
ตำรวจ..บุกโลกไซเบอร์สร้างชุมชนสกัดปัญหา"เด็ก"
โลกทุกวันนี้...ไม่ได้มีแค่ สังคมเมือง หรือ สังคมชนบท เท่านั้น แต่ยังมีสังคมใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นั่นคือ "สังคมออนไลน์" และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่มีผู้คนมารวมตัวกันเป็นชุมชนหรือสังคม ก็ย่อมนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ ตามมาด้วย
จึงเกิดแนวความคิดที่ท้าทายสำหรับวงการตำรวจ ซึ่งเคยทำมวลชนสัมพันธ์โลกความเป็นจริงอยู่แล้ว ให้ลองมาทำมวลชนสัมพันธ์ในโลกออนไลน์บ้าง เพื่อเป็นเกราะป้องกันปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ตลอดจนร่วมกันสร้างหมู่บ้านหรือชุมชนในทุกๆ สังคมให้มีความเข้มแข็ง
ท่ามกลางปัญหาที่มีเด็กถูกล่อลวงจากสังคมออนไลน์มากขึ้น ซึ่งหลายหน่วยงาน รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญ และเพิ่มศักยภาพของเจ้าหน้าที่ แม้ว่าตำรวจหลายๆ นาย อาจมองว่าสังคมออนไลน์เป็นเรื่องไกลตัว แต่กลับเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว สำหรับ พ.ต.ท.กิตติภพ พิเชฐภูรี สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ศรีวิชัย อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ที่ริเริ่มนำหลัก ‘มวลชนสัมพันธ์ออนไลน์" มาปรับใช้กับชุมชนไซเบอร์ ซึ่งกำลังได้รับการตอบรับอย่างดีจากสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน
พ.ต.ท.กิตติภพ ใช้เวลาหลังเลิกงานทำมวลชนสัมพันธ์ออนไลน์ หรือสร้างความคุ้นเคยกับผู้คนในโลกไซเบอร์ ด้วยการสมัครเป็นผู้เล่นตามกลุ่มชุมชนต่างๆ เพื่อคอยสังเกตพฤติกรรมของผู้เล่น ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร หากพบเห็นใครที่กำลังมีพฤติกรรมออกนอกลู่นอกทางก็จะคอยดึงเกมไม่ให้เลยเถิด พร้อมทั้งพยายามสอดแทรกความรู้ข้อกฎหมายต่างๆ ทั้งข้อดีและข้อเสียจากการเล่นอินเทอร์เน็ต ให้แก่กลุ่มเยาวชนที่ใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุ ตั้งแต่ 14- 27 ปี โดยเฉพาะอายุ 20-25 ปี อยู่ในวัยที่ถูกชักจูงได้ง่าย ประกอบกับตำรวจต้องทำงานมวลชนสัมพันธ์แต่ละโรงพักอยู่แล้ว จึงน่าจะเสริมการทำมวลชนสัมพันธ์ภาคไซเบอร์เข้าไปด้วย เพื่อเป็นการสกัดกั้นช่องทางที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะช่องทางอินเอร์เน็ตที่เด็กและเยาวชนเสี่ยงต่อการถูกล่อลวง หรือถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ดีได้ง่าย
"ผมรู้สึกเป็นห่วงอนาคตของชาติ จึงเริ่มเปิดห้องแคมฟร็อกเป็นชุมชนขึ้นมา โดยใช้ชื่อห้องชมรมแคมฟร็อกภูพาน ผมใช้เวลาเล่นอยู่ประมาณ 1 ปี จนมีความคุ้นเคยกับคนในชุมชน จากนั้นค่อยๆ เปิดตัวว่าเป็นใคร ทำอะไรที่ไหน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับ มีคนมาขอคำปรึกษา หรือคำแนะนำ ทั้งความรัก การขับรถแล้วถูกจับ ปัญหาข้อกฎหมายจิปาถะ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเรื่องใกล้ตัว" พ.ต.ท.กิตติภพ แจกวิธีการทำมวลชนสัมพันธ์ออนไลน์
การทำมวลชนสัมพันธ์ออนไลน์นั้น พ.ต.ท.กิตติภพ มองว่า เป็นการสร้างกำไรอีกรูปแบบหนึ่งคืนให้แก่สังคม เพราะต้องการร่วมสร้างสังคมออนไลน์ดีๆ สักแห่งขึ้นมา ค่อยขยายจากตำบล เป็นอำเภอ เป็นจังหวัด จนสู่ระดับสากล
"เคยมีหลายคนที่เข้ามาในชุมชนภูพาน พยายามที่จะชักจูงไปในทางที่ไม่ดี คนในห้องก็พยายามกีดกัน ไม่นานคนคนนั้นก็หายไปยังชุมชนอื่น ปัจจุบันสมาชิกในชุมชนภูพานแคมฟร็อกทั่ว จ.สกลนคร มีกว่า 40 คน และอีกจำนวนมากที่ผ่านเข้ามาแวะเวียนทักทาย" พ.ต.ท.กิตติภพ เล่าถึงสังคมออนไลน์ในอุดมคติที่ร่วมสร้างกันมาเกือบปีแล้ว
"ชุมชนภูพาน" ในแคมฟร็อก ได้รับกระแสดีมาก มีคนแวะเวียนเข้ามาพูดคุย รวมถึงมาฝากคำถามข้อสงสัยให้ตอบ รวมถึงเริ่มมีเครือข่ายผู้ใหญ่เข้ามา ทั้งข้าราชการ ทหาร อบต. อาจารย์ มาแลกเปลี่ยนทัศนะ จนเกิดการทำกิจกรรมร่วมกันในชื่อโครงการ ‘เปิดโลกแคมฟร็อก เพื่อเด็กและสังคม’ ด้วยการชักชวนสมาชิกในชุมชน ออกไปเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่เด็กด้อยโอกาส และเป็นโอกาสที่ทุกคนจะได้มาพบกันในโลกความเป็นจริง รู้จักกันมากขึ้น เป็นการป้องปรามคนที่ไม่หวังดีจะเข้ามาล่อลวงเยาวชนได้
"ผมยึดหลักว่า ควรปลูกฝังให้เยาวชนเป็นผู้ให้ ก่อนที่จะเป็นผู้รับ โดยให้แก่สังคมก่อน ด้วยการสื่อสารกันทางแคมฟร็อกแล้วนัดทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน แม้ว่าที่ผ่านมาคนจะมองภาพลักษณ์แคมฟร็อกไม่ดี แต่เมื่อเราทำกิจกรรมไปแล้ว ก็มีการพูดต่อๆ ไปในกลุ่มเยาวชน ว่าห้องแคมฟร็อกภูพาน เป็นโลกความเป็นจริง ไม่หลอกลวง และเราก็มีการทำเสื้อของชมรม ไปไหนก็มีคนทัก จุดนี้เด็กและเยาวชนก็รู้สึกว่าได้มีส่วนร่วมทำประโยชน์ให้แก่สังคม และทุกคนที่ร่วมกิจกรรมกับเราก็ตอบรับดี" พ.ต.ท.กิตติภพ บอกด้วยรอยยิ้ม
การทำกิจกรรมดีจากสังคมออนไลน์ที่ออกมาช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสครั้งนี้ มีกระแสตอบรับที่ดีมาก และกำลังมีการต่อยอดไปสู่กิจกรรมอื่นๆ เช่น การร่วมปลูกป่า ถวายพ่อหลวง เพื่อช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนในสังคมออนไลน์มีความเข้มแข็ง เพื่อสร้างโลกออนไลน์ที่ดีงามก็จะทำให้โลกแห่งความจริงดีงามตามไปด้วย
- ทวีป ศรีสุรชาติ -



