื้นฟู วันที่ 1 พ . ย . จะเห็นชัดเจนขึ้น คิดว่า ถ้าเราคิดง่ายๆ เฉพาะที่เราชดเชยห้าพันบาท จำนวนครัวเรือน ก็อาจจะเป็นหลักล้าน พื้นที่การเกษตรถ้าตีคร่าวๆ ไร่ละ สองพัน ขณะนี้ก็จะเป็นหลายล้านไร่ได้ ขณะนี้ที่ประเมินมายังไม่ตรงกันอยู่ระหว่าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ . )กับ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และไม่นับเรื่องของการฟื้นฟูในส่วนของถนนและอะไรต่างๆ อีก ดังนั้นก็จะเป็นหมื่น อย่าลืมว่า ที่เราชดเชยไม่ได้ชดเชยร้อยเปอร์เซ็นต์ของความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมไปถึงพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังนานๆ ซึ่งตรงนี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้าขายก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

 เมื่อถามว่า ปัญหาเงินเฟ้ออาจจะตามมาด้วยหลังจากปัญหาน้ำลดลง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ ขึ้นอยู่กับตัวสินค้า คงจะชัดเจน เช่น ผัก   พืชผลทางการเกษตรราคาก็คงจะสูงขึ้น แต่ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รับนโยบายไปแล้วในการที่จะเร่งดูแล ไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสทำให้ของแพง และบังเอิญว่าก่อนหน้านี้ที่ได้ประกาศนโยบายไปแล้วว่า จะมาดูเรื่องของต้นทุน สินค้าต่างๆ กำลังเดินหน้าอยู่

 เมื่อถามว่า ถึงแม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะขึ้นสูงบ้าง แต่ยังอยู่ ในวิสัยที่รัฐทำได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า   อยู่ได้ครับ อยู่ในวิสัยที่รับมือได้ เมื่อถามต่อว่า ในเรื่องของการพักหนี้และยกเลิกหนี้ จะมีการพิจารณาในครม . เศรษฐกิจด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า   พักหนี้อนุมัติหลักการไปแล้ว คงแต่เพียงเอามาดูรายละเอียดของแต่ละแหล่ง เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส . ) สหกรณ์ และกองทุนหมู่บ้าน

 เมื่อถามว่า การพูดถึงตัวเลขความเสียหายของผลผลิตข้าว อาจจะสูงถึงสามล้านห้าแสนตัน สต๊อกที่มีอยู่รองรับได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า   ในแง่ของการอุปโภค บริโภคภายในประเทศไม่มีปัญหาแน่นอน แต่จะกระทบกับการส่งออกแค่ไหน ก็ต้องดูสต๊อกที่ยังเหลืออยู่ ก็ยังมีอยู่มากพอสมควร เมื่อปรับยุทธศาสตร์ในการระบาย คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

 เมื่อถามว่า ผลผลิตใหม่ ไม่สามารถออกมารองรับได้ทันท่วงที จะแก้ปัญหาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สามารถบริหารจัดการได้ในแง่ของผลผลิตที่ออกมากับสต๊อกที่มีอยู่ เมื่อถามว่า คงไม่อยู่ในภาวะที่ต้องนำข้าวเข้ามา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ครับ

 ด้านนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอุทัยธานี แจ้งว่า ผลกระทบน้ำท่วมอุทัยธานี ยังไม่คลี่คลายเท่าที่ควร หลายชุมชนยังถูกน้ำท่วมขัง เทศบาลเมืองอุทัยธานี จึงสั่งเลื่อนเปิดภาคเรียนของโรงเรียนในเขตเทศบาล 2 แห่ง คือ โรงเรียนเทศบาลวัดหลวงราชาวาส สาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง และโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมโศภิต ซึ่งทั้งสองแห่งพื้นที่โรงเรียน และบ้านของเด็กนักเรียน ยังคงถูกน้ำท่วม

 นอกจากนี้ โรงเรียนเอกชน 2 แห่ง ก็ได้ประเลื่อนการเปิดภาคเรียนไปเป็นวันที่ 8 พฤศจิกายน 2552   เช่นกัน   ได้แก่ โรงเรียนอนุศิษย์วิทยา 1 และโรงเรียนอนุศิษย์วิทยา 2    รวมโรงเรียนในเขตเทศบาลที่เลื่อนเปิดภาคเรียน 4 แห่ง

 สำหรับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี ยังคงมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วมขังอีก 9 ชุมชน คือ   ชุมชนสะพานยาว ชุมชนบ้านเหนือ ชุมชนคลองลึก ชุมชนปากกะบาดสัมพันธ์   ชุมชนอุทับเมืองวิไล ชุมชนชมชนพิชัยสวรรค์   ชุมชนลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง   ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำสะแกรัง   และ ชุมชนอัมฤทธิ์ตวารี   มีราษฎรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ ประมาณ    1,500   ครัว

 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.สุพรรณบุรี แจ้งว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาไหลเข้าเขื่อนกระเสียว ที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เกินความจุของเขื่อน กว่า 100 % ทำให้น้ำล้นสปริงเวย์ ไหลลงคลองระบายน้ำ หลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตรในเขต อ.เดิมบางนางบวช, สามชุก และ อ.หนองหญ้าไซ ตามแนวคลองส่งน้ำชลประทานฝั่งตะวันตก ตลอดแนว สร้างความเสียหายอย่างหนัก จนกระทั่งระดับน้ำลดลง ชาวบ้านเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือน จัดข้าวของเครื่องใช้ที่ขนหนีน้ำให้เข้าที่แต่เกิดน้ำท่วมอีกระยะหนึ่ง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ครั้งนี้ระดับสูงกว่าเดิม ถนนสาย อ.ด่านช้าง เชื่อมต่อ   อ.สามชุก, อ.หนองหญ้าไซ   บริเวณ บ้านโค้งบ่อแร่   ต.บ่อกรุ   อ.เดิมบางนางบวช ถูกกระแสน้ำกัดเซาะขาด ไม่สามารถเดินทางสัญจรได้ ถนนคลองส่งน้ำชลประทานมะขามเฒ่า   ตั้งแต่ อ.เดิมบางนางบวช   ไปจนถึง   อ.สามชุก,   อ.หนองหญ้าไซ   ต้องเสริมกระสอบทรายกั้นน้ำเป็นระยะๆ   แต่ที่บริเวณหน้า   วัดน้ำพุ ต.หัวเขา อ.เดิมบางนางบวช คันคลองส่งน้ำชลประทานพังทลาย 3 ช่วง   เป็นบริเวณกว้างประมาณ 80 เมตร ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมนาข้าว บ้านเรือนประชาชนบริเวณ   บ้านกำมะเชียร นาข้าวหลายพันไร่เสียหาย

 นางทองม้วน อยู่บ้านเลขที่ 114 / 3 หมู่ที่ 3   ต.บ้านสระ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ฝั่งคลองส่งน้ำชลประทานฝั่งตะวันตก น้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง กล่าวว่า ที่บ้านถูกน้ำท่วมสูงมากกว่า 1 เมตร ได้ไปหาซื้อเรือพลาสติกเพื่อเป็นพาหนะเดินทางเข้าบ้าน ปรากฏว่าร้านค้าขายในราคาลำละ 6,000 บาท จึงไปหาซื้อเรือที่จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ปรากฏว่าซื้อไม่ได้ จึงหวนกลับไปซื้อที่ร้านเดิม ปรากฏว่าคราวนี้โกงราคาถึงลำละ 11,000 บาท เมื่อมีความจำเป็นจึงต้องจำใจซื้อในราคาแพงมากกว่าเท่าตัวมาใช้

 ขณะที่ ร.ร.วัดใหม่สระพลอย น้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร นายรุ่ง อู่อรุณ นักการภารโรง เรียนจบแค่ ชั้น ป.4 ผู้เคยคิดประดิษฐ์เครื่องตัดหญ้าโดยไม่ใช้แรงคนมาแล้ว คราวนี้ ที่บ้านตัวเองถูกน้ำท่วมหนัก ไม่มีเรือที่จะใช้สัญจรไป-มาได้ จึงคิดดัดแปลง รถจักรยานยนต์ ของตัวเองที่มีอยู่ด้วยการเพิ่มโซ่ ล้อหลัง ยกสูง จนทำให้วิ่งบนถนนที่น้ำท่วมสูงประมาณ 80 ซม. ได้อย่างสบาย ใช้เวลาดัดแปลงเพียง 4 ชั่วโมง
 ทั้งนี้นายรุ่ง ได้ใช้ รถจยย. คันนี้ รับ-ส่ง ชาวบ้าน ที่ถูกน้ำท่วมบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน บ้านโพธิ์สุวรรณ บ้านหนองทราย ต.บ้านสระ

ส่วน โรงเรียนในเขต อ.เดิมบางนางบวช, อ.สามชุก และ อ.หนองหญ้าไซ ถูกน้ำท่วม 10 แห่ง คือ ร.ร.วัดอู่ตะเภา, ร.ร.บ้านหนองกระทุ่ม, ร.ร.บ้านสระบัวก่ำ, ร.ร.วัดโคกพระ, รร.บ้านหนองสำโรง, รร.บ้านหนองกระดี่, ที่ ร.ร.วัดป่าสะแก น้ำท่วมทางเข้าโรงเรียน ส่วนร.ร.วัดไทร และร.ร.วัดใหม่สระพลอย ถูกน้ำท่วมหนักที่สุดระดับน้ำสูงกว่า 1.50 เมตร

นางมณฑ์ธวัล วุฒิวิชญานันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(ผอ.สพป.) สุพรรณบุรี เขต 3 กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้ มีความเป็นห่วงทุกคน ทั้งชาวบ้าน ครู และเด็กนักเรียน ในส่วนของสพป.ฯ ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมเพื่อช่วยเหลือบ้านครู นักเรียน และ ข้าราชการในสังกัด ขึ้นที่ สพป.สุพรรณบุรีเขต 3 โดยมอบหมายให้รองผอ.สพป.ฯ ที่รับผิดชอบแต่ละอำเภอ ไปช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย และ การเยี่ยวยาเรื่องโรคภัยที่มากับน้ำท่วม ส่วนเรื่องการ เปิด-ปิด ร.ร. นั้น ให้ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้พิจารณาตามสถานการณ์