ข่าว

อุทยานกรุงเก่ามั่นใจรักษาโบราณสถานได้

อุทยานกรุงเก่ามั่นใจรักษาโบราณสถานได้

29 ต.ค. 2553

กทม.สรุปพื้นที่เกษตรกรรมเสียหายจากประสบภัยน้ำท่วมรวม 192 ราย 1766 ไร่ จับมืออาชีวะ เข้าซ่อมแซมบ้านเรือน-สาธารณูปโภค สอศ.เร่งสร้างส้วมลอยน้ำ1พันหลังให้ผู้ประสบภัย อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มั่นใจรักษาโบราณสถานเอาไว้ได้ "พท."เตรียมระดมสมองแก้ปัญหา

(29ต.ค.) ที่กทม. นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า เบื้องต้น กทม.ได้สรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยในพื้นที่ กทม. แบ่งเป็น กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำขึ้น-น้ำลง พบว่ามีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 1,200 ครัวเรือน ทั้งชุมชนที่อยู่ในฝั่งพระนคร และฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ เช่น เขตพระนคร ดุสิต บางพลัด คลองสาน คลองสาน บางกอกน้อย เป็นต้น และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเอ่อล้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ชั้นนอกของ กทม. ได้แก่

 เขตลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี คลองสามวา บางแค คันนายาว สายไหม บางเขน บางบอน หนองจอก รวมพื้นที่เสียหาย 1766.72 ไร่ จำนวนเกษตรกร 192 ราย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความเสียหายังไม่รุนแรงมากนัก กทม.ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ด้วยการแจกถุงยังชีพ สนับสนุนกระสอบทราย ส่วนเขตที่อยู่ริมเจ้าพระยา เขตได้เข้าไปช่วยทำสะพานไม้ ต่อขาตู้ และขาเตียง เป็นต้น ส่วนการจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งบ้านเรือน และพื้นที่เกษตรกรรมนั้น ขณะนี้ตนได้สั่งการให้ทุกสำนักงานเขต ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่ และประเมินความเสียหาย ก่อนรายงานให้ตนทราบเพื่ออนุมัติงบประมาณเป็นค่าชดเชยต่อไป แต่ทั้งนี้คงต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติก่อนจึงจะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว

 ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้( 29 ต.ค.) ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำ รายงานว่า ระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุดวัดที่ปากคลองตลาด ขึ้นสูงสุดเมื่อเวลา 12.00 น . ที่ระดับ 1.95 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนฐานน้ำอยู่ที่ 1.10 เมตร   และปริมาณน้ำเหนือที่ปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระราม 6 ลงสู่ กทม . เช้านี้อยู่ที่ระดับ 4,530 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ส่วนในวันพรุ่งนี้( 30 ต.ค.) คาดจากกรมอุทกศาสตร์น้ำจะขึ้นสูงสุดในเวลา 13.39 น ที่ระดับ 2.00 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  

จับมืออาชีวะซ่อมแซมบ้านเรือน-สาธารณูปโภค
 
 นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมฟื้นฟูชุมชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในเขต กทม.ว่า กทม.จะร่วมมือกับกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หน่วยเคลื่อนที่เร็วหรือหน่วยเบสท์และนักเรียนอาชีวะรวม 300 คน ลงพื้นที่ใน 27 ชุมชน 13 เขตพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเข้าไปซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมช่วงที่ผ่านมา โดยจะเข้าพื้นที่เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนและสาธารณูปโภคต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.นี้เป็นต้นไป โดยจะใช้เวลาในการดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนให้เรียบร้อยภายใน 1 เดือน

 นางทยา กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทั้ง 13 เขตลงพื้นที่ เพื่อเข้าสำรวจความเสียหายทั้งหมดแล้ว ก่อนที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดกลับไปที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม นอกเหนือไปจากการซ่อมแซมบ้านเรือนแล้ว เด็กนักเรียนอาชีวะก็จะเข้าไปซ่อมแซมในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย ในส่วนที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ก็อาจจะเข้าไปช่วยปลูกพืชผลทางการเกษตร การแจกเมล็ดพันธุ์ ไปจนถึงปุ๋ยหมักชีวภาพด้วย นอกจากนี้ได้มอบหมายให้สำนักพัฒนาสังคม (สพส.) เข้าไปจัดตั้งโรงทานในจุดที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขณะที่สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่อเที่ยว (สวท.) ก็จะขอรับบริจาคหนังสือไปจนถึงอุปกรณ์การกีฬาด้วย ภายหลังจากที่สถานการณ์น้ำเริ่มลดระดับลง

สอศ.เร่งสร้างส้วมลอยน้ำ1พันหลังให้ผู้ประสบภัย

 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และสถานศึกษาในสังกัด 19 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนำโดยดร.ศศิธารา      พิชัยชาญณรงค์     เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.)  ได้จัดขบวนคาราวานรถ 6 ล้อเพื่อนำสิ่งของที่จำเป็นเพื่อการยังชีพไปให้ความช่วยเหลือแก่ประชนในพื้นที่น้ำท่วม เช่น อาหารสำเร็จรูป น้ำดื่ม นมพร้อมดื่ม ไฟฉาย เทียนไข-ไฟแช็ค ผ้าอนามัย ฯลฯ โดยขบวนจะไปยังพื้นที่ อำเภอพิมาย อำเภอโนนสูง อำเภอคง อำเภอประทาย อำเภอชุมพวง และอำเภอเมืองยาง ในจังหวัดนครราชสีมา

  ดร.ศศิธารา    พิชัยชาญณรงค์     เลขาธิการกอศ. กล่าวว่า สอศ.ระดมสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศดำเนินการให้บริการความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และกำหนดแบ่งเขตพื้นที่ดูแล เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทั่วถึงโดยการให้ความช่วยเหลือในระยะเร่งด่วนได้แก่ ผลิตสุขาลอยน้ำ และเรือท้องแบน  การจัดสร้างสะพาน/ ทางเดิน   หญ้าหมักเพื่อชดเชยหญ้าแห้ง สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ และอาหารสัตว์สำหรับ สุกร ไก่  จุลินทรีย์   บำบัดน้ำเสีย   น้ำท่วมขัง   อีกทั้งจะจัดส่งไปให้ในพื้นที่  ขณะนี้สอศ.มีสุขาลอยน้ำพร้อมให้บริการอยู่จำนวน 365 หลัง และเร่งดำเนินการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1,000 หลัง โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า และมีเรือเพื่อรองรับบริการจำนวน 46 ลำ 

 เลขาธิการกอศ. กล่าวอีกว่า  ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งประสานกับจังหวัดที่ท่านอาศัย และหรือแจ้งที่ศูนย์ประสานงานอาชีวศึกษาร่วมด้วยช่วยประชาชนดังนี้ กรุงเทพมหานคร   สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (ตลอด 24 ชั่วโมง) โทร.0-2280-2967 กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก  วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก โทร. 0 2988 7339   ภาคกลาง  วิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง โทร. 0 3562 5158  วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี โทร. 0 3641 1083 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสิงห์บุรี โทร. 0 3681 5251 หรือ 0 3681 5254  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา โทร. 0 4424 2002    วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี โทร. 0 4525 4529

 ส่วนระยะที่ 2 หลังน้ำลด สอศ.จะระดมทีมนักศึกษา และคณะครู และ Fix It Center ออกไปให้บริการช่วยเหลือทำความสะอาด ฉีดล้าง บ้านเรือน-ถนน กำจัดขยะ  สำรวจความเสียหายของบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุง  จัดเตรียมกล้าไม้ รวมถึงการบริการหมอดินฟื้นฟูสภาพ และจัด Work Market ฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นให้แก่ผู้ประสบภัยในลำดับต่อไป

อุทยานกรุงเก่ามั่นใจรักษาโบราณสถานได้

 นายวิชิต อุตสาหประดิษฐ์ อายุ 50 ปี กำนัน ต.บางชะนี อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ลงเรือเพื่อสำรวจความเสียหายในพี้นทีของตนเอง ซึ่งพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ท่วมทั้งตำบล รวม 5 หมู่บ้าน มีความลึกประมาณ 1.50 ม. ถึง 4 เมตรเศษ    

              นายวิชิตเปิดเผยวว่าประชาชนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สูงอายุไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ เนื่องจากหลายคนป่วยเป็นอัมพฤก หลายคนต้องอยู่คนเดียวเนื่องจากลูกๆต้องไปทำงานแล้วกลับบ้านตอนเย็น ทำให้ผู้สูงอายุซึ่งต้องอยู่คนเดียวมีอาการซึมเศร้า ร้องไห้ และเครียดจากภาวะน้ำท่วม ตนจึงพายเรือเข้าเยี่ยมทุกวัน รวมแล้วทั้งตำบลมีจำนวนกว่า 100 คน ซึ่งปกติจะได้รับการดูแลจากเทศบาลตำบลบางบาลช่วยเหลือเบี้ยยังชีพ แต่ช่วงน้ำท่วมนี้นอกจากสาธารณสุขจะแวะมาดูแลแล้ว ตนเห็นว่าการได้พูดคุยก็จะทำให้จิตใจดีขึ้น จึงได้พายเรือเข้าไปเยี่ยมทุกหลังที่มีผู้สูงอายุ บางรายเป็นอัมพฤกษเดินไม่ได้ ตนก็จะบีบนวดทำกายภาพให้ บางรายตนก็จะร้องเพลงให้ฟัง หรือไม่ก็ร้องลิเก ลำตัด เพื่อให้ผู้สูงอายุไม่เครียดนั่นเอง

 ขณะที่นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม พร้อมด้วยนายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่าได้ลงเรือตรวจสภาพลำน้ำเจ้าพระยา เพื่อดูความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำ อีกทั้งยังต้องการที่จะทราบถึงสถานการณ์ของน้ำในแม่น้ำที่ยังมีปริมาณมาก ซึ่งพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในวันเดียวกันนี้ ยังเพิ่มสูงอีก 5 ซ.ม. ขณะที่แม่น้ำป่าสักไม่มีการเพิ่มปริมาณแล้ว อย่างไรก็ตามก็ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าเข้มงวดกับเรือสินค้าลลากจูงไม่ให้มีจำนวนเรื่อลากเกิน 2 ลำ และจะต้องมีเรือสำหรับดึงท้ายเรือเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ยังได้กำชับในเรื่องการเดินเรือไม่ให้ขับเร็วเนื่องจากอาจจะกระทบกับแนวป้องกันน้ำที่อยู่ริมแม่น้ำได้ จากนั้นรมช.คมนาคม ได้ล่องเรือมอบสิ่งของถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยสองฝั่งแม่น้ำ โดยนั่งเรือพระราชทานที่ทางจังหวัดได้รับพระราชทานมา

 นายเมธาดล วิจักษ์ขณะ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าขณะนี้ทางกรมศิลปากรได้ทำการป้องกันโบราณสถานสำคัญ 4 แห่งคือวัดไชยวัฒนาราม หมู่บ้านโปรตุเกส ป้อมเพชร และวัดธรรมาราม โดยเฉพาะวัดไชยวัฒนารามระดับน้ำสูง 1.70 ซ.ม.เหนือตลิ่ง ซึ่งแนวบังเกอร์ยังรองรับได้ เนื่องจากมีความสูงอยู่ 2 เมตร และยังสามารถใช้กระสอบทรายเสริมสูงขึ้นไปอีก 40 ซ.ม. นอกจากนี้วัดธรรมารามก็วางแนวป้องกันยาว 200 เมตร เสริมกระสอบทรายสูง 2.40 เมตร มีเหล็กค้ำยัน ซึ่งเป็นการป้องกันที่ไม่เคยวางแนวกระสอบทรายมากขนาดนี้ ส่วนโบราณสถานรอบนอกเช่นวัดมเหยงค์ วัดกุฎิดาว เป็นวัดที่ถูกน้ำท่วมเป็นประจำ ซึ่งไม่ได้มีการป้องกัน แต่ได้มีการบูรณะเสริมความแข็งแรงเอาไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหาย ซึ่งจะมีการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ทั่วไปหลังน้ำลด

มอบถุงยังชีพช่วยชาวมหาสารคามน้ำท่วม

 ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงยืน จ.มหาสารคาม ว่า มีการมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้าท่วม จำนวน 2,750 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระดับหนึ่ง นายทองทวี พิมเสน ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม มีพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำชีในเขต 5 อำเภอ คือ อ.เชียงยืน , อ.โกสุมพิสัย , อ.กันทรวิชัย , อ.เมืองมหาสารคาม และอ.กุดรัง มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 28 ตำบล 176 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 15,418 ครัวเรือนเกษตรกรได้รับผลกระทบ 6,924 ราย พื้นที่นาถูกน้ำท่วม 68,192 ไร่ และคาดว่าจะเสียหาย 54,284 ไร่ บ้าน

 ล่าสุดปริมาณน้ำที่ท่วมจ.ชัยภูมิ ได้ไหลเอ่อลงมาตามลำน้ำชี และคาดว่าจะถึงพื้นที่จ.มหาสารคามในอีก 4-5 วันข้างหน้า โดยขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำชี ระดับสูงกว่าระดับวิกฤตแล้ว และมีปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยวันละ 6-10 ซ.ม. ม. ผู้ว่าฯ เตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ลุ่มริมฝั่งชี ระวังน้ำท่วมระดับน้ำ ณ ฝายมหาสารคาม บ้ายคุยเชือกมีระดับ 149.84 ม.จากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าระดับวิกฤตถึง 2.4 ม. ระดับความลึกของน้ำ 11.5 ม. ปริมาณน้ำไหลเข้าพื้นที่จังหวัดมหาสารคามวันนี้ จำนวน 986 ลบ.ม. ต่อวินาที หรือวันละ 85.2 ล้านลูกบาศก์เมตร สูงกว่าเมื่อวานนี้ 30 เซนติเมตร

 โดยจ.มหาสารคามออกเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำชี ให้ระมัดระวังน้ำที่จะไหลเอ่อล้นขึ้นมาท่วมบ้านเรือน ไร่นา เพิ่มขึ้นในอีก 4-5 วันข้างหน้า หากผ่านพ้นวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2553 คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วม และระดับน้ำในแม่น้ำชี ที่เอ่อล้นขึ้นมาท่วมไร่นา จะเริ่มลดลงเรื่อยๆ ในด้านการป้องกัน จ.มหาสารคามได้ให้อำเภอและหน่วยงานในพื้นที่นำกระสอบทรายมากั้นเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำชี ซึ่งขณะนี้สามารถป้องกันไม่ให้น้ำชี เอ่อล้นขึ้นมาท่วมถนน ไร่นาของราษฎรเพิ่มขึ้นอีกได้

 ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้อนุมัติงบฉุกเฉินในส่วนของจังหวัดมหาสารคาม ไปจัดซื้อกระสอบบรรจุทราย เพื่อทำแนวป้องกันน้ำท่วม จัดซื้อถุงยังชีพแจกจ่ายให้ราษฎรที่ถูกน้ำท่วมและเดือดร้อน จ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการสูบน้ำออกจากไร่นาราษฎร และชดเชยให้แก่เกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมไปแล้วจำนวน 18 ล้านบาท เศษโดยทางจังหวัดร่วมกับ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเดินทางมาเยี่ยม และแจกจ่ายถุงยังชีพให้ราษฎรที่ถูกน้ำท่วม ในพื้นที่อำเภอเชียงยืน , โกสุมพิสัย , กันทรวิชัยและอำเภอเมืองมหาสารคาม จำนวน 2,750 ชุด

"พท."เตรียมระดมสมองแก้ปัญหาน้ำท่วม

 ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์  โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม เวลา 13.00 น. พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมวอร์รูมระดมสมองเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างบูรณาการ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมให้กับรัฐบาลเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมครม.ในวันที่ 2 พ.ย. โดยจะเป็นการระดมสมองมีทั้ง ส.ส. , แกนนำพรรค  และอดีตรัฐมนตรีตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย , พลังประชาชน , และเพื่อไทย  โดยการประชุมครั้งนี้ไม่มีการเลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่พรรคเพื่อไทยมีเจตนาที่จะช่วยเหลือรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจริงๆ และเป็นแนวทางการบูรณาการปัญหาน้ำท่วมแบบสมานฉันท์ เนื่องจากมีประชาชนเดือดร้อนหลายล้านคน  และมีความเสียหายเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท