
รัฐยันสัปดาห์หน้าเงินถึงมือเหยื่อน้ำท่วม
สาทิตย์ เผย สัปดาห์หน้า เงินเยียวยา 5 พันบาท ถึงมือประชาชนผู้ประสบอุทักภัยแน่นอน พร้อมมอบ ก.มหาดไทย สำรวจตัวเลข ก่อนจ่ายตรงผ่านธนาคาร ยืนยันมีหลักเกณฑ์ตรวจสอบเงินบริจาค-งบประมาณทั้งหมดอย่างโปร่งใส
(29ต.ค.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการ กำกับ ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(คชอ.) ประธานปล่อยขบวนคาราวานขนส่งสิ่งของสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัยให้แก่ประชาชนใน 11 จังหวัด และให้สัมภาษณ์ เพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมคชอ.วันนี้จะมีการหารือหลายเรื่องก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจในวันจันทร์ที่ 1 พ.ย.นี้และจะรายงานต่อที่ประชุมครม.วันอังคารต่อไป
ทั้งนี้ในการประชุมคชอ.จะแยกพิจารณาใน 3 เรื่อง คือ 1 .พื้นที่ที่ยังน้ำท่วมอยู่ ซึ่งมีอยู่ 27 จังหวัด โดยใน 27 จังหวัดนี้จะมีการประเมินว่า ตรงไหนที่มีน้ำท่วมขังจากวันนี้ไปเกินจาก 15 วันขึ้นไป มีที่ไหนบ้าง และจะต้องดูแผนในการให้ความช่วยเหลือว่า หากท่วมเกิน 15 วันแล้วจะต้องมีอะไร ที่ต้องไปช่วยเหลือบ้าง 2 .จะดูว่าในพื้นที่ ที่น้ำยังท่วม 27 จังหวัดนี้ พื้นที่ไหนที่น้ำจะลดลงเร็ว แต่อาจจะมีแนวโน้มว่า จะสร้างความเสียหายฉับพลัน จะมีหรือไม่ ซึ่งก็ต้องดูแผนเพื่อที่จะแก้ปัญหา นอกจากนี้จะต้องดูว่าใน 11 จังหวัดที่น้ำลดไปแล้ว มีแผนในการฟื้นฟูอย่างไร ซึ่งจะต้องมีการประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย 3 .จะต้องให้แต่ละจังหวัดเตรียมการในเรื่องทำข้อมูลผู้เสียหายที่จะต้องได้รับเงิน 5 พันบาทด้วย วันนี้ก็คงต้องเตรียมว่าแต่ละจังหวัดมีการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่จะช่วยเหลือ 5 พันบาทในจำนวนเท่าใด
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า เมื่อครม.เศรษฐกิจผ่านมาตรการในวันจันทร์ ที่ 1 พ.ย.ก็ตั้งใจว่าจะจ่ายเงิน 5 พันให้ทันในสัปดาห์หน้า ไม่เกินวันศุกร์ ดังนั้นตัวเลขในการประเมินความเสียหาย ก็คงจะมีความสำคัญมาก นอกจากนั้นก็จะเป็นการประเมินความเสียหายในส่วนของการเกษตร ซึ่งอาจจะประเมินยากหน่อย เพราะหลายแห่งสถานการณ์ยังไม่นิ่ง ต้องดูความเสียหายอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของเกษตรกรจะสามารถลดเงื่อนไขในเรื่องของหลักฐานหรือเอกสารได้หรือไม่ โดยเฉพาะรูปถ่าย เพราะบางบ้านไม่สามารถเข้าไปถ่ายภาพความเสียหายของพืชไร่ได้ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯได้ให้นโยบายไว้แล้วว่า ต้องลดหลักเกณฑ์ลง โดยให้ถือหลักว่า เป็นการช่วยเหลือให้มากที่สุด ดังนั้นอะไรก็ตามที่สามารถยืนยันได้ด้วยภาพถ่ายของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นภาพทางดาวเทียม หรือภาพถ่ายทางอากาศอื่น ซึ่งก็จะพยายามลดหลักเกณฑ์ให้ได้มากที่สุด และที่ผ่านมาก็มีการยกเว้นระเบียบหลักเกณฑ์ไปค่อนข้างมากแล้ว อย่างไรก็ตามในเรื่องของพืชผลการเกษตรนี้ ก็คงต้องใช้หลักของการสำรวจโดยฝ่ายราชการเป็นหลัก ซึ่งเรายินดีที่จะลดหลักเกณฑ์ เพราะเราตั้งใจจะช่วยเหลือให้มากที่สุดซึ่งครม.เศรษฐกิจวันจันทร์ จะคุยกัน
ผู้สื่อข่าวถามกรณีของการมาเช่าบ้านและบ้านเช่าได้รับความเสียหายจะได้รับการชดเชยด้วยหรือไม่ เนื่องจากไม่มีหลักฐานใด ประธานคชอ. กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมคชอ.จะหารือกันด้วยว่าเรื่องบ้านเช่า จะพิจารณาช่วยเหลืออย่างไร แต่หลักการคือ จะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งก็คือคนที่มาเช่าบ้าน ซึ่งที่ประชุมคชอ.จะได้กำชับว่าหลักเกณฑ์เรื่องบ้านเช่าก็ต้องสำรวจโดยเร็ว ว่าบ้านแต่ละหลังที่เป็นบ้านเช่า ที่ได้รับความเสียหายซึ่งหมายถึงผู้ที่มาเช่าบ้านนั้นมีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งผู้ที่เสียหายก็จะได้รับ 5 พันบาทเช่นกัน
นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จะหารือกรณีที่มีบ้าน แต่ไม่มีบ้านเลขที่ จะทำอย่างไร ซึ่งอาจจะต้องใช้กลไกกระทรวงมหาดไทย เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการยืนยัน หลักการคือช่วยเหลือ ดังนั้นอยากให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า ไม่ต้องห่วงว่าท่านได้รับความเดือดร้อนแล้วจะได้รับเงินหรือไม่ ยืนยันวันนี้งบประมาณต่าง ๆ มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือ กลไกต่าง ๆ จะให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากที่สุด
เมื่อถามว่า ดูแลงบที่อาจจะรั่วไหลอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ในแต่ละเงินงบประมาณที่จ่ายลงไปจะมีระบบไปกำกับดูแล เช่นเงินกองทุนบริจาคเราจะใช้เวปไซด์ ทั้งไทยพัส พีเอ็มและสำนักนายกฯแจ้งให้ทราบทั้งตัวเลขเงินเข้า เงินออก ส่วนตัวเลขที่เกี่ยวกับเงินงบประมาณด้านอื่น เช่น 5 พันจะใช้หลักสำเนาทะเบียนบ้านตรงนี้จะควบคุมได้ง่าย หากเป็นบ้านเช่า จะมีทะเบียนที่ชัดเจน ส่วนงบที่อนุมัติให้ซื้อของไปนั้น รายละเอียดจะมีการอนุมัติไปสองส่วนที่สำคัญคือกรมการป้องการและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 70 ล้านกับ 238 ล้านตอนหลัง และทุกรายการจะมีกรมบัญชีกลางและสำนักงบกำกับดูแล ขณะเดียวกันในที่ประชุม คชอ.จะมีภาพประชาสังคมที่มากำกับอยู่ด้วย



