
อภิสิทธิ์เผยอาเซียนห่วงใยไทยน้ำท่วม
"นายกฯ"เผยอาเซียนห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในไทย สั่งทุกกระทรวงปรับลดงบฯฟื้นฟูหลังน้ำลดให้เหมาะสม หวั่นเป็นภาระงบกลางมากเกิน ทต.ป่าไร่-เทคนิคสระแก้วซ่อมจยย.-เครื่องใช้ไฟฟ้า
(29 ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 17 และการประชุมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เป็นวันที่ 2 ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมผู้นำอาเซียนได้แสดงความห่วงใยสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะในหลายประเทศเกิดเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน จึงขอให้คนไทยสบายใจได้ว่ามิตรประเทศให้ความห่วงใยและไม่ทอดทิ้ง สำหรับแนวทางช่วยเหลือฟื้นฟูนั้นได้แบ่งเป็นรายภาค อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าไม่มีแนวคิดที่จะกู้เงินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟู โดยได้สั่งการให้ทุกกระทรวงพิจารณาปรับลดงบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูให้เหมาะสมแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับงบกลางมากจนเกินไป ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้นำเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ(ครม.เศรษฐกิจ) ในวันที่ 1 พ.ย.นี้
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำขณะนี้ ว่า พื้นที่ภาคกลางขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดแล้ว ยังเหลือท่วมขังบางพื้นที่ ซึ่งต้องเร่งให้ความช่วยเหลือต่อไป สำหรับในพื้นที่กรุงเทพฯนั้น ตนมั่นใจว่าระดับน้ำจะไม่เกินแนวป้องกันที่เตรียมการรองรับไว้ ส่วนภาคใต้ยังต้องติดตามเฝ้าระวังปริมาณฝนที่ยังตกต่อเนื่องต่อไป
ทต.ป่าไร่-เทคนิคสระแก้วซ่อมจยย.-เครื่องใช้ไฟฟ้า
ที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลตำบลป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หน่วยเคลื่อนที่ของวิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว นำโดยนายเสรี เมืองสง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว นายเพ็ญ โสภา หัวหน้างานโครงการพิเศษและการบริการชุมชน นำนักศึกษาประกอบด้วย แผนกช่างก่อสร้าง ช่างยนต์ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ และช่างไฟฟ้ากำลัง จำนวน 20 คน ออกบริการประชาชนในเขตเทศบาลตำบลป่าไร่ ใน โครงการอาชีวศึกษาร่วมด้วยช่วยประชาชน เป็นการให้ความช่วยประชาชนที่ถูกน้ำท่วมเพื่อให้บริการตรวจซ่อมเครื่องใช้ ไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และที่พักอาศัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
ดร.กิติศักดิ์ พรพรหมวินิจ นายกเทศมนตรีตำบลป่าไร่ เปิดเผยว่า เทศบาลได้รับการประสานงานจากวิทยาลัยเทคนิคสระแก้วว่า ทาง วิทยาลัยจะนำหน่วยเคลื่อนที่โครงการดังกล่าวออกบริการประชาชนที่ประสบปัญหา น้ำท่วมในเขตเทศบาลตำบลป่าไร่ ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันระดับน้ำได้ลดลงและสถานการณ์กลับสู่ปกติแล้ว และมีประชาชนบางพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ รวมทั้งที่พักอาศัยได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้คณะผู้บริหารจากวิทยาลัยเทคนิคสระแก้วร่วมกับคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลป่าไร่ จึงจัดทำโครงการดังกล่าวเพื่อบริการประชาชนจำนวน 2 แห่งด้วยกัน คือ บริเวณสำนักงานเทศบาล และบริเวณหมู่ที่ 1 บ้านโคกสะพานขาว โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมารับบริการจากโครงการดังกล่าว ซึ่ง หลังจากออกหน่วยเคลื่อนที่บริเวณเขตเทศบาลตำบลป่าไร่แล้ว ทางคณะของวิทยาลัยเทคนิคสระแก้วก็จะไปออกหน่วยเคลื่นที่บริเวณ อบต.บ้านใหม่หนองไทร และในเขตเทศบาลเมืองอรัญญประเทศต่อไป
อบจ.ระนองพร้อมรับมือน้ำท่วมพม่าแห่ซื้อสินค้ากักตุน
นายนภา นทีทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากภาวะฝนที่ตกหนักอันเป็นผลมาจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าวไทยและทะเลอันดามัน จนหลายฝ่ายหวั่นวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เช่น ในเขตพื้นที่ภาคอื่นๆที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้
ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมรับกับสถานการณ์ดังกล่าว ล่าสุดทาง อบจ.ระนอง ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจในส่วนของ อบจ.ระนอง ขึ้นมา พร้อมสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องจักรกล ทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่ประสบเหตุทันท่วงทีภายในไม่เกิน 1 ชม.
"ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจของ อบจ.ระนอง มีหน้าที่แจ้งเตือน จัดเตรียมหน่วยกู้ภัย เมื่อรับการร้องขอจากพื้นที่ ตำบล หมู่บ้าน ในการช่วยเหลือ,ระดมเครื่องมือ เครื่องใช้ เรือท้องแบน เจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือ และการอพยพประชาชน ,จัดหาอาหาร เครื่องดื่ม ถุงยังชีพ ยารักษาโรคและสิ่งจำเป็น,ติดตามสถานการณ์และรายงานจังหวัดทราบทุกระยะและขอรับการสนับสนุนหากเกินขีดความสามารถ" นายนภา กล่าว
ขณะที่นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยถึงบรรยากาศการค้าขายตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดระนอง-เกาะสอง ว่า มีความคึกคักเป็นอย่างมาก มีประชาชนชาวพม่านั่งเรือข้ามฟากเข้ามาซื้อสินค้าในฝั่งไทยตลอดเวลา รวมถึงการนำเข้า-ส่งออก ที่พบว่าช่วงนี้มียอดการส่งออกสินค้าไปยังประเทศพม่าเพิ่มขึ้นเช่นกัน
จากการสอบถามพ่อค้าชาวไทย และประชาชนชาวพม่า ที่เข้ามาซื้อสินค้าในฝั่งไทยทราบว่า ส่วนหนึ่งเข้ามาซื้อสินค้าตามปกติที่เข้ามาเป็นประจำ 2-3 วันต่อครั้ง แต่ยังมีประชาชนอีกกลุ่มที่เข้ามาเพื่อซื้อสินค้าที่จำเป็นนำไปสำรองไว้เนื่องจากเกิดความหวาดวิตกถึงปัญหาภัยธรรมชาติ รวมถึงปัญหาราคาสินค้าที่ขยับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่ประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัย ทำให้ชาวพม่าเกิดความหวาดวิตกว่าสินค้าของไทยจะปรับราคาขาย
ทำให้ชาวพม่าส่วนหนึ่ง จึงซื้อสินค้าไปเพื่อกักตุนไว้ รวมถึงสำรองไว้ หากเกิดภัยธรรมชาติในฝั่งประเทศพม่า ส่งผลให้บรรยากาศการการค้าขายจึงมีความคึกคักมากกว่าช่วงปกติในระยะนี้ สำหรับสินค้าที่ชาวพม่าต้องการมากได้แก่ข้าวสาร,อาหารแห้งประเภทต่างๆ,เครื่องกระป๋อง,น้ำมันพืช,ผงชูรส,ยารักษาโรค รวมถึงสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้างทางฝั่งพม่ามีความต้องการมากเช่นกัน



