ข่าว

'มาร์ค'ชมเอกชน-สื่อช่วยเหยื่อน้ำท่วม

'มาร์ค'ชมเอกชน-สื่อช่วยเหยื่อน้ำท่วม

31 ต.ค. 2553

"อภิสิทธิ์"เปิดปากชื่มเชยภาคเอกชน-สื่อ-องค์กรปชช. ช่วงดูแลปชช.ที่โดนน้ำท่วม ยันรบ.พร้อมดูแลปชช.ที่โดนน้ำท่วมอย่างเต็มที่ ลั่นเงินช่วยเหลือจะต้องถึงมือผู้ประสบภัยแน่ ขณะที่จ.สุพรรณบุรี ผู้ว่าฯเร่งจัดงบประมาณฟื้นฟูหลังน้ำลด

(31ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ " เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ " ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ว่า ในขณะนี้หลายพื้นที่ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังก็ยังหลายพื้นที่ที่ยังประสบการน้ำท่วมขังอยู่เป็นเวลานาน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง เช่น ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง  ลพบุรี  อยุธยา นนท์บุรี ปทุมธานี และพื้นที่กทม.บางส่วน อย่างไรก็ตามคาดว่าในสัปดาห์หน้าเราจะเห็นแผนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบน้ำท่วมที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นและในวันพรุ่งนี้(1 พ.ย.)นี้

 เมื่อถามว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่าลงไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ล่าช้ามาก นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ทถกฝ่ายจะต้องช่วยกันทำงานและที่สำคัญตนขอชื่นชมภาคเอกชน สื่อมวลชนและองค์กรประชาชน ที่มีความตืนตัวกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มาก ในส่วนการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐการให้ความช่วยเหลือไม่ได้เริ่มต้นเมื่อมีการตั้งศูนย์คชอ. แต่ความจริงการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐตั้งได้ลงตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะงบประมาณการให้ความช่วยเหลือต่างๆ ครม.ได้มีการอนุมัติยกเว้นข้อปฎิบัติที่เป็นอุปสรรคในการให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

 ส่วนพื้นที่ที่การให้ความช่วยเหลือที่ไม่ทั่วถึงนั้น  ตนได้พูดอย่างยอมรับความจริงว่าในบางพื้นที่หน่วยงานรัฐเข้าให้ความช่วยเหลือที่ไม่ทั่วถึง เช่น พื้นที่อำเภอปักธงชัย ลพบุรี อยุธยา ในบางจุด เพราะในพื้นที่ต่างๆ มีความกว้างมาก ส่วนการมาตั้งศูนย์คชอ.ขึ้นมาในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เนื่องจากการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นได้อยู่ตัวในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นการให้ความช่วยเหลือและความต้องการจะมีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งงบประมาณในการให้ความช่วยเหลือของครม.ก็ได้อนุมัติหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุที่มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะทรัพย์สินที่เสีย และความเสียหายที่ผลิตผลทางการเกษตร ดังนั้นรูปแบบการให้ความช่วยเหลือจะมีความแตกต่าง และมีความหลากหลายมากขึ้น

 "ผมขอยืนยันว่าการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ภาครัฐได้มีการระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือและดูแลอย่างเต็มที่ เพราะหากไม่มีการดำเนินการช่วยเหลือตั้งแต่ต้น ผมเชื่อว่าคงจะมีความวุ่นวายมากกว่าที่เป็นอยู่นี้อย่างแน่นอน สำหรับเงินให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยนั้น ผมขอยืนยันว่าเงินจะได้ถึงมือประชาชนที่เดือดร้อนเร็วที่สุด นับตั้งแต่ผมทำงานการเมืองมา การตจ่าสยเงินในครั้งนี้ถือว่าเร็วที่สุด เพราะในอดีตที่ผ่านมาการชดเชยจะต้องมีการออกสำรวจก่อนจึงจะจ่ายเงินได้ และในวันจันทร์นี้ (1 พ.ย.) จะนำกลไกการจ่ายขึ้นให้ครม.เศรษฐกิจให้การรับรอง " นายกฯ กล่าว

 ด้านนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผวจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า หลังจากน้ำลด รัฐบาลต้องเร่งจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการฟื้นฟูในเรื่องต่างๆ แต่ปัญหาที่เกิดอยู่ในขณะนี้ก็คือประชาชนในพื้นที่ช่วยตัวเอง เพราะ อบต. เทศบาล นั้นรัฐบาลยังไม่ส่งเงินมาให้ จึงต้องใช้เงินสะสมของตัวเอง แทนที่จะช่วยประชาชนได้อย่างเต็มที่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะเป็นต้นปีงบประมาณ วิธีการแก้ไขปัญหาก็คือ ที่ระเบียบบอกว่าต้องให้ อบต.ดำเนินการก่อน ถ้าไม่มีงบประมาณให้มาเอาที่จังหวัด รัฐบาลมีการประแก้ไขหลักเกณฑ์ ว่าจะช่วยอะไรได้บ้างโดยไม่ติดระเบียบ ก็แสดงว่ารัฐบาลก็รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ระเบียบ ฉะนั้นรัฐบาลก็ต้องแก้แบบไหนว่ากันมา นี้คือปัญหาทั้งนั้น สิ่งที่ อบต.เทศบาลทำได้ก็คือถ้าไม่มีงบประมาณต้องมาร้องขอจังหวัด โดยใช้เงินในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด 50 ล้านบาท ซึ่งไม่พอแน่นอน
        
 นายสมศักย์ กล่าวอีกว่า ราษฎรต้องการสิ่งแรกคือ คันดิน แต่ระเบียบบอกว่าต้องจ้างแบ๊กโฮดำเนินการจ้วงดิน แล้วจะจ้วงดินได้อย่างไร เมื่อน้ำมาเต็มพื้นที่หมดแล้ว ต้องหาดินข้างนอก เมื่อหาดินข้างนอกไม่ได้ต้องเป็นกระสอบทรายเท่านั้น แล้วชาวบ้านจะเอาแรงคนที่ไหนมาเรียงกระสอบทราย แต่ถ้าเอาดินมาถึงใช้แบ๊กโฮตักวางแนวคันกั้นน้ำได้เลยยังเร็วกว่า นี้คือระเบียบที่ควรจะแก้จากรัฐบาล ตัวอย่างง่ายๆจ้างแบ๊กโฮได้ ต้องตักดินในคลองมาทำเป็นคันดินแต่มันทำไม่ได้เพราะน้ำสูง ระเบียบอันต่อมาถ้าทำไม่ได้ก็ต้องเอากระสอบทรายวาง แล้วพื้นที่การเกษตรกรจะเอากระสอบไปวางได้อย่างไร ต้องคำนึงถึงขอเท็จจริงว่ากระสอบนั้นมีไว้สำหรับชุมชนเมืองตามซอกเล็กซอก น้อย หรือตามพื้นที่เป็นคอนกรีตแล้วน้ำสูงเท่านั้น ควรจะแก้ไขระเบียบเพื่อให้เป็นประโยชน์แก้ประชาชนมากที่สุด
         
 นายสมศักย์ กล่าวเพิ่มเติมว่ารัฐบาลต้องเร่งฟื้นฟูให้เร็วที่สุด เงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท จากรัฐบาลนั้นถือว่าช่วยเยียวยาชาวบ้านได้เป็นอย่างดี แต่ถามว่าจะออกมาให้ประชาชนได้เมื่อไหร่ มีหลายครอบครัวที่บ้านเรือนเสียหายทั้งหมดไม่มีเงินติดบ้านแม้แต่บาทเดียว แล้วจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทนี้ควรจะมาให้เร็ว เพราะนอกจากข้าวแล้วชาวบ้านยังต้องการเงิน