
จนท.อนามัย..ช่างภาพจำเป็น
หลังจากพื้นที่ ต.ลำมูล อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา กลายเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม 100 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่คืนวันที่ 16 ตุลาคม ทำให้ศาลาการเปรียญวัดบ้านโตนด แปรสภาพเป็นศูนย์อพยพและรับบริจาคข้าวของเครื่องใช้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมกว่า 350 คน
ชายวัยกลางคนบนรถมอเตอร์ไซค์วิบาก ดูท่าทางเร่งรีบและร้อนรน บิดคันเร่งส่งเสียงดังกระหึ่มกังวาน วิ่งเข้าออกภายในศูนย์อพยพชั่วคราวแห่งนี้ตลอดทั้งวัน นั่นคือ “เพทาย สุภัทโรบล” หัวหน้าสถานีอนามัยนาราดพัฒนา ต.ลำมูล อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา หัวเรี่ยวหัวแรงในการช่วยเหลือชาวบ้านกว่า 870 หลังคาเรือนกว่า 3,000 คนในยามที่เกิดภัยพิบัติครั้งนี้
“เพทาย” ชายวัยกลางคน รูปร่างเล็กผิวคล้ำ ใส่แว่นท่าทางคงแก่เรียน เร่งรวมรวมข้อมูลจากสถานีอนามัยของตนเองและสถานีอนามัยใกล้เคียง เพื่อตรวจสอบว่า มีชาวบ้านที่มีโรคประจำตัวและต้องการยารักษาโรคหรือไม่ ก่อนประสานกลับเพื่อนที่กรมชลประทานขอติดเรือท้องแบนเข้าไปในท้องที่ ฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวกรากและลึกกว่า 2 เมตร เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยในยามวิกฤติ
“พีระพัทธ์ ดำสันเที๊ยะ” เด็กชายวัย 2 ขวบเศษ เป็นหนึ่งในผู้ป่วยที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีจาก “เพทาย” หมอภูธรรายนี้มาก เนื่องจากเขาทราบว่าเด็กชายคนดังกล่าวนั้นได้เวลาที่จะต้องมาพบแพทย์ตามกำหนดอีก ทั้งยาแก้หืดหอบนั้นก็น่าจะใกล้หมดจึงได้ตัดสินใจลุยน้ำเข้าไปโดยที่ไม่กลัวอันตรายใดๆ
“โชคดีมากที่ตัดสินใจลุยน้ำเข้าไปหาเขาในวันนั้น อาการของเด็กนั้นทรุดมาก เนื่องจากมีอาการเครียด เพราะต้องเผชิญกับสภาพฝนที่ตกหนักและน้ำท่วมสูง ตอนที่เจอหนูน้อยกำลังช็อก จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล อย่างทุลักทุเล เนื่องจากเรือเล็กบรรจุคนได้น้อย หนูน้อยร้องให้นำยายของเขาออกมาด้วย เมื่อนำยายออกมาก็ต้องพาหลานเล็กๆ อีก 2 คนมาด้วย เพราะไม่มีใครดูแล จึงต้องเอาข้าวของที่บรรทุกมาแจกจ่ายให้หมด เพื่อนำเด็กออกมาและวางแผนว่าหากเรือล่มใครจะต้องช่วยเหลือเด็กๆ อย่างไร” เพทาย เล่าความภูมิใจที่ได้ช่วยชีวิตเด็ก 2 ขวบ
นอกจากนี้ “เพทาย” ยังอาสาเป็นผู้นำยาไปส่งให้ชาวบ้านที่ไม่สามารถออกมาได้ แถมยังคิดวิธีคลายเครียดให้แก่กลุ่มชาวบ้านที่ลี้ภัยชั่วคราวมาที่ศาลาการเปรียญแห่งนี้ ด้วยการ "กดจุด" คลายเครียดแทนการใช้ยากล่อมประสาทด้วย ซึ่งวันหนึ่งๆ เจ้าหน้าที่ต้องแจกจ่ายยาคลายเครียดให้ชาวบ้านโดยเฉพาะคนชรากว่า 50 เม็ด โดยวันหนึ่งๆ เจ้าหน้าที่ต้องแจกยาแก้เครียดให้แก่ชาวบ้านกว่า 50 เม็ด แถมมีกลเม็ดเด็ดที่ช่วยคลายความเครียด ความกังวลของคนที่ต้องทิ้งบ้านมาอยู่ที่ศาลาวัด ด้วยการถ่ายรูปบ้านของชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมมาให้ดูคลายความกังวล
"ชาวบ้านต้องมาอาศัยศูนย์พักพิงชั่วคราว แน่นอนที่สุดเกิดความเครียดเพราะว่าเป็นห่วงบ้านเป็นห่วงทรัพย์สิน รวมถึงเป็นห่วงคนในครอบครัวที่อาสาเฝ้าบ้านอยู่นั้น เวลาออกไปแจกยาในหมู่บ้านผมก็จะถ่ายรูปบ้านของชาวบ้านแต่ละคนมาเป็นไฟล์ดิจิทัล และทุกๆ เย็นจะเอาไฟล์รูปมาฉายผ่านจอโปรเจกเตอร์ ให้คนที่พักอยู่ที่นี่ดู ชาวบ้านชอบใจกันมาก เมื่อได้เห็นสภาพบ้านของตัวเอง ตลอดจนญาติพี่น้องที่เฝ้าบ้านอยู่" เพทาย เล่าอย่างภูมิใจ
สำหรับภารกิจของ "เพทาย” และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่ต้นสังกัดส่งมาปฏิบัติหน้าที่นั้นมีเพียง 4 ประการ คือ การรักษาโรคที่มากับน้ำ เช่น เท้าเปื่อย ตาแดง ท้องร่วง ไข้หวัด ฯลฯ, การป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาด, การส่งเสริมสภาพจิตใจไม่ให้อ่อนแอ และการฟื้นฟูหลังน้ำลด แต่ทว่าสิ่งที่ “เพทาย” และเจ้าหน้าที่ทำอยู่นั้นมันเกินกว่าหน้าที่ แต่เป็นจิตอาสาที่ต้องการทำเพื่อสังคมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนั่นเอง
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
วัชรชัย คล้ายพงษ์ : ภาพ



