
กทม.สั่งจับตา8พ.ย.น้ำหนุนสูงอีกครั้ง
ผู้บริหารฯกทม.ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม ระบุสถานการณ์กทม.คลี่คลายแล้ว จับตาอีกครั้ง 8 พ.ย.น้ำหนุนสูง เร่งสร้างคันกั้นน้ำ เตรียมเช็คสภาพเขื่อนกั้นน้ำหลังนำลด หวั่นกระแสน้ำเชี่ยวทำเขื่อนพัง
(30ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บริหารกทม.นำโดยพญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม.นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกทม.นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ลงพื้นที่ชุมชนวัดสร้อยทองเพื่อมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดย พญ.มาลินี ให้สัมภาษณ์ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กทม. ถือว่าคลี่คลายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังในวันที่ 8 พ.ย.ที่น้ำทะเลจะหนุนสูงอีกครั้ง ส่วนโรคภัยไข้เจ็บในภาวะน้ำท่วมนี้ ตนได้สั่งให้ทีมสำนักอนามัยและสำนักการแพทย์ออกตรวจประชาชนแล้ว เบื้องต้นยังไม่พบโรคระบาดร้ายแรง แต่มีโรคที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ตาแดง,น้ำกัดเท้า,อุจจาระร่วง เป็นต้น สำหรับช่วงนี้ที่พบว่ามีอากาศเย็นลงในหลายพื้นที่ รวมถึงกทม.นั้น อาจจะพบโรคหวัดตามมาด้วย และที่สำคัญตอนนี้พบว่ามีไวรัสตัวใหม่กำลังเริ่มเข้ามาแล้ว ซึ่งไวรัสดังกล่าวถือว่าเป็นเชื้อที่เพิ่มความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ และเป็นภัยมืดที่ประชาชนต้องระวัง
ด้านนายสัญญา ให้สัมภาษณ์ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงสุดในเวลา 13.30 น. คาดว่าน้ำจะหนุนสูง 1.98 เมตร ซึ่งถือว่าไม่น่าวิตกกังวล อย่างไรก็ตามต้องเฝ้าดูสถานการณ์ช่วงวันที่ 8 พ.ย.นี้อีกครั้ง และหลังจากที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. มีนโยบายให้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและเร่งสร้างคันกั้นน้ำเจ้าพระยาในช่วงที่ขาดหาย ล่าสุดได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจแล้ว และเตรียมของบประมาณเพื่อสร้างคันกั้นน้ำที่ชุมชนสันติชนสงเคราะห์เขตบางกอกน้อยที่มีปัญหา นอกจากนั้นแล้วหลังภาวะน้ำกลับเข้าสู่ปกติ ตนเตรียมสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นกันคันกั้นน้ำ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ากระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาแรงมาก ซึ่งอาจทำให้ดินบริเวณหน้าเขื่อนถูกเซาะ และอนาคตเขื่อนกั้นน้ำอาจพังได้
นายสัญญา กล่าวอีกว่าขณะนี้ได้เตรียมออกสำรวจระบบระบายน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมาพบว่าแม้พื้นที่จะมีเขื่อนกั้นน้ำแต่ก็ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น บริเวณวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ ที่อยู่ในแนวเขื่อน แต่มีน้ำท่วม ทั้งนี้เป็นเพราะท่อระบายน้ำของวัดอยู่ต่ำกว่าเขื่อน น้ำในเจ้าพระยาจึงดันน้ำเข้ามา เพื่อเสนอให้ผู้บริหารได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไข
ต่อมาคณะผู้บริหารกทม. ได้ลงพื้นที่ที่เทศบาลปทุมธานี เพื่อมอบสิ่งของยังชีพให้กับเหล่ากาชาดปทุมธานี เป็นถุงยังชีพ 2,000 ชุด เครื่องใช้จำเป็น เช่น ผ้าอนามัย เป็นต้น จากนั้นได้ลงไปเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของสำนักพัฒนาสังคม กทม. ที่ได้ตั้งศูนย์โรงเลี้ยงกทม. ที่วัดบางเตยกลาง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อทำอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัยน้ำท่วม จากนั้นได้ลงเรือเพื่อดูสภาพปัญหาพื้นที่ชุมชนวัดบางเตยนอกและแจกยารักษาโรคด้วย



