
ถึงบทอวสานวอล์กแมน
ถ้าถามเด็กสมัยนี้ว่ามีใครรู้จัก วอล์กแมน หรือเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตต์แบบพกพา เพื่อสร้างความบันเทิงในการฟังเพลงแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว กันบ้างไหม คงจะโดนย้อนถามกลับมาว่าขนาดเทปคาสเซ็ตต์ ที่น้าถามถึงก็ยังไม่รู้จักเลย นับประสาอะไรกับวอล์กแมนที่น้าว่าล่ะ
เมื่อหน้าแตกไปแล้วรอบหนึ่งแล้วก็ได้เวลามาเล่าเรื่องราวให้เด็กรุ่นใหม่ (และผู้ใหญ่รุ่นเคยใหม่) ได้ระลึกถึงเรื่องราวของสื่อบันเทิงส่วนบุคคล ที่เป็นญาติรุ่นปู่ของเครื่องเล่นเอ็มพีสาม เอ็มพีสี่ ไอพอด ไอโฟน และล่าสุด ไอแพด ซึ่งบริษัทโซนี่ คอร์ป เป็นผู้คิดค้น ผลิต และตั้งชื่อเครื่องเล่นประเภทนี้ว่า วอล์กแมน เมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ประกาศว่าจะหยุดการผลิตเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตต์ ชนิดนี้ออกมาแล้ว
โซนี่ เปิดตลาดวอล์กแมนเครื่องเล่นคาสเซ็ตต์เทป ทรงเหลี่ยมขนาดล้นฝ่ามือ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2522 และทำให้รสนิยมในการใช้ชีวิตของวัยรุ่นสมัยนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง วอล์กแมนเป็นสิ่งที่วัยรุ่นทุกคนใฝ่หาและต้องการครอบครอง โซนี่สามารถขายวอล์กแมนได้ถึง 220 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน
เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตต์แบบพกพาชนิดนี้มีจุดกำเนิดจากมันสมองของนายโนบุโทชิ ฮิฮารา วิศวกรของโซนี่ ที่คิดค้นผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ตามความต้องการของนายอะกิโอะ โมริตะ รองประธานกรรมการโซนี่ ในสมัยนั้น ซึ่งต้องการอุปกรณ์ให้ความบันเทิงสำหรับกลุ่มตลาดนักเดินทางข้ามทวีป
แต่วอล์กแมนกลับได้รับความนิยมข้ามกลุ่มตลาดไปสู่วัยรุ่นทั่วโลก ทำให้วอล์กแมนเป็นอุปกรณ์ให้ความบันเทิงยอดนิยมระดับโลกในทันที ผู้ผลิตรายอื่นก็เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ลักษณะเดียวกันออกมา แต่ไม่สามารถใช้ชื่อวอล์กแมนได้ เพราะโซนี่เป็นผู้ใช้ชื่อนี้ในการทำตลาดตั้งแต่แรก
วอล์กแมนยังเป็นต้นกำเนิดของเครื่องเล่นซีดีแบบพกพา ที่นับเป็นผลิตภัณฑ์บันเทิงพกพารุ่นที่สองซึ่งออกสู่ตลาดต่อจากเครื่องเล่นคาสเซ็ตต์เทป อาจจะไม่ใช่ลักษณะการทำงานที่เหมือนกัน แต่เป็นแนวคิดในการนำสื่อบันเทิงติดตัวไปตามที่ต่างๆ และหยิบหูฟังขึ้นมาแนบหู กดปุ่มอีกไม่กี่ครั้งก็ฟังเพลงโปรดได้ทุกที่ ทุกเวลา
ช่วง 3 ทศวรรษที่วอล์กแมนยังอยู่ในตลาด ได้เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการสื่อบันเทิงแบบพกพา จนมีขนาดเล็กลงกว่าต้นตระกูล อย่างวอล์กแมนอย่างเทียบกันไม่ได้ แต่ที่น่าชื่นชมคือวิสัยทัศน์อันยาวไกลของนายอะกิโอะ โมริตะ ที่มองข้ามเวลาได้ยาวนานถึง 30 ปีเลยทีเดียว



