ข่าว

'มาร์ค'ลุยตรวจน้ำท่วมอ่างทอง31ต.ค.

'มาร์ค'ลุยตรวจน้ำท่วมอ่างทอง31ต.ค.

30 ต.ค. 2553

นายกฯตรวจน้ำท่วมสิงห์บุรี-อ่างทอง 31 ต.ค.นี้ ด้าน“องอาจ”มอบยาแก้น้ำกัดเท้าให้ชาวบ้านบางกอกน้อย เตรียมประสานกทม. รับมือน้ำหนุนสูง 7-8 พ.ย. เผย ภาคตอ.ของกทม.ยังน่าห่วง แนะสร้างอุโมงค์ช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเล ขณะที่ระดับน้ำชียังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

(30ต.ค.) ที่ศูนย์ประสานการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งตั้งอยู่ที่ตึกสันติไมตรีหลังใน ทำเนียบรัฐบาล นายวิทเยนทร์ มุตตามระ รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ เป็นประธานประชุมร่วมกับหน่วยราชการเพื่อรับฟังสถานการณ์เพื่อเร่งเตือนภัยประชาชน แทนนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.ศูนย์ประสานการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ที่ติดภารกิจเดินทางไป จ. อุบลราชธานี เพื่อประชุมร่วมกับ ยนายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯเพื่อวางแผนรับมือน้ำลูกใหญจากแม่น้ำมูลเข้า อ.เมืองและวารินชำราบในวันที่ 2 พ.ย.นี้

 จากนั้นเวลา 14.00 น. นายวิทเยนทร์ กล่าวถึงการคาดการณ์และการเตือนภัยว่า ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ.สตึก บุรีรัมย์ อ.ราษีไศล ศรีสะเกษ และ จ.มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด และขอนแก่นมีแนวโน้มน้ำท่วมสูงขึ้น และในวันที่ 2 พ.ย. น้ำจากแม่น้ำมูลจะถึงอ เมือง จ. อุบลราชธานี ทำให้น้ำล้นตลิ่งประมาณ 60-70 ซม.และจะทรงตัวประมาณ 1 สัปดาห์และค่อย ๆ ลดลง แต่เชื่อว่าปีนี้จะรับสถานการณ์น้ำท่วมที่อุบลฯได้ดีกว่าปีก่อน ๆ ส่วนในภาคกลางจังหวัดที่ยังน่าห่วงคือสิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา นนทบุรีและปทุมธานี เพราะน้ำที่สิงห์บุรีเกือบจะขึ้นถึงจุดสูงสุด คาดว่าน้ำจะอยู่ในระดับนี้ 2 สัปดาห์หรืออย่างน้อยถึงประมาณช่วงกลางเดือน พ.ย. ซึ่งในส่วนนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็เป็นห่วงสถานการณ์น้ำใน 5 จังหวัด

 สำหรับสถานการณ์น้ำฝนที่เป็นห่วงคือที่ภาคใต้คาดว่าจะมีฝนตกหนักในคืนวันพรุ่งนี้สำหรับกรุงเทพฯน้ำท่วมแล้ว 13 เขต 27 ชุมชน 1,200 กว่าหลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้คาดว่ากทม.น้ำจะขึ้นสูงสุดอีกครั้งในวันที่ 7-9 พ.ย. ประมาณ 2.30 เมตร แต่เชื่อว่ายังสามารถรับมือได้หากไม่มีฝนตกหนักอีก

 นายวิทเยนทร์ กล่าวอีกว่า ในวันนี้ศูนย์ฯได้ขอความร่วมมือทุกหน่วยราชการให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่จังหวัดอุบลฯ โดยในส่วนของสาธารณสุขก็เตรียมความพร้อมรับมือในเรื่องของโรคระบาด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็โยกเครื่องมือและอุปกรณ์ จากจังหวัดที่น้ำลดไปเตรียมการรับมือแล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนของสุขภาพจิตพบว่ามีประชาชนมีความเครียดประมาณ 2,759 ราย อยู่ระหว่างการรักษาและติดตาม 294 ราย ซึ่งต้องเตรียมพร้อมกับเรื่องนี้ที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต

 นอกจากนี้นายวิทเยนทร์ ยังเปิดเผยด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ภายหลังจัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์ที่ช่อง 11 เสร็จสิ้นแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสิงห์บุรีและอ่างทอง

 เมื่อเวลา 10.30 น.วันเดียวกัน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมมอบยารักษาและป้องกันน้ำกัดเท้า ย่านเขตบางกอกน้อย บริเวณชุมชนอันซอริซซูนนะห์ ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่หลังเขตแนวคันกั้นน้ำ แต่มีปัญหาน้ำรั่วซึม และได้รับความเดือดร้อน 68 ครัวเรือนและชุมชนสันติชนสงเคราะห์ ซึ่งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 280 ครัวเรือน

 รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า บริเวณที่ตนมาดูเป็นจุดที่มีปัญหาน้ำรั่วไหล ใต้แนวคันกั้นน้ำ ทำให้น้ำท่วมขังบ้านเรือน ซึ่งมีมัสยิดของชาวมุสลิมอยู่ด้วย จึงได้ประสานงานกับกทม.ให้เร่งแก้ไข โดยนำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกไปแล้ว ทำให้คลี่คลายปัญหาได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้โดยภาพรวมของพื้นที่ กทม. เท่าที่ตนได้ไปตรวจนั้น พบว่าทางกทม.ได้เตรียมการป้องกันได้ดี นับจากนี้ไปโอกาสที่น้ำจะท่วมกทม.ยังไม่น่าจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามจากการประเมินของกรมชลประทาน และหน่ว่ยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าปริมาณน้ำจะสูงมากอีกครั้งในช่วงวันที่ 7-8 พ.ย. ซึ่งช่วงนั้นเราต้องมาดูกันอีกทีว่าปริมาณน้ำที่มาจากทางเหนือ กับน้ำทะเลที่หนุนขึ้นมา จะทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้นหรือไม่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกทม.ยังมีจุดไหนที่น่าเป็นห่วงและการช่วยเหลือยังไม่ไปถึงหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ที่น่าวิตก คือ ทางภาคตะวันออกของกทม. ซึ่งยังมีพื้นที่เกษตร และช่วงหลังมีสิ่งก่อสร้างมากขึ้น ดังนั้นโอกาสที่สิ่งก่อสร้างจะไปกีดขวางทางน้ำก็จะมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นกทม.คงต้องทำงานหนัก ในการที่จะทำให้น้ำในคลอง หรือในส่วนต่าง ๆ สามารถระบายลงสู่แม่น้ำ และออกทะเลไปให้ได้เร็วมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่กทม.ทำแล้วได้ผลมากขณะนี้ คือ การมีอุโมงค์สูบน้ำซึ่งจะช่วยทำให้น้ำเคลื่อนตัวจากคลองต่าง ๆ ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเร็วขึ้น และออกสู่ทะเลไป อย่างไรก็ตามการสร้างอุโมงค์แต่ละจุดต้องใช้เวลานาน 3-4 ปี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่บ้านโนนแดง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ นายธนาวุฒิ  ทองทวี นายอำเภอฆ้องชัย พร้อมด้วยอส. เจ้าหน้าที่อปพร. ชาวบ้านกว่า 200 คน ช่วยลำเลียงกระสอบทราย เพื่อซ่อมแซมพนังและสร้างแนวกั้นน้ำเนื่องจากกระแสน้ำหนุนทำให้พนังลำชีเกิดการเคลื่อนตัวในหลายจุด โดยขณะนี้ตามแนวพนังกั้นลำน้ำชี รวม  5 แห่ง กระแสน้ำที่ไหลเชียวกัดเซาะเจาะพนังเข้ามาเป็นแนวยาว เพื่อป้องกันน้ำท่วมโดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวที่กำลังออกรวง ในพื้นที่ยังระดมตรวจสอบติดตามจนกว่าระดับน้ำจะเป็นปกติ
         
 ด้านนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ กล่าวว่า อิทธิพลของลำน้ำชีทำให้เกิดน้ำท่วมนาข้าวในพื้นที่ อำเภอกมลาไสย แล้วกว่า 3 หมื่นไร่ ซึ่งสั่งการให้ พาณิชย์จังหวัดและการค้าภายใน ขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าข้าว รวมถึงสินค้าต่างๆ ในการจำหน่ายที่เป็นธรรม เนื่องจากพบว่า ราคาสินค้าโดยเฉพาะพืชผักสวนครัว มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น และหากพบว่าเป็นการเอาเปรียบก็จะทำให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที

 นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ ผวจ.หนองคาย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากทั่วทุกภาคของประเทศไทยส่งผลให้ประชาชนได้รับความดือดร้อนและขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัยจำนวนมาก จ.หนองคาย จึงจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพร้อมทั้งเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนชาว จ.หนองคายร่วมบริจาคตั้งแต่วันที่ 26-29 ต.ค. 53 ซึ่งมีผู้ร่วมบริจาคเพื่อสงเคราะห์และบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยดังกล่าวทั้งข้าวสาร น้ำดื่ม น้ำปลา แป้งฝุ่น บะหมี่สมเร็จรูป ปลากระป๋อง โลชั่นกันยุง ผ้าอนามัย ไม้ขีดไฟ เทียนไข ฯ รวมมูลค่า 147,240 บาท โดยวันนี้จะนำไปช่วยเหลือรวม 2 จังหวัด คือ จ.ชัยภูมิ และ นครราชสีมา

 นอกจากนี้ยังได้รับบริจาคเป็นเงินสด 556,212 บาท โดยจะมอบให้กับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผ่านรายการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์(ช่อง 11) ในวันอาทิตย์ที่ 31 ต.ค. นี้ และหากผู้มีจิตศรัทธาประสงค์จะร่วมบริจาคเพิ่มเติมสามารถร่วมบริจาคได้ที่สำนักงานจังหวัดหนองคาย ศาลากลางจังหวัดหนองคาย หรือจะบริจาคเป็นเงินสดโดยนำฝากเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาศูนย์ราชการ จ.หนองคาย ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดหนองคาย เลขที่บัญชี 980-3-01410-2 ได้ทุกวัน.

 ที่ห้องประชุมศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ที่ทำการศาลาลางชั่วคราว) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือและเยี่ยวยาผู้ประสบอุทกภัย ได้เดินทางมาตรวจสถานการณ์น้ำท่วมและการเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์น้ำท่วม จ.อุบลราชธานี ซึ่งน้ำจากลุ่มน้ำมูลจะไหลมาถึงจ.อุบลราชธานีในวันที่ 2 พ.ย.นี้ และลำน้ำชีจะไหลมาถึงจ.อุบลราชธานี ในวันที่ 5 พ.ย. โดยมีนายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ให้ทราบ

  โดยขณะนี้จ.อุบลราชธานีได้มีการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ไว้ในทุกๆ ด้าน  เตรียมความพร้อมที่จะอพยบประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไว้แล้ว 15 ชุมชน เตรียมจัดชุดเผชิญเหตุจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรเอกชนและมูลนิธิเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ภายในช่วงบ่ายวันนี้(30 ต.ค.) จะมีการซ้อมแผนอพยพประชาชนที่ประสบอุทกภัย

 นอกจากนี้กรมชลประทานส่งเครื่องสูบน้ำมาช่วยในการผันน้ำที่บริเวณแก่งตะนะ สมทบกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีอีกจำนวน 40 เครื่อง ในวันพรุ่งนี้ (31 ต.ค.) เพื่อเร่งผันน้ำออกจากแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งจะช่วยพร่องน้ำมูลเพื่อรองรับน้ำจากลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชีไหลมาถึงจ.อุบลราชธานี

 นอกจากนี้กรมชลประทานได้มีแผนกักเก็บน้ำจากลำน้ำชีให้ไหลลงมาที่ จ.อุบลราชธานีช้าลง จะส่งผลให้ระดับน้ำที่ จ.อุบลราชธานี เพิ่มขึ้นในช่วงของวันที่ 2 พ.ย. คาดการณ์น้ำจะขึ้นอีกประมาณ 50-60 ซม. จากระดับน้ำในวันนี้อยู่ที่ 6 เมตร 92 ซม. ลดลงจากเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 10 เซนติเมตร ระดับน้ำที่จะล้นตลิ่งอยู่ที่ 8 เมตร 50 เซนติเมตร

 ส่วนความเสียหายจากอุทกภัยในครั้งนี้ทางเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ได้รายงานว่าพื้นที่นาถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิงจำนวน 9 หมื่นไร่ เนื่องจากน้ำท่วมในช่วงที่ข้าวกำลังออกรวง

 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือและเยี่ยวยาผู้ประสบอุทกภัย เดินทางไปเยี่ยมชาวบ้านที่บริเวณข้างสำนักงานที่ดินอำเภอวารินชำราบ และมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุกภัยน้ำและสอบถามความเป็นอยู่พร้อมกับแจ้งผู้ประสบภัยว่าทางรัฐบาลได้เตรียมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกราย การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อรับทราบปัญหาของชาวบ้าน เพื่อนำไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีฯได้ทราบและหาทางช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป

 นายอภิรักษ์ กล่าวว่า จากการเดินทางมาตรวจสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ทางจ.อุบลราชธานีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความในการช่วยเหลือไว้พร้อมแล้ว ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชีในขณะนี้ยังมาไม่ถึงจ.อุบลราชธานี ทางจังหวัดมีการผันน้ำออกจากน้ำมูลเพื่อพร่องน้ำรอรับน้ำที่จะไหลมาในวันที่ 2 พ.ย. ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นในช่วงนั้นประมาณ 50-60 เซนติเมตร ส่วนลำนำชีทางกรมชลประทานได้มีแผนในการชะลอให้ไหลมาถึงจังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 5 พ.ย. ทำให้ 2 ลุ่มน้ำไหลมาไม่พร้อมกันจะลดปริมาณน้ำที่จะท่วมเพิ่มขึ้นได้

 ส่วนความเสียหายจากอุทกภัยจะช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท ด้านที่อยู่อาศัยและการเกษตรจะนำปัญหานี้เข้าครม.เศรษฐกิจในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ จะทำให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ส่วนการฟื้นฟูจะมีการบริหารจัดการให้เป็นระบบ โดยให้เครือข่ายภาคประชาชน ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน เข้ามาฟื้นฟูพื้นที่ชุมชนของตนเอง.