ข่าว

"อภิรักษ์"คาดน้ำทะลักเข้าอุบลฯ2พ.ย.

"อภิรักษ์"คาดน้ำทะลักเข้าอุบลฯ2พ.ย.

01 พ.ย. 2553

"อภิรักษ์" เผย น้ำก้อนใหญ่ไหลเข้าอุบลฯ2 พ.ย.ขณะที่มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-ยโสธร ถึงคิว 7-8 พ.ย.นี้ สธ.พร้อมส่งยาชุดน้ำท่วมวันนี้ 100,000 ชุดให้ 26 จังหวัด ยอดผู้เจ็บป่วยพุ่งกว่า 2.5 แสนราย สั่งเร่งตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต 101 ราย

(31ต.ค.) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย เปิดเผยในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ว่า พื้นที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดขณะนี้คือจังหวัดในภาคกลางที่มีน้ำท่วมขังแล้วกว่า 2 สัปดาห์ ทั้งพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สระบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาน้ำทะเลหนุนสูงมาก ซึ่งจะต้องเร่งเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทันท่วงที และประชาชนปลอดภัยมากที่สุด ส่วนอีกพื้นที่ที่น่าห่วงคือจังหวัดในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำชี แม่น้ำมูล ที่เริ่มท่วมหนักเนื่องจากมีน้ำไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมาอยู่ในขณะนี้

 นายอภิรักษ์กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีวานนี้(30ต.ค.53) ได้ประเมินสถานการณ์น้ำ พบว่า น้ำก้อนที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์และจะมาถึงจังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ประมาณ 2,800-3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลผ่านจังหวัดอุบลราชธานีสูงขึ้น 60-70 เซนติเมตร ทางจังหวัดและองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นได้เตรียมการตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณใกล้เส้นทางระบายน้ำไปสู่แม่น้ำโขงจำนวน 40 เครื่องไว้พร้อมแล้ว พร้อมจัดตั้งศูนย์อพยพช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่งมีการบริหารจัดการและดูแลประชาชนเป็นอย่างดี และมีการซักซ้อมแผนอพยพและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้ง อปพร.และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด

 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังมีปริมาณน้ำอีกก้อนหนึ่งจากแม่น้ำชีซึ่งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นและจะทยอยไหลมาในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธรประมาณวันที่ 7-8 พฤศจิกายนนี้

 ด้านนายขวัญชัย วงศ์นิติกร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัดส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนเป็นจำนวนมาก กระทรวงมหาดไทย จึงร่วมกับกระทรวงคมนาคม และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมคอนเสิร์ตลูกทุ่งการกุศล“รวมใจพื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม”เพื่อรับบริจาคเงินจากประชาชน องค์กรภาคส่วนราชการ และภาคเอกชน รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำไปช่วยเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบภัยหลังภาวะน้ำท่วม โดยจะมอบเงินบริจาคทั้งหมดให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นำไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คอนเสิร์ตฯจะมีขึ้นวันนี้เวลา 17.00 น.-24.00 น. ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร กรุงเทพ และถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่เวลา 21.00 น. มีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธานการจัดงาน ขณะเดียวกันนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายชวรัตน์ จะร่วมรับมอบเงินบริจาคพร้อมถ่ายรูปกับผู้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้

 นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานอุทกภัยระหว่างวันที่ 10-30 ตุลาคม พื้นที่ประสบภัย38 จัง หวัด 331 อำเภอ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,574,419 ครัวเรือน 5,011,047 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 4,128,373 ไร่ ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร เพชรบูรณ์ ระยอง จันทบุรี ตราด ตาก ชลบุรี ลำพูน เชียงใหม่ สระแก้ว นครนายก กำแพงเพชร พิษณุโลก หนองบัวลำภู ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ และมีสถานการณ์อุทกภัยอีก 22 จังหวัด 222 อำเภอ 1,686 ตำบล 14,297 หมู่บ้าน 1,139,280 ครัวเรือน 3,614,873 คน ได้แก่นครสวรรค์ อุทัยธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และฉะเชิงเทรา ผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

 นายวิบูลย์กล่าวต่อว่า สำหรับในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำมูล เตรียมการป้องกันน้ำท่วมไว้ล่วงหน้า โดยการขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง และยานพาหนะขึ้นสู่ที่สูง เนื่องจากปริมาณน้ำจำนวนมากที่ท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมากำลังไหลลงสู่แม่น้ำมูล ขณะนี้ได้ผ่านจังหวัดสุรินทร์แล้ว คาดว่าปริมาณน้ำนี้จะไหลผ่านจังหวัดศรีสะเกษและร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดต่อไปในอีกประมาณ 4-5 วันข้างหน้านี้

 อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า มอบให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ เขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 12 สงขลา และ เขต 18 ภูเก็ต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จัดเจ้าหน้าที่อยู่เวรเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเพื่อสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

 ทางด้านนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันที่ 1 พ.ย.กระทรวงเกษตรฯเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรปี 2553 เป็นกรณีพิเศษให้สอดคล้องสภาพปัจจุบันและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับเกษตรกรได้อย่างเหมาะสม ซึ่งตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเดิมของกระทรวงการคลังในปี 2552 จะนำเอาเฉพาะค่าปัจจัยการผลิต คือ ค่าพันธุ์และค่าปุ๋ยมาคำนวณและกำหนดหลักเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือนาข้าวอัตรา 606 บาทต่อไร่ พืชไร่ 837 บาทต่อไร่ และพืชสวน 912 บาทต่อไร่

 จากนั้นจะเสนอปรับเปลี่ยนให้นำเอาต้นทุนการผลิตมาคิดเป็นฐานเพื่อให้การชดเชยสูงขึ้นจากเดิมร้อยละ 55 ส่วนเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยที่เป็นหนี้สหกรณ์ ซึ่งจากการสำรวจ พบว่ามีสมาชิกจำนวน 49,300 ราย เงินต้น 3,246 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 3 นั้น จะเสนอให้รัฐบาลยกหนี้ให้สมาชิกที่เสียชีวิต และพักหนี้ให้เกษตรกร 3 ปีกรณีที่เกษตรกรเป็นหนี้ก่อนประสบอุทกภัย รวมทั้งให้รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 ไม่เกิน 3 ปี ในวงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ให้กับสมาชิกสหกรณ์ที่กู้ใหม่ นอกจากนี้ตนเองยังมีแนวคิดที่จะเสนอให้รัฐบาลสำรวจความเสียหายจากข้อมูลทะเบียนเกษตรกร โดยไม่ต้องรอให้น้ำลด เพื่อความรวดเร็วในการจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรด้วย สำหรับความเสียหายจากการคาดการณ์ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมจนถึงปัจจุบัน มีทั้งหมดประมาณ 8.78 ล้านไร่ แยกเป็นข้าว 6.97 ล้านไร่ พืชไร่ 1.6 ล้านไร่ และพืชสวน 1.9 แสนไร่

 นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมถึงหลักการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้กับเกษตกรผู้ประสบอุทกภัย ว่า ในส่วนของนาข้าวจะต้องเสียหายทั้งหมดคือน้ำท่วมเกิน 15 วัน หรือน้ำขุ่นข้าวจะตายในระยะ 7 วัน ผลผลิตไม่สามารถจำหน่ายได้ ส่วนพืชสวนหากเป็นต้นไม้ใหญ่น้ำท่วมไม่ตาย จะอยู่ในเกณฑ์กรณีฟื้นฟู ขณะที่พืชผักขนาดเล็กที่เน่าเสีย รัฐบาลจะจ่ายชดเชยให้หมด ทั้งนี้การสำรวจความเสียหายจะให้เกษตรกรแจ้งคำร้องโดยมีคำรับรองว่าข้อมูลถูกต้องเป็นจริงจากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน หลังจากนั้นจะนำมาเปรียบเทียบกับทะเบียนเกษตรกรว่าข้อมูลตรงกันหรือไม่แล้วจึงสำรวจอีกครั้ง เมื่อแบบสำรวจเสร็จสิ้นจะนำมาติดประกาศไว้ในหมู่บ้านเพื่อประชาคม ซึ่งขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้เริ่มสำรวจในพื้นที่น้ำลดแล้ว โดยให้แต่ละจังหวัดประกาศว่าเกษตรกรต้องแจ้งคำร้องขอเงินชดเชยในวันใดบ้างเพื่อความรวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นอกจากการเยียวยาด้านรายได้ ทรัพย์สิน และสิ่งก่อสร้างแล้ว สิ่งสำคัญที่จะละเลยไม่ได้ ก็คือการเยียวยาจิตใจของผู้สูญเสียด้วย

 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของกระทรวงสาธารณสุข ว่า วันนี้ที่ประชุมวอร์รูมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกระทรวงสาธารณสุขได้มีข้อสั่งการ 3 ประเด็น ประการแรกคือสั่งให้องค์การเภสัชกรรมเร่งกำลังการผลิตยาชุดน้ำท่วมให้มากขึ้น ในวันนี้ได้จัดส่งยาไปให้จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม 26 จังหวัดทั้งภาคกลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียวเหนือรวม 100,000 ชุด ประการที่ 2 ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและวอร์รูมส่วนกลาง เร่งรัดการปฏิบัติการฟื้นฟูให้ตรงกับพื้นที่เป้าหมายหลังน้ำลดใน 24 จังหวัด 1,631 ตำบลให้ครอบคลุม 3 แผนงาน 11 กิจกรรม

 ประกอบด้วย 1.แผนฟื้นฟูสภาพกายและจิตผู้ประสบภัยโดยออกหน่วยเคลื่อนที่ค้นหาในหมูบ้านและให้การรักษาทันที   2. แผนการควบคุมโรคต้องกำจัดพาหะนำโรค กำจัดขยะ สิ่งปฏิกูล 3. แผนงานด้านสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดบ้านเรือน ตลาดสดและแหล่งน้ำสาธารณะ โดยประสานงานองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการฟื้นฟูให้เร็วที่สุดโดยเฉพาะขยะและน้ำเสีย รวมทั้งการป้องกันโรคระบาดต่างๆ  ประการสุดท้ายได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรคร่วมกับกรมสุขภาพจิต ตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนแยกเป็นรายบุคคลอย่างละเอียด เพื่อให้รู้จำนวนการเสียชีวิตจากน้ำท่วมที่แท้จริงและรณรงค์ให้ประชาชนดูแลตนเองเพื่อลดการเจ็บป่วยและเสียชีวิต   ซึ่งจนถึงวันที่   30 ตุลาคม มีทั้งหมด 101 ราย   วันนี้ไม่มีรายงานเสียชีวิตเพิ่ม   

          นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ผลการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลผู้ประสบภัย เฉพาะในวันที่ 30 ตุลาคม 2553 มีผู้เจ็บป่วยมารับบริการ 12,118 ราย ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 20 - 30 ตุลาคม 2553 รวม 11 วัน มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชน 2,645 ครั้ง พบผู้เจ็บป่วย 255,711 ราย โรคที่พบมากอันดับ 1 คือน้ำกัดเท้า ที่เหลือเป็นไข้หวัด ปวดเมื่อยร่างกาย และพบผู้ที่มีอาการเครียดรุนแรง นอนไม่หลับ ใจสั่น วิตกกังวลสะสมทั้งหมด 341 ราย ทีมสุขภาพจิตเคลื่อนที่ได้ให้คำแนะนำและรักษา และให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. ในพื้นที่ติดตามดูแลอาการต่อเนื่อง  

 ส่วนโรคระบาดหลังน้ำท่วมยังไม่พบการระบาดในพื้นที่ใด ได้ให้กรมควบคุมโรคจัดเตรียมทีมควบคุมป้องกันโรคจากทั่วประเทศทั้งหมดประมาณ 450 คน ลงพื้นที่หลังน้ำลดในวันพรุ่งนี้ (1 พฤศจิกายน 2553) จะเริ่มควบคุมแมลงพาหะนำโรคทั้งแมลงวัน ยุง หนู ที่ 16 อำเภอ   4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ และเตรียมสำรวจปัญหาหลังน้ำลดในพื้นที่ลพบุรี อยุธยา สระบุรี ด้วย   โดยในวันพรุ่งนี้จะนำทีมหน่วยแพทย์และเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคลงไปฟื้นฟูพื้นที่น้ำลดที่จังหวัดลพบุรี นายจุรินทร์กล่าว