ข่าว

ผบ.ทอ.ชี้รบ.ไม่ได้ช่วยเหลือน้ำท่วมช้า

ผบ.ทอ.ชี้รบ.ไม่ได้ช่วยเหลือน้ำท่วมช้า

29 ต.ค. 2553

"ผบ.ทอ."ป้องรบ.ไม่ได้ช่วยเหลือน้ำท่วมช้า ชี้พื้นที่กว้าง-เข้าถึงลำบากทำช่วยเหลือช้า สั่งทหารช่วยน้ำท่วมปทุมธานี ส่งฮ.นำอาหารแจกจ่ายคนโคราช-ลพบุรี เผยยังไร้ปัญหางบช่วยน้ำท่วม ป.ป.ท.เตรียมส่งชุดเฉพาะกิจกระจายตรวจสอบงบฯช่วยน้ำท่วม เน้นหนักในรายจังหวัดที่เบ

 (29ต.ค.)  ที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า ในส่วนของกองทัพอากาศที่ประสบปัญหาน้ำท่วมที่กองบิน 1 นครราชสีมา และที่กองบิน 2 ลพบุรี โดยเราจะใช้เฮลิคอปเตอร์ส่งเครื่องอุปโภคบริโภคไปช่วยเหลือ พร้อมทั้งให้กำลังทหารนำอาหารพร้อมบริโภคไปแจกจ่ายทุกวัน ส่วนพื้นที่ภาคกลางเราพยายามออกไปสำรวจ หากพื้นที่ไหนที่เข้าไปไม่ถึงอยากให้ประชาชนแจ้งมาที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ เรายินดีให้การสนับสนุน ส่วนที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีความเป็นห่วง เราได้นำเรือที่รับจากการบริจาคจำนวน 50 ลำไปมอบให้ในพื้นที่ที่มีความต้องการ โดยทางกองบิน 21 ประสานกับทางจังหวัดว่า พื้นที่ไหนบ้างที่น่าจะได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วน

             “ขณะนี้ได้เตรียมการรถบรรทุก เรือ และเฮลิคอปเตอร์ในกรณีที่เรือไม่สามารถเข้าไปถึงพื้นที่และกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนการฟื้นฟูหลังน้ำลดได้เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจว่า จะสามารถให้ความช่วยเหลืออย่างไร รวมถึงการฟื้นฟูจิตใจต้องร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุข  สำหรับในพื้นที่หมู่บ้านไวท์เฮ้าท์ จ.ปทุมธานี ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม กองทัพอากาศส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจในพื้นที่ว่า ต้องการความช่วยเหลืออย่างไร ขณะนี้ทุกภาคส่วนให้ความสนใจในการช่วยเหลือตามขีดความสามารถ แต่บางพื้นที่ที่เดือดร้อนมากก็จะเข้าไปช่วยเหลือก่อน ส่วนเรื่องงบประมาณในการช่วยเหลือขณะนี้ยังไม่มีปัญหา เพราะเนื่องจากเงินส่วนใหญ่มาจากการบริจาคของเอกชน หน่วยงานราชการ และประชาชน แต่หากไม่เพียงพอจะทำเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนของกองทัพอากาศเข้ามาช่วยเหลือประชาชนก่อน ส่วนที่มีบางฝ่ายมองว่า รัฐบาลทำงานช้านั้น ผมไม่คิดอย่างนั้น เพราะทุกฝ่ายพยายามเต็มที่แล้ว แต่พื้นที่ที่ประสบภัยมีหลายจังหวัด และมีพื้นที่กว้าง และบางพื้นที่เข้าถึงได้ลำบากทำให้ถูกมองว่า ทำงานล่าช้า ”ผบ.ทอ.กล่าว

ป.ป.ท.เตรียมส่งชุดเฉพาะกิจกระจายตรวจสอบงบฯช่วยน้ำท่วม

 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท. )  นายอำพล วงศ์ศิริ รองเลขาธิการป.ป.ท. ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ (ศปพ.)   ตามคำสั่งนายพีระพันธุ์   สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า   ป.ป.ท.ได้รับมอบนโยบายจากนายพีระพันธุ์ให้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษรวม 5 ชุด เข้าไปตรวจสอบและติดตามการใช้งบประมาณของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจากเหตุอุทกภัย โดยจจะเน้นตรวจสอบเฉพาะจังหวัดที่ใช้งบในการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ 50 - 100 ล้านบาท ว่ามีการใช้จ่ายถูกต้องตามระเบียบและกฎเกณฑ์หรือไม่ โดยเบื้องต้นป.ป.ท.จะตรวจสอบว่าขณะนี้มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมกี่จังหวัด และแต่ละจังหวัดมีมูลค่าความเสียหายทั้งระบบรวมทั้งสาธารณูปโภคเป็นวงเงินเท่าใด และงบประมาณที่ใช้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและใช้ภายหลังการฟื้นฟูสถานการณ์หลังจากน้ำลดลงแล้วว่ามีจำนวนเท่าใดด้วย

 นายอำพล กล่าวอีกว่า ในการตรวจสอบการใช้งบภัยพิบัติแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้นทางป.ป.ท.จะเปิดโอกาสให้องค์กรประชาชนในท้องถิ่นเข้าร่วมตรวจสอบในลักษณะคู่ขนาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในด้านการใช้งบประมาณ เนื่องจากที่ผ่านมาวงเงินงบประมาณที่รัฐอนุมัติเพื่อแก้ไขปัญหาถึงมือประชาชนไม่ถึง 10% โดยแนวทางการตรวจสอบป.ป.ท. จะใช้ฐานข้อมูลเดิมของปีที่ผ่านซึ่งพบว่า บางจังหวัดมีการทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณเกินความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม แม้ป.ป.ท.จะมีเจ้าหน้าที่เพียง 5 ชุด แต่ก็จะกระจายกันลงพื้นที่พร้อมกัน โดยจะประสานการทำงานกับสำนักงานยุติธรรมชุมชนในแต่ละจังหวัดให้เข้าร่วมตรวจสอบด้วย  

 “ เรื่องการทุจริตสิ่งของอุปโภค บริโภคแจกไม่ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึงนั้น แม้จะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาบ้าง แต่เราจะไม่เน้น จะเน้นเฉพาะงบประมาณที่จังหวัดได้มีการอนุมัติไปยังแต่ละพื้นที่ว่า ตรงกับความต้องการของประชาชนหรือไม่ และมีการใช้จ่ายจริงหรือไม่ โดยในวันที่   1 พ.ย. นี้ ป.ป.ท. จะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ประชุมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ เพื่อทำความเข้าใจทั้งเรื่องข้อมูลและวางแนวทางการทำงานกันก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติการในพื้นที่จริง ” นายอำพลกล่าว

  สำหรับงบประมาณที่รัฐบาลเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่ออนุมัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่มีวงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท  ขณะที่การตรวจสอบทุจริตงบภัยพิบัติของป.ป.ท.ก่อนหน้านี้ได้มีสรุปผลการใช้งบภัยพิบัติประจำปีงบประมาณ 2552 โดยทำการสุ่มตรวจสอบโครงการทั้งสิ้นจำนวน 373 โครงการ พบว่ามีโครงการที่ส่อใช้งบทุจริตมากถึง 274 โครงการคิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท   โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากการสุ่มตรวจสอบ 163 โครงการใน 6 จังหวัด พบว่าการทุจริตหรือใช้จ่ายงบประมาณผิดประเภทในเกือบทุกโครงการ