
จีบีซีไทย-เขมรฉลุยปรับกำลังบนวิหาร
ประวิตร-เตีย บันห์ ร่วมแถลงผลถกจีบีซี ฉลุยลงนาม 15 ประเด็น เตรียมปรับกำลังไทย-กัมพูชาบนเขาพระวิหาร หวังลดเผชิญหน้า
(30ต.ค.) ที่โรงแรมดุสิตธานี พัทยา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐ มนตรี และรมว.กลาโหมกัมพูชา เป็นประธานร่วมในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชาครั้งที่ 7(จีบีซี) ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบร่วมกันในการดำรงความร่วมมือระหว่างกันด้านความมั่นคง การรักษาความสงบเรียบร้อยใมนพื้นที่ชายแดน และความร่วมมือด้านต่างๆรวม 15 ประเด็น คือจุดผ่านแดนและการสัญจรข้ามแดน ความร่วมมือด้านแรงงาน การป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติด การป้องกันและปราบปรามการก่ออาชญากรรมพื้นที่ชายแดน การต่อต้านการก่อการร้าย การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การส่งเสริมความปลอด ภัยทางทะเล รวมทั้งความร่วมมือระหว่างหน่วยงานความมั่นคงของไทยกับหน่วยทหารและตำรวจของกัมพูชาในพื้นที่ชายแดน ด้านการค้าชายแดน ความร่วมมือด้านการเกษตร ด้านสาธารณสุข การท่องเที่ยว การรักษาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และความร่วมมือด้านการบรรเทาภัยพิบัติ
จากนั้นพล.อ.ประวิตร แถลงผลการประชุมว่า บรรยากาศของการประชุมเป็นไปด้วยมิตรไมตรี แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อบ้านที่มีความใกล้ชิดทั้งสองประเทศ ที่ประชุมแสดงความชื่นชมความก้าวหน้าในความร่วมมือภายใต้กรอบของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพา และเห็นชอบที่จะให้ความสำคัญกับารกส่งเสริม สนับสนุนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายในด้านต่างๆ คือ 1 .การเฝ้าตรวจการสัญจรเพื่อติดตามการสัญจรข้ามแดน โดยจะมุ่งให้ความรู้กับประชาชนบริเวณชายแดนเกี่ยวกับระเบียบกฎเกณฑ์และข้อบังคับในการข้ามแดนเพื่อลดปัญหาการข้ามแดนที่ผิดกฎหมาย 2 .การดำเนินมาตรการในการแก้ไขแรงงานต่างๆ ให้เป็นไปตามข้อตกลงในบันทึกข้อตกลงการจ้างแรงงาน โดยเฉพาะการพิสูจน์สัญชาติและออกเอกสารรับรอง ซึ่งจะทำให้การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า 3 .ให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ติดตาม ตรวจตรา และประสานการปฏิบัติในการลาดตระเวนพื้นที่ชายแดนของแต่ละฝ่ายเพื่อป้องกัน ปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน 4 .การหารือเกี่ยวกับการกวาดล้างทุ่นระเบิดร่วมกัน 5. การเสริมสร้างมาตรการในการรักษาความปลอดภัยต่อเรือประมงของแต่ละประเทศ และความปลอดภัยทางทะเล รวมถึงการเปิดช่องทาง การติดต่อสื่อสาร และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การปฏิบัติให้เป็นไปตามพันธะกรณีที่มีต่อกัน 6 .จัดให้มีการพัฒนาสัมพันธ์ ระหว่างหน่วยทหารในพื้นทีชายแดนทุกระดับ ให้มีความใกล้ชิดและต่อเนื่อง ผ่านทางกิจกรรมต่าๆ เพื่อประสานความร่วมมือที่ดีต่อกัน นำมาซึ่งความมั่นคง ปลอดภัย การกินดี อยู่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการนำมาซึ่งการปัญหาด้วยสันติวิธี ไม่มีการเผชิญหน้ากันด้วยกำลัง 7 .การกระชับความร่วมมือด้านต่างๆบริเวณชายแดน ได้แก่ ด้านการค้า การเกษตร สาธารณสุข การท่องเที่ยว การรักษาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการบรรเทาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับประชาชนทั้งสองประเทศ ทั้งนี้การประชุมจีบีซีครั้งที่ 8 ทางกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม และจะแจ้งให้ฝ่ายไทยได้ทราบถึงวันประชุมผ่านทางการทูตต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยถึงการปรับกำลังบริเวณพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะไม่มีการเผชิญหน้าต่อกัน เพราะเราได้ดำเนินการมาตลอดตั้งแต่มีกาประสานงานกันมา ซึ่งต่อไปอาจมีปรับกำลังเพื่อให้เกิดความเหมาะสมของสองประเทศ โดยจะมีการคุยกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะไม่มีลดกำลัง แต่จะมีการปรับกำลังเพื่อให้เกิดความเหมาะสม ไม่มีการลดกำลัง หรือถอนกำลัง ซึ่งขึ้นอยู่กับหน่วยทหารทั้งสองประเทศจะคุยกัน ทั้งนี้ไม่มีกำหนดเวลาว่า จะปรับเมื่อไร แต่จะมีการปรับไปเรื่อยๆเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ



